ทำความรู้จัก Thunderbolt : เร็วฟ้าผ่าด้วยพอร์ตการเชื่อมต่อแบบใหม่จาก intel

head

ทุกวันนี้ ไฟล์มัลติมีเดียต่างๆ ล้วนแต่มีขนาดใหญ่ขึ้น อันเนื่องมาจากเทคโนโลยีการบันทึกข้อมูลทั้งภาพและเสียงได้รับการพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด จากเดิมที่มีแต่ข้อมูลในแผ่นซีดีรอมขนาดไม่กี่ร้อยเม็กกะไบต์ มาจนถึงแผ่นดีวีดีรอมที่ไต่ระดับขึ้นไปเป็นหลักกิกะไบต์ กระทั่งในปัจจุบันที่ไฟล์ภาพยนตร์ความละเอียดสูงที่มีขนาดหลายสิบกิกะไบต์ แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่ค่อยได้รับการพัฒนาควบคู่มาเลยคือเทคโนโลยีของพอร์ตการรับส่งข้อมูลที่ในปัจจุบันยังคงยึดติดกับ USB หรือ FireWire เป็นหลัก ซึ่งถึงแม้จะใช้งานสะดวกและได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง แต่ก็ไม่ช่วยตอบโจทย์ความต้องการความเร็วที่เพิ่มขึ้นของผู้ใช้งานในปัจจุบันไปได้ ฉะนั้นจงไม่ต้องแปลกใจที่ทำไมเวลาเราถ่ายโอนข้อมูลไฟล์ภาพยนตร์ความละเอียดสูงลงฮาร์ดดิสก์แบบต่อภายนอกผ่านพอร์ต USB 2.0 นั้นถึงกินเวลานานมาก บางทีอาจเป็นชั่วโมงก็มี

แต่เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา Intel และ Apple ได้พร้อมใจกันเปิดตัวพอร์ตการเชื่อมต่อภายนอกแบบใหม่ที่เรียกว่า Thunderbolt ที่ไม่เพียงแต่จะช่วยลดความสับสนของพอร์ตเชื่อมต่อต่างๆ ที่มีมากมายในปัจจุบันแล้ว แต่ยังมีความเร็วที่มากกว่า USB และ FireWire ยอดนิยมในปัจจุบันอย่างมากอีกด้วย และในบทความนี้ ผมจะขอนำท่านผู้อ่านไปพบกับความหมาย การทำงานเบื้องหลัง การนำไปประยุกต์ใช้และประโยชน์ที่เกมเมอร์จะได้รับจาก Thunderbolt นี้กันครับ

Thunderbolt คืออะไร และทำอะไรได้บ้าง

ภาพลักษณะหัวต่อของ Thunderbolt
ภาพลักษณะหัวต่อของ Thunderbolt

Thunderbolt คือชื่ออย่างเป็นทางการของ Light Peak พอร์ตการเชื่อมต่อความเร็วสูงแบบใหม่ที่ได้รับการพัฒนาโดยความร่วมมือระหว่าง Intel และ Apple จึงทำให้อุปกรณ์ตัวแรกในโลกที่มีพอร์ต Thunderbolt มาด้วยคือ MacBook Pros รุ่นล่าสุดที่ได้รับการเปิดตัวในปีนี้ จุดเด่นที่ Thunderbolt มีเหนือกว่าพอร์ตรับส่งข้อมูลชนิดอื่นคือความสามารถในการรับส่งวิดีโอได้ด้วยในพอร์ตเดียวกันโดยที่ไม่มีการแย่งแบนวิธการรับส่งข้อมูล รวมทั้งความเร็วที่มากกว่าพอร์ตดั้งเดิมอย่างมหาศาล โดยทาง Intel ยืนยันว่า Thunderbolt สามารถรับส่งข้อมูลได้ที่ความเร็ว 10Gbps ซึ่งเร็วกว่า USB 2.0 (480Mbps) ถึง 20 เท่า เร็วกว่า FireWire 800 (800Mbps) ถึง 12 และเร็วกว่า USB 3.0 (5Gbps) 2 เท่า จึงทำให้เราสามารถถ่ายโอนไฟล์ภาพยนตร์ความละเอียดสูงที่มีขนาดราว 10-20GB โดยใช้เวลาเพียง 30 วินาทีเท่านั้น

