พรีวิวฮาร์ดแวร์ปี 2011 : มาดูกันว่าปีใหม่นี้มีของเล่นอะไรรอเราอยู่

head

ก่อนอื่นหวังว่าจะยังไม่สายเกินไปที่จะกล่าวสวัสดีปีใหม่กับผู้อ่านที่น่ารักทุกท่านนะครับ ขอให้ปีใหม่นี้มีแต่ความสุขความเจริญ สุขภาพแข็งแรง และเป็นแฟนๆ ฟิวเจอร์เกมเมอร์ต่อไปอีกนานเท่านาน… และสำหรับฉบับนี้ก็จะครบรอบหนึ่งปีที่ผมเขียนลงคอลัมน์ Hard Stuff พอดี หวังว่าจะยังไม่เบื่อหน้ากันไปซะก่อนนะครับ ^ ^ ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณ บก. ใจดีที่ยัง (ทน) ให้ผมเขียนบทความต่อไปด้วย 555+ (อ้อนกันสุดฤทธิ์ )  สำหรับตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาทางทีมงานก็ผ่านร้อนผ่านหนาวมาพอสมควร รวมทั้งได้รับเสียงตอบรับอย่างล้มหลามในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นเสียงชมบ่น ก่น ด่า ฯลฯ ที่ทีมงานสัญญาว่าจะนำความเห็นจากทุกท่านไปปรับปรุงบทความให้ดียิ่งขึ้นต่อไปนะครับ

เป็นที่ทราบกันในแวดวงผู้ที่ติดตามข่าวไอทีอยู่แล้วว่า ปี 2011นี้จะเป็นอีกปีที่มีเทคโนโลยีใหม่ๆ ออกมาให้เราตื่นตามากมาย ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ ที่ดูจากสเปคแล้วก็แทบไม่ต่างกันคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งเลย หรือจะเป็นแท็บเล็ตที่ถึงแม้ในปี 2010 ที่ผ่านมาจะโดน iPad กวาดตลาดซะเรียบ แต่เชื่อได้เลยว่าในปีใหม่นี้เราคงได้เห็นการแข่งขันที่ดุเดือดมากขึ้นเป็นแน่ และสำหรับฟากฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์เองก็มีอะไรใหม่ๆ ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน เพื่อไม่เป็นการเสียเวลา เรามาดูทีละอย่างกันเลยดีกว่าครับ

ซีพียูใหม่ที่มาพร้อมกับสถาปัตยกรรมใหม่

เป็นที่ทราบกันแน่ชัดแล้วว่า ในปี 2011 ทั้ง Intel และ AMD เตรียมวางตลาดซีพียูที่ใช้นวัตกรรมใหม่ๆ กันตลอดทั้งปี เริ่มจาก AMD ที่เราจะได้เห็นซีพียูที่ใช้สถาปัตยกรรม Bulldozer กันเสียที ซึ่งมีจุดเด่นที่ระบบการทำงานแบบ “โมดูลคู่” ต่อหนึ่งแกนการประมวลผล ที่สามารถแบ่งปันการใช้งานทรัพยากรร่วมกันได้ ผลที่ได้รับคือการทำงานที่รวดเร็วขึ้น เพราะในระบบซีพียูหลายแกนในปัจจุบันนั้น แกนแต่ละแกนภายในซีพียูจะทำงานแยกกัน ทีนี้เมื่อเราเปิดใช้งานโปรแกรมที่รองรับซีพียูแค่แกนเดียว ตัวโปรแกรมนั้นก็จะเรียกใช้งานซีพียูเพียงแกนเดียวเท่านั้น ปล่อยให้อีกทรัพยากรที่อยู่ในอีกหลายแกนที่เหลือนั่งตบยุงเล่น (และเป็นที่มาของ Turbo Boost ของ Intel และ Turbo Core ของ AMD) แต่ด้วยการทำงานแบบโมดูลภายใน Bulldozer นี้ โมดูลทั้งคู่ภายในแกนประมวลผลจะสามารถเรียกใช้ทรัพยากรของอีกโมดูลหนึ่งที่ยังว่างอยู่ได้ จึงส่งผลให้ประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น และใช้พลังงานน้อยกว่ารูปแบบการทำงานของซีพียูหลายแกนฉบับดั้งเดิมครับ

