ไขความลับชื่อรหัส AMD : เผยความหมายที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังผลิตภัณฑ์จาก AMD ที่คุณอาจยังไม่รู้

head

หลายๆ ท่านที่ติดตามอ่านข่าวไอทีเป็นประจำคงอาจจะเคยปวดหัวกับชื่อรหัส (codename) ต่างๆ มากมายที่เนื้อหาข่าวอ้างถึง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับข่าวประเภท “เผยไต๋โร้ดแม้ป” ทั้งหลายที่บริษัทไอทีต่างๆ มักจะนำเสนอให้กับบรรดานักลงทุน นักวิเคราะห์การเงิน ตลอดจนสื่อมวลชนทั่วไปให้รับทราบ เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นถึงแผนการและวิสัยทัศน์ของบริษัท ซึ่งจะส่งผลต่อภาพลักษณ์ในระยะยาวและเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนด้วย (ว่าไปนั่น) ตามจริงแล้วการที่บริษัทต่างๆ ตัดสินใจใช้ชื่อรหัสในการนำเสนอแผนการของตนก่อนล่วงหน้านั้นก็ไม่นับว่าเป็นเรื่องเสียหายอะไร เพราะชื่อดังกล่าวอาจเป็นที่ยอมรับกันภายในเพื่อสะดวกต่อการสื่อสารภายในองค์กร และอาจเป็นการช่วยปกปิดความลับของตัวสินค้าได้ในระดับหนึ่งอีกด้วย

AMD ขึ้นชื่อว่าเป็นบริษัทไอทีระดับหัวแถวที่ในแต่ละปีก็ได้ออกสินค้าที่เป็นนวัตกรรมใหม่ๆ มากมายในทุกระดับตลาดตั้งแต่บนยันล่าง ซึ่งถ้าใครได้ดูโร้ดแม้ปปี 2011 ล่าสุดที่ทางบริษัทได้เปิดเผยไปเมื่อช่วงท้ายปีที่แล้วก็คงจะต้องงงเป็นไก่ตาแตกกับชื่อต่างๆ มากมาย อาทิ Bulldozer, Brazos, Zacate, Bobcat, Fusion ฯลฯ ซึ่งชื่อต่างๆ เหล่านี้บางครั้งไม่ใช่ชื่อของตัวชิพประมวลผลโดยตรง แต่อาจเป็นชื่อเรียกโดยรวมของชิพที่ใช้หลักการออกแบบเดียวกัน (เช่น Fusion) หรือชื่อแพลตฟอร์ม (เช่น Brazos) และสำหรับในบทความนี้ผมจะขอไล่เรียงรายชื่อรหัสทั้งหลายที่ใช้เรียกผลิตภัณฑ์จาก AMD โดยจะไล่เรียงและแบ่งแยกตามประเภทให้ท่านผู้อ่านเข้าใจง่ายมากที่สุด โดยจะไล่ไปตั้งแต่ชื่อที่ใช้เรียกหลักการออกแบบโดยรวมของตัวชิพ ลงไปที่สถาปัตยกรรมการออกแบบ ต่อด้วยแพลตฟอร์ม และถึงจะไปจบท้ายที่ตัวชิพประมวลผลโดยตรงครับ

หลักการออกแบบ

Fusion: AMD ใช้ชื่อ Fusion กับชิพประมวลผลทุกตัวที่มีการนำซีพียู ซึ่งทำหน้าที่ในการคำนวณทั่วไป และจีพียู ซึ่งทำหน้าที่ในการประมวลผลกราฟิกเป็นหลัก มาไว้รวมกันภายใต้ซิลิกอนชิ้นเดียว แล้วเรียกว่า Accelerated Processing Unit (APU) หรือเอพียู โดยทาง AMD คาดหวังว่าชิพเอพียูนี้จะสามารถประมวลผลด้านมัลติมีเดียต่างๆ ได้ดีมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกมสามมิติ หรือการเข้า/ถอดรหัสไฟล์ภาพยนตร์ความละเอียดสูงต่างๆ ในขณะที่ใช้พลังงานน้อยลง เนื่องจากการติดต่อสื่อสารระหว่างซีพียูและจีพียูเดิมนั้นได้ถูกขจัดทิ้งไป สำหรับชิพ Fusion รุ่นแรกของ AMD ก็คือ Ontario และ Zacate บนแพลตฟอร์ม Brazos ที่ผมได้เคยเขียนถึงไปเมื่อฉบับที่ผ่านมาครับ