แต่ที่เด็ดไปกว่านั้นคือ Thunderbolt รองรับการต่อวิดีโอออกจอแสดงผลภายนอกที่ความละเอียด 1080p หรือมากกว่าได้ในขณะที่เรากำลังถ่ายโอนไฟล์ข้อมูลอยู่ด้วย นั่นหมายความว่าเราสามารถรับชมไฟล์ภาพยนตร์บนจอโทรทัศน์โดยใช้โน้ตบุ๊กหรือคอมพิวเตอร์ไปพร้อมกับการสำรองข้อมูลเข้าฮาร์ดดิสก์ต่อภายนอกได้ไปพร้อมๆ กันแบบ daisy-chain โดยที่ไม่สูญเสียความเร็วแต่อย่างใด โดยอุปกรณ์ต่างๆ ที่ถูกเชื่อมต่อแบบนี้จะสามารถสื่อสารกันได้โดยตรง ไม่ต้องผ่านตัวกลางอย่าง Hub ต่างๆ เหมือนกับพอร์ต USB  นอกจากนั้นยังรองรับระบบเสียงหลายทิศทางได้ถึงแปดช่องเสียงอีกด้วย

ลักษณะการต่อแบบ Daisy-chain  ที่ Thunderbolt สามารถรองรับการต่อกับอุปกรณ์ได้สูงสุด 7 ชิ้นด้วยกัน
ลักษณะการต่อแบบ Daisy-chain ที่ Thunderbolt สามารถรองรับการต่อกับอุปกรณ์ได้สูงสุด 7 ชิ้นด้วยกัน

นอกจากจะสามารถรับส่งข้อมูลและถ่ายโอนไฟล์วิดีโอได้ไปพร้อมๆ กันแล้ว Thunderbolt ยังสามารถจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่ได้ถึง 10 วัตต์ จึงทำให้เราสามารถพกพาอุปกรณ์ต่างๆ ของเราไปได้อย่างสะดวกมากขึ้นและมีสายไฟรบกวนน้อย

Thunderbolt ทำงานอย่างไร

ลักษณะการทำงานของ Thunderbolt เห็นได้ว่าในภาพจะมีคอนโทรลเลอร์ทำหน้าที่รวมข้อมูลที่มาจากโปรโตคอล PCI Express และ DisplayPort ไว้ด้วยกัน ก่อนที่จะไปแยกอีกทีตรงอุปกรณ์ปลายทาง
ลักษณะการทำงานของ Thunderbolt เห็นได้ว่าในภาพจะมีคอนโทรลเลอร์ทำหน้าที่รวมข้อมูลที่มาจากโปรโตคอล PCI Express และ DisplayPort ไว้ด้วยกัน ก่อนที่จะไปแยกอีกทีตรงอุปกรณ์ปลายทาง

Thunderbolt ได้รับการพัฒนาภายใต้แนวความคิดทีว่า จะทำอย่างไรให้ชนิดของพอร์ตที่อยู่รกรุงรังอยู่หลังเคสของเรานั้นมีปริมาณน้อยลงเหลือเพียงแค่ชนิดเดียวที่สามารถเชื่อมต่อกับอะไรก็ได้และไม่จำกัดว่าต้องเป็นข้อมูลประเภทใด ที่สำคัญคือต้องมีความเร็วสูงรวมทั้งเข้ากันได้กับเทคโนโลยีของพอร์ตการเชื่อมต่อในปัจจุบัน ทางออกคือ ผู้พัฒนาได้นำโปรโตคอลการรับส่งข้อมูลกับวิดีโอสองชนิดคือ PCI Express และ DisplayPort มารวมไว้ภายใต้สายเคเบิลเส้นเดียว ข้อดีของการนำเทคโนโลยีเดิมมาประยุกต์ใช้คือระบบปฏิบัติการของเครื่องคอมพิวเตอร์จะสามารถทำความรู้จักกับพอร์ตตัวนี้ได้ในทันทีโดยไม่ต้องลงไดรเวอร์ใหม่ให้เสียเวลา และเนื่องจากรูปร่างภายนอกของ Thunderbolt นั้นเหมือนกับพอร์ต Mini DisplayPort เด๊ะ จึงทำให้สามารถนำไปใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ที่มีพอร์ตดังกล่าวได้ทันทีและยังสามารถใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ที่มีพอร์ต VGA, DVI หรือ HDMI ธรรมดาได้ผ่านทางอะแดปเตอร์ พร้อมกันนั้น Intel อ้างว่าผู้พัฒนายังสามารถพัฒนาอะแดปเตอร์เพื่อให้สามารถใช้งานร่วมกับพอร์ต USB, FireWire และ Gigabit Ethernet ได้อีกด้วย

ภายในอุปกรณ์ที่มีพอร์ต Thunderbolt ทุกตัวนั้นจะได้รับการบรรจุชิพคอนโทรลเลอร์ไว้ด้วย ซึ่งจะทำหน้าที่ในการรวมข้อมูลที่ผ่านมาทางโปรโตคอล PCI Express และ DisplayPort มาไว้ภายใต้สายเคเบิลเส้นเดียว และชิพในอุปกรณ์ปลายทางนั้นจะทำงานตรงกันข้ามคือจะทำการจำแนกข้อมูลทั้งสองที่ส่งมาเข้าสู่กระบวนการต่อไป ที่สำคัญคือตัวคอนโทรลเลอร์ยังได้รับการพัฒนามาให้มีความแล็คที่ต่ำมาก ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการรับส่งวิดีโอและเสียงที่ต้องการความแม่นยำสูง

อ้อ… ผมบอกไปหรือยังครับว่า Thunderbolt ยังมีโครงสร้างภายในที่ทำงานในรูปแบบ bi-directional  ซึ่งหมายถึงความสามารถในการรับและส่งข้อมูลไปได้พร้อมๆ กันที่ความเร็ว 10Gbps ทั้งรับและส่ง แถมความเร็วดังกล่าวยังไม่ลดลงเมื่อเราเชื่อมต่อกันในแบบ daisy-chain อีกด้วย เยี่ยมจริงๆ!