โลโก้ใหม่ที่ Intel ใช้กับซีพียู Sandy Bridge ของตน
โลโก้ใหม่ที่ Intel ใช้กับซีพียู Sandy Bridge ของตน

นอกจากจะมี Bulldozer แล้ว AMD ก็ยังมีไม้ตายเด็ดสำหรับซีพียูโมบายด้วยเช่นกัน เพราะในปัจจุบันเป็นที่รู้กันว่า AMD ยังคงไม่มีอะไรจะมาต่อกรกับซีพียู Atom ของ Intel ได้เลย แต่ทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนไปในปี 2011 นี้เมื่อ AMD เปิดตัวชิพเอพียู (APU หรือ Accelerated Processing Unit) ซึ่งเป็นชิพที่รวมส่วนประมวลผลดั้งเดิมไว้ด้วยกันกับส่วนประมวลผลกราฟิก โดยชิพเอพียูตัวแรกที่จะลืมตาดูโลกก่อนใครเพื่อนนั้นเป็นชิพที่มีชื่อรหัสว่า Zacate ที่ประกอบไปด้วยชิพประมวลผลกราฟิกและชิพประมวลผลแบบสองแกนที่ยังคงใช้สถาปัตยกรรม K10 ดั้งเดิม (ไม่ใช่ Bulldozer ตัวใหม่)สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพในขั้นเบื้องต้นนั้นปรากฏว่าการประมวลผลกราฟิกสามารถทำได้ดีมาก โดยเอาชนะชิพกราฟิกในระดับเดียวกันของ Intel ไปได้อย่างสบายๆ แต่อาจจะสู้ไม่ได้สำหรับการประมวลผลทั่วไปครับ เพราะชิพ Core i3, i5 ของ Intel บนโน้ตบุ๊กนั้นทำได้ดีมากจริงๆ แต่ข้อดีของชิพเอพียูนี้คือใช้พลังงานน้อยมาก จึงทำให้ความร้อนที่เกิดขึ้นน้อยไปด้วย ซึ่งตรงกับหัวใจหลักของการออกแบบชิพบนอุปกรณ์พกพาอยู่แล้ว

ทางฟาก Intel เองนั้นก็มีไม้ตายเด็ดไม่แพ้กัน เริ่มจากซีพียูที่ใช้สถาปัตยกรรม Sandy Bridge สำหรับทั้งบนเดสก์ท้อปและโน้ตบุ๊กที่มีจุดเด่นตรงที่มีการใช้กระบวนการผลิต 32 นาโนเมตร และมีการรวมแกนประมวลผลกราฟิกเข้าไว้ด้วยกันกับแกนประมวลผลธรรมดาเลย (รูปแบบคล้ายๆ กันกับชิพเอพียูของ AMD)  นอกจากโครงสร้างสถาปัตยกรรมใหม่แล้ว Sandy Bridge ยังมาพร้อมกับ Turbo Boost รุ่นใหม่ ที่สามารถโอเวอร์คล็อกความเร็วสัญญาณนาฬิกาให้เพิ่มขึ้นไปได้แม้ตอนที่แกนซีพียูทุกแกนกำลังทำงานอยู่! และระบบจะลดความเร็วสัญญาณนาฬิกาลงก็ต่อเมื่อความร้อนถึงค่าที่กำหนดไว้แล้วเท่านั้น ที่สำคัญคือแกนประมวลผลกราฟิกภายใน Sandy Bridge ยังสามารถทำ Turbo Boost ได้ด้วยครับ รีดความเร็วกันให้สุดๆ ไปเลย!