สถาปัตยกรรม

ภาพนี้แสดงการแบ่งส่วนสถาปัตยกรรมซีพียูรุ่นใหม่จาก AMD อย่างชัดเจน
ภาพนี้แสดงการแบ่งส่วนสถาปัตยกรรมซีพียูรุ่นใหม่จาก AMD อย่างชัดเจน

Bulldozer: ถัดจากหลักการออกแบบไปแล้วเราก็มาดูที่สถาปัตยกรรมการออกแบบกันบ้าง โดยเริ่มจากพี่ใหญ่ Bulldozer เจ้ารถไถคันนี้เป็นชื่อเรียกสถาปัตยกรรมแบบ x86 ที่ได้รับการออกแบบมาใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์เดสก์ท้อปประสิทธิภาพสูงและเซิร์ฟเวอร์โดยเฉพาะ โดยทาง AMD จะใช้โครงสร้างหลักของสถาปัตยกรรมตัวนี้เป็นรากฐานการพัฒนาชิพประมวลผลรุ่นถัดไป เพราะฉะนั้นแล้ว Bulldozer ไม่ได้เป็นชื่อเรียกชิพประมวลผลตัวใดตัวหนึ่งนะครับ แต่เป็นชื่อเรียกโครงสร้างการออกแบบภายในเท่านั้น โดยซีพียูบนเดสก์ท้อปตัวแรกที่ใช้สถาปัตยกรรม Bullzoder นั้นจะใช้ชื่อรหัสว่า Zambezi ซึ่งคาดว่าจะออกมาให้เราเห็นกันช่วงกลางปีนี้ พร้อมกับเมนบอร์ดรุ่นใหม่ที่ใช้ซ็อกเก็ต AM3+ บนชิพเซ็ตซีรีย์ 900

Bobcat: ในขณะที่ Bulldozer เป็นสถาปัตยกรรมของชิพประมวลผลระดับบนที่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุด ในทางตรงกันข้าม Bobcat จะได้รับการออกแบบมาโดยเน้นการประหยัดพลังงานและแพลตฟอร์มพกพาขนาดเล็ก เช่นในตลาดโน้ตบุ๊กแบบบางมาก (Ultrathin notebook) และเน็ตบุ๊ก  เป็นต้น เหมือนกับซีพียู Atom จาก Intel นั่นเอง ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้ไม่ได้ต้องการคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพอะไรมากมายอยู่แล้ว ขอเพียงตัวเครื่องมีน้ำหนักเบา พกพาสะดวก ประหยัดพลังงาน และใช้งานพื้นฐานได้เท่านั้นเป็นพอ นอกจากนั้น สถาปัตยกรรม Bobcat ยังมีความยืดหยุ่นสูง โดยสามารถนำไปพัฒนาต่อยอดร่วมกับชิพประมวลผลชนิดอื่นได้หลากหลาย ดังจะเห็นได้จากชิพ Zacate และ Ontario ซึ่งเป็นชิพเอพียูนั้นต่างมีแกนประมวลผล Bobcat อยู่ภายใน เพื่อใช้งานร่วมกับแกนประมวลผลกราฟิกในรูปแบบชิพ Fusion ทั้งสิ้น

แพลตฟอร์ม

Sabine: ชื่อรหัสอันนี้ใช้เรียกแพลตฟอร์มโมบายที่ภายในประกอบด้วยชิพเอพียู Llano ซึ่งใช้แกนประมวลผล Stars (K10) ที่เป็นหัวใจหลักของซีพียูตระกูล Phenom และ Athlon ทั้งหลายในปัจจุบัน (ไม่ใช่ Bulldozer หรือ Bobcat นะครับ) โดยจะมีทั้งหมดสี่แกน และแกนประมวลผลกราฟิกที่รองรับความสามารถ DirectX 11 โดยแกนประมวลผลทั้งสองนั้นจะถูกจับยัดไว้ในชิพซิลิกอนชิ้นเดียวภายใต้กระบวนการผลิต 32 นาโนเมตร เตรียมพบน้องสบายนี้ได้ในปี 2011 นี้

Sabine และ Lynx สองแพลตฟอร์มที่จะใช้เอพียู Llano
Sabine และ Lynx สองแพลตฟอร์มที่จะใช้เอพียู Llano