แล้วผู้ใช้งานจะได้รับประโยชน์อะไรบ้าง

ชิพคอนโทรลเลอร์ของ Thunderbolt ที่มีขนาดเล็กสุดๆ ซึ่งจะบรรจุอยู่ในอุปกรณ์ที่มีพอร์ต Thunderbolt อยู่ทุกตัว
ชิพคอนโทรลเลอร์ของ Thunderbolt ที่มีขนาดเล็กสุดๆ ซึ่งจะบรรจุอยู่ในอุปกรณ์ที่มีพอร์ต Thunderbolt อยู่ทุกตัว

หลักๆ เลยก็คือความเร็วที่เพิ่มขึ้นจากหน้ามือเป็นหลังมือ เพราะอย่างที่กล่าวไปคือในปัจจุบันนั้น พอร์ตเชื่อมต่ออุปกรณ์ภายนอกที่เร็วที่สุดคือ USB 3.0 ที่มีความเร็วเพียง 5Gbps เท่านั้น ซึ่งน้อยกว่าเป็นสองเท่าของ Thunderbolt จึงทำให้จากเดิมที่เราเคยใช้เวลาร่วมชั่วโมงในการสำรองข้อมูลหลายร้อยกิกกะไบต์ในฮาร์ดดิสก์จะเหลือเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น

Intel มีแผนพัฒนาสายเคเบิลสำหรับ Thunderbolt อยู่สองประเภทด้วยกันคือแบบที่เป็นอิเล็คทรอนิคกับแบบที่เป็นออฟติคัล ถึงแม้ทั้งคู่จะสามารถรับส่งข้อมูลได้ที่ 10Gbps ได้เท่ากัน แต่สายแบบแรกจะมีความยาวจำกัดที่ 3 เมตร เท่ากับ FireWire และ USB แต่สะสามารถจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ต่างๆ ได้ แต่แบบหลังนั้นจะสามารถความยาวได้ถึง 10 เมตร ซึ่งมอบความยืดหยุ่นในการใช้งานให้ได้อีกมากโข แต่จะไม่สามารถจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ต่างๆ ได้ ทาง Intel กล่าวว่าแบบสายออฟติคัลนั้นจะออกมาให้เราเห็นแน่นอนภายในปีนี้

เพราะว่า Thunderbolt สร้างบนพื้นฐานของเทคโนโลยี DisplayPort 1.2 จึงทำให้เราสามารถใช้อินเตอร์เฟส Thunderbolt ในการเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ แบบ daisy-chain ได้มากถึง 7 ชิ้นด้วยกันโดยที่ไม่ต้องมีสายหลากหลายชนิดให้วุ่นวาย ไม่ต้องมีตัวฮับให้ยุ่งยาก และประสิทธิภาพยังไม่ลดลงอีกด้วย

ประโยชน์สำหรับเกมเมอร์ก็คงจะหนีไม่พอร์ตการเชื่อมต่อแบบใหม่สำหรับอุปกรณ์ควบคุมเกมต่างๆ ที่จะออกมาให้เราเล่นกัน แต่ในทางปฏิบัติสามารถใช้งานได้อย่างสะดวกมากขึ้น เพราะในปัจจุบันเวลาที่เราซื้อพวกเมาส์ คีย์บอร์ด หรือจอยแพดมานั้น แต่ละตัวก็ต้องการพอร์ต USB ของตัวเองที่เราต้องคอยเอามือควานไปข้างหลังเคสเพื่อทำการเชื่อมต่อ ซึ่งนอกจากจะเสี่ยงโดนไฟดูดแล้วยังสิ้นเปลืองพอร์ต USB ด้านหลังอีกด้วย ลองจินตนาการดูว่าอีกไม่นานเราสามารถต่อสาย Thunderbolt ได้เลยระหว่างอุปกรณ์ทั้งเซ็ทโดยใช้พอร์ต Thunderbolt ด้านหลังเครื่องคอมพิวเตอร์เพียงช่องเดียวนั้นจะสะดวกเพียงใด หรือต่อไปการเล่นเกมผ่านระบบแลนอาจไม่ต้องเสียเวลาตั้งค่าเราเตอร์ เพียงแต่เชื่อมต่อผ่านพอร์