สำหรับซีพียูโมบายของ Intel นั้นก็คาดได้เลยว่าตัวที่จะได้รับความสนใจมากที่สุดก็คือรุ่นที่ใช้สถาปัตยกรรม Sandy Bridge เช่นกัน ซึ่งจากการที่ Intel นำส่วนประมวลผลกราฟิกรวมกับส่วนประมวลผลธรรมดาแล้วก็เชื่อได้เลยว่าซีพียูโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ๆ จาก Intel นั้นจะใช้พลังงานน้อยลง ในขณะที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ที่น่าสนใจที่สุดคือชิพอเนกประสงค์ที่มีชื่อว่า Oak Trail ซึ่งเป็นการรวมเอาซีพียู Atom อันลือชื่อเข้าไว้ด้วยกันกับชิพกราฟิก ส่วนควบคุมหน่วยความจำ ส่วนควบคุมการแสดงผล การเชื่อมต่อ HDMI, USB ฯลฯ เข้าไว้ด้วยกันในชิพเดียว ซึ่งจะช่วยเปิดมิติใหม่ในการใช้งานเน็ตบุ๊กที่นับวันจะโดนแท็บเล็ตกลืนตลาดเข้าไปทุกทีได้ครับ

เมนบอร์ด ชิพเซ็ตใหม่ ซ็อกเก็ตใหม่

สิ่งที่ประกบแนบกับซีพียูไม่เคยห่างชิ้นหนึ่งนั่นก็คือฮีทซิงค์ เอ๊ย ม่ายช่าย… เมนบอร์ดตะหาก ซึ่งในปีนี้คาดว่าฟอร์มแฟ็คเตอร์ต่างๆ นั้นจะยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลง โดยที่ ATX ก็จะยังคงเป็นมาตรฐานเหมือนเดิมควบคู่กับ m-ATX สำหรับคนชอบเคสขนาดเล็ก รวมทั้งการรองรับแรมที่จะยังคงเป็นแบบชนิด DDR3 แต่สิ่งที่จะเปลี่ยนไปมากที่สุดคือชิพเซ็ต และซ็อกเก็ตที่ต้องใช้งานร่วมกับซีพียูรุ่นใหม่จากทั้งสองค่าย รวมทั้งการเชื่อมต่อใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็น PCI Express 3.0 ที่มีอัตราถ่ายโอนข้อมูลเร็วขึ้นสองเท่า พอร์ต USB 3.0 และ SATA 6Gb/s ครับ

สิ่งที่มาพร้อมกับซีพียู Bulldozer ก็คือซ็อกเก็ต AM3+ ซึ่งถึงแม้จะสามารถทำงานร่วมกับซีพียูซ็อกเก็ต AM3 ที่วางขายอยู่ในปัจจุบันได้อย่างไม่มีปัญหา แต่จะนำเมนบอร์ด AM3 รุ่นปัจจุบันมาใส่ซีพียู Bulldozer ไม่ได้นะครับ โดยเป็นที่แน่นอนแล้วว่าชิพเซ็ตที่จะออกมารองรับ Bulldozer ก็คือซีรีย์ 9xx ที่จะได้รับการเปิดตัวภายในไตรมาสสองของปี 2011 นี้ ซึ่งจะรองรับการเชื่อมต่อ SATA 6Gb/s อย่างเต็มรูปแบบเช่นเคย แต่ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าจะรองรับ USB 3.0 และ PCI Express 3.0 ด้วยหรือไม่

เมนบอร์ด Gigabyte GA-P67A-UD3R หนึ่งในเมนบอร์ดที่ใช้ชิพ P67 ของ Intel
เมนบอร์ด Gigabyte GA-P67A-UD3R หนึ่งในเมนบอร์ดที่ใช้ชิพ P67 ของ Intel