Brazos: ผมได้เขียนถึงแพลตฟอร์มนี้อย่างละเอียดไปแล้วในเล่มที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นจะขอกล่าวรวบยอดเลยก็คือ Brazos เป็นแพลตฟอร์มโมบายที่ภายในประกอบด้วยชิพเอพียู Zacate (AMD E) หรือ Ontario (AMD C) อย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งแพลตฟอร์มนี้มีจุดเด่นที่ใช้พลังงานน้อยมาก สูงสุดเพียง 18W เท่านั้น

Scorpius: เจ้าแมงป่องนี้เป็นชื่อแพลตฟอร์มเดสก์ท้อประดับบน โดยจะประกอบไปด้วยซีพียู Zambezi ที่ใช้สถาปัตยกรรม Bulldozer และการ์ดกราฟิกแบบแยกของ AMD เท่านั้น โดยซีพียูที่ใช้ต้องมีแกนประมวลผลอย่างน้อยสี่แกน แรมแบบ DDR3 และเมนบอร์ดที่ใช้ซ็อกเก็ต AM3+ เตรียมพบน้องแมงป่องตัวนี้ได้ในปี 2011 เช่นเดียวกัน

Lynx: เป็นชื่อเรียกแพลตฟอร์มเดสก์ท้อประดับกลาง โดยภายในก็จะมีเอพียู Llano เช่นเดียวกับ Sabine ซึ่งประกอบไปด้วยแกนประมวลผลทั้งหมดสี่แกนถูกมัดรวมอยู่กับแกนประมวลผลกราฟิก และรองรับแรมแบบ DDR3 กล่าวให้เข้าใจง่ายๆ  นั้น Lynx ก็คือ Sabine เวอร์ชั่นเดสก์ท้อปนั่นเองครับ และสำหรับการเปิดตัวก็คาดว่าจะเป็นช่วงเดียวกัน

ชิพประมวลผล 

ภาพสไลด์ที่แสดงชิพรุ่นต่างๆ สำหรับเดสก์ท้อปจาก AMD ที่จะออกมาในปีนี้และปีหน้า
ภาพสไลด์ที่แสดงชิพรุ่นต่างๆ สำหรับเดสก์ท้อปจาก AMD ที่จะออกมาในปีนี้และปีหน้า

Llano: เป็นชิพเอพียูตัวที่สองของ AMD ต่อจาก Ontario และ Zacate ที่ได้รับการเปิดตัวพร้อมกัน โดย Llano จะมีความแตกต่างคือ แกนประมวลผลภายในนั้นจะยังคงใช้สถาปัตยกรรม Stars ซึ่งก็คือ K10 รุ่นปัจจุบัน ไม่ใช่ Bulldozer หรือ Bobcat แต่อย่างใด และสำหรับแกนประมวลผลกราฟิกนั้นก็จะเป็นรุ่นใหม่ที่รองรับความสามารถ DirectX 11 ชิพ Llano นี้จะใช้การผลิต 32 นาโนเมตร และจะรองรับแรมแบบ DDR3 โดยในตอนนี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าชิพ Llano บนแพลตฟอร์มเดสก์ท้อปนี้จะต้องใช้ร่วมกับซ็อกเก็ตใหม่หรือไม่นะครับ

Zacate/Ontario: เป็นชิพเอพียูคู่ดูโอชุดแรกจาก AMD ที่ได้รับการเปิดตัวพร้อมกันภายใต้แพลตฟอร์ม Brazos สำหรับความแตกต่างระหว่างชิพทั้งสองจะอยู่ที่ความเร็ว อัตราการใช้พลังงาน และแกนประมวลผลกราฟิกภายใน กล่าวคือ ชิพ Zacate (AMD E) นั้นจะมีความเร็วที่มากกว่าแต่ก็ใช้พลังงานสูงสุดมากกว่าที่ 18W และจะใช้แกนประมวลผลกราฟิก Radeon HD6310 ส่วน Ontario (AMD C) นั้นจะมีความเร็วทีน้อยกว่า แต่ก็กินไฟน้อยกว่าที่เพียง 9W เท่านั้น! จะใช้แกนประมวลผลกราฟิก Radeon HD6250 ชิพทั้งคู่จะใช้กระบวนการผลิต 40 นาโนเมตร และรองรับความสามารถใหม่ๆ ใน DirectX 11 แล้วเรียบร้อย