ฟาก Intel เองก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะซีพียู Sandy Bridge นั้นต้องการซ็อกเก็ตใหม่คือ LGA1155 ที่มาพร้อมกับชิพเซ็ตซีรีย์ 6 ที่มีคุณสมบัติคือเด่นคือรองรับพอร์ต SATA 6Gb/s สองช่อง แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าไม่รองรับ USB 3.0 เป็นที่แน่นอนครับ ฉะนั้นผู้ผลิตเมนบอร์ดต้องหาชิพอื่นๆ เพิ่มเติมเอง โดยชิพซีรีย์  6 นี้จะแบ่งออกเป็นรุ่นย่อยหลายตัวด้วยกัน ไล่ไปตั้งแต่ B65, Q65 และ Q67 สำหรับกลุ่มลูกค้าองค์กร H67 สำหรับกลุ่มลูกค้าทั่วไป และ P67 สำหรับขาโหดชอบของแรง ซึ่งในแต่ละรุ่นย่อยนั้นจะต่างกันที่จำนวนพอร์ต SATA ที่รองรับ การรองรับแกนประมวลผลกราฟิกที่อยู่ใน Sandy Bridge รวมทั้งความเร็วของ PCI Express เมื่อทำการต่อ SLI หรือ CrossFireX ด้วยครับ สำหรับการรองรับแรมนั้นก็จะเป็น DD3 แบบ Dual Channel เช่นเดิม

การ์ดจอ กับศึกสองค่ายที่ไม่มีวันจบลงง่ายๆ

เป็นที่แน่นอนแล้วว่า ในตอนนี้เราคงไม่ได้ยินชื่อ ATI อีกต่อไป เพราะ AMD ได้ตัดสินใจใช้ชื่อของตนกับผลิตภัณฑ์ทุกรุ่นของบริษัทเพื่อสะดวกต่อการทำความเข้าใจ โดยคาดว่าภายในช่วงไตรมาสแรกของปี 2011 นี้เราจะได้เห็น AMD Radeon HD6990 ที่มีชื่อรหัสว่า Antilles ซึ่งเป็นการ์ดกราฟิกที่ประกอบไปด้วยจีพียู 40 นาโนเมตรชื่อรหัสว่า Cayman ที่ได้นำไปใช้กับ Radeon HD6970 และ 6950 ทั้งหมดสองตัวด้วยกัน! ใช่แล้วครับ Antilles นี้เป็นภาคต่อของ Radeon HD5970 ซึ่งเป็นการ์ดจอชิพคู่รุ่นปัจจุบันของ AMD นั่นเอง ถึงแม้ในตอนนี้เรายังไม่ทราบรายละเอียดทางเทคนิคของ Radeon HD6990 มากนัก แต่เมื่อดูจากความเร็วของ NVIDIA Geforce GTX580 ที่เร็วพอๆ กับ Radeon HD5970 แล้วก็พอจะคาดเดาได้ว่าเจ้า Antilles นี้จะต้องเร็วกว่านั้นแน่นอน (ถ้าไม่เช่นนั้นก็คงขายไม่ออก) สำหรับคุณสมบัติอื่นๆ นอกจากความเร็วที่เพิ่มขึ้นแล้ว ยังมีข่าวลือว่าการประมวลผลรูปทรงเรขาคณิตก็ได้รับการปรับปรุงมากขึ้น แกนประมวลผล Shader ที่ได้รับการพัฒนาใหม่ รวมทั้งความสามารถในการลบรอยหยักและการต่อ CrossFireX ก็ได้รับการปรับปรุงด้วยเช่นกันครับ

แต่ที่น่าสนใจที่สุดในปี 2011นี้สำหรับ AMD คือสถาปัตยกรรมจีพียูรุ่นใหม่ที่มีชื่อว่า Southern Island ซึ่งจะใช้กระบวนการผลิต 28 นาโนเมตร แทน 40 นาโนเมตรที่ใช้ใน Radeon HD5xxx และ 6xxx รุ่นปัจจุบันครับ คาดได้เลยว่าการ์ดกราฟิกรุ่นถัดไปของ AMD นั้นต้องมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในขณะที่กินไฟน้อยลงด้วยแน่นอนตามระเบียบ

สำหรับฟาก NVIDIA แล้ว ตอนนี้นอกจากข่าวการเปิดตัวของซีรีย์ Geforce 5xx แล้ว เราก็ยังไม่ทราบรายละเอียดมากนักสำหรับชิพรุ่นถัดไป เว้นแต่การที่นาย Jen-Hsun Huang ซีอีโอของ NVIDIA ได้ออกมาบอกใบ้ว่า ภายในปี 2011นี้เราจะได้เห็นสถาปัตยกรรมจีพียูใหม่ที่มีชื่อว่า Kepler ซึ่งจะมีประสิทธิภาพต่อการใช้พลังงานในการประมวลผลเลขทศนิยมเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าเมื่อเทียบกับ Fermi รุ่นปัจจุบัน แต่จะส่งผลอะไรกับเกมเมอร์อย่างเราๆ ท่านๆ นั้นยังไม่มีอะไรที่แน่ชัดครับ

ซีอีโอของ NVIDA เผยโร้ดแม้ปการวางตลาดสถาปัตยกรรมจีพียูตัวใหม่ของตน จากภาพจะเห็นมีชื่อ Kepler ในปี 2011 และ Maxwell ในปี 2013
ซีอีโอของ NVIDA เผยโร้ดแม้ปการวางตลาดสถาปัตยกรรมจีพียูตัวใหม่ของตน จากภาพจะเห็นมีชื่อ Kepler ในปี 2011 และ Maxwell ในปี 2013

ฮาร์ดดิสก์ อุปกรณ์เก็บข้อมูลที่ขาดไมได้

Seagate Momentus XT หนึ่งในไดรฟ์ไฮบริดรุ่นแรกๆ ที่ได้รับความนิยม
Seagate Momentus XT หนึ่งในไดรฟ์ไฮบริดรุ่นแรกๆ ที่ได้รับความนิยม

ปี 2011 นับว่าเป็นปีที่น่าติดตามมากสำหรับอุปกรณ์ที่หลายคนอาจมองข้ามอย่างฮาร์ดดิสก์ เพราะสำหรับฮาร์ดดิสก์แบบจานแม่เหล็กทั่วไปแล้ว คาดว่าเราจะได้เห็นความจุ 3TB กลายมาเป็นมาตรฐาน รวมทั้งอาจได้เห็นไดรฟ์แบบไฮบริดที่รวมเอาข้อดีของฮาร์ดดิสก์แบบจานแม่เหล็ก (ที่มีความจุมาก) กับ SSD (ที่มีความเร็วสูง) เข้าไว้ด้วยกัน สำหรับความเร็วในการหมุนจานแม่เหล็กภายใน และขนาดแคชภายในฮาร์ดดิสก์ทั่วๆ ไปคงยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงมาก แต่ส่วนควบคุมและความหนาแน่นของพื้นที่นั้นคาดว่าต้องได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับความจุที่เพิ่มขึ้นครับ และสำหรับฮาร์ดดิสก์แบบ SSD นั้นก็คาดว่าจะได้รับการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่เช่นกัน เริ่มจากส่วนควบคุมรุ่นใหม่ๆ ที่จะรองรับการเชื่อมต่อ SATA 6Gb/s และการองรับเทคโนโลยีหน่วยความจำแฟลช รวมทั้งความเร็วในการเขียนและอ่านที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะรุ่น SF-2000 ของ SandForce นั้นอ้างว่าสามารถทำได้ถึง 500MB/s เลยทีเดียว!

บทสรุป

ทั้งหมดที่ได้กล่าวเป็นเพียงนำจิ้มของเทคโนโลยีบางส่วนที่จะออกมาให้เราหวือหวากันในปี 2011 นี้ครับ จะเห็นได้ว่าหลายๆ บริษัทต่างพากันเข็นนวัตกรรมใหม่ๆ ออกมาตลอดเวลา แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าอุปกรณ์ที่ท่านมีอยู่จะล้าสมัยไปเลยเสียทีเดียว คงต้องยึดหลักใช้ของเก่าให้คุ้มค่าเสียก่อนที่จะซื้อใหม่คงเป็นอะไรที่เหมาะสมที่สุดสำหรับสภาพเศรษฐกิจแบบนี้ครับผม

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s