Zambezi: เป็นชื่อเรียกซีพียูสำหรับเดสก์ท้อปที่ใช้สถาปัตยกรรม Bulldozer ตัวแรกจาก AMD สำหรับโครงสร้างภายในนั้นจะรองรับ “โมดูล” ได้สูงสุด 4 ชุด โดยแต่ละโมดูลจะบรรจุแกนประมวลผลทั้งหมด 2 แกนที่แบ่งปันใช้ทรัพยากรบางส่วนร่วมกัน จึงทำให้ Zambezi มีแกนประมวลผลได้สูงสุด 8 แกน (4 โมดูล x 2 = 8 แกนประมวลผล) และจะใช้กระบวนการผลิต 32 นาโนเมตร ทั้งนี้ Zambezi ยังไม่ถือว่าเป็นชิพเอพียูนะครับ เพราะว่าภายในตัวชิพยังไม่มีแกนประมวลผลกราฟิกนั่นเอง

Komodo: เจ้ามังกรโคโมโดตัวนี้เพิ่งจะได้รับการเปิดเผยชื่อไปเมื่อช่วงปลายปีที่แล้วนี่เอง โดยทาง AMD กล่าวว่า Komodo จะใช้สถาปัตยกรรมรุ่นใหม่ที่ได้รับการพัฒนาต่อยอดมาจาก Bulldozer อีกทีหนึ่งโดยใช้ชื่อว่า Enhanced Bulldozer และจะได้รับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2012 โดยจะมาแทนที่ Zambezi ที่จะออกมาภายปีนี้นั่นเอง ความแตกต่างหลักคือ Komodo จะมีแกนประมวลผลเริ่มต้นที่ 8 แกนเลยครับ และจะมีจีพียูที่รองรับ DirectX 11 ติดมาด้วย แต่จะเรียกว่าเป็นชิพเอพียูด้วยหรือไม่ยังไม่เป็นที่แน่ชัด

Trinity: ชิพ Trinity จะเป็นชิพเอพียูสำหรับเดสก์ท้อปตัวที่สองของ AMD โดยจะมาแทนที่ชิพ Llano ภายในปี 2012 สำหรับความแตกต่างคือสถาปัตยกรรมที่ใช้จะเป็น Enhanced Bulldozer เหมือนกับ Komodo แต่จะรองรับแกนประมวลผลน้อยกว่าที่ 2 หรือ 4 แกน และภายในจะมีแกนประมวลผลกราฟิกที่รองรับ DirectX 11 มาให้ด้วย

Krishna/Wichita: ชิพเอพียูสองตัวนี้จะมาแทนที่ Zacate และ Ontario ตามลำดับในปี 2012 ความเปลี่ยนแปลงหลักที่น่าสนใจคือถึงแม้ตัวแกนประมวลผลจะใช้สถาปัตยกรรม Bobcat เช่นเดิม แต่ AMD ได้เพิ่มจำนวนแกนที่รองรับได้สูงสุดเป็น 4 แกนเลยทีเดียว โดยให้คำมั่นว่าจะกินไฟเท่าเดิม นอกจากนั้น AMD ยังวางแผนนำชิพ Wichita ไปใช้กับแท็บเล็ตในอนาคตอีกด้วย

ภาพสไลด์ที่แสดงชิพรุ่นต่างๆ สำหรับแพลตฟอร์มโมบายจาก AMD ในปีนี้และปีหน้า
ภาพสไลด์ที่แสดงชิพรุ่นต่างๆ สำหรับแพลตฟอร์มโมบายจาก AMD ในปีนี้และปีหน้า

สรุป

เป็นอย่างไรบ้างครับ กับคำอธิบายรายชื่อรหัสของ AMD ต่างๆ ที่ผมนำมาเล่าสู่กันฟังในวันนี้ ถ้ายังอยู่ว่าอันไหนเป็นอะไรผมก็ขอแนะนำให้ดูภาพประกอบในบทความเพิ่มเติมนะครับ จะเข้าใจได้ง่ายขึ้น เพราะจะมีการแบ่งประเภทเอาไว้เสร็จสรรพ หรือถ้าดูแล้วก็ยังงงอยู่ดีเพราะแต่ละอันมีความสามารถคล้ายกันมากก็ไม่เป็นไรครับ แต่อย่างน้อยๆ ก็ขอให้เก็บบทความของผมไว้อ้างอิง เพราะผมฟันธงได้เลยว่า ตลอดปี 2011 นี้ท่านจะได้ยินชื่อรหัสแปลกๆ แบบนี้จาก AMD ตลอดทั้งปีแน่นอน

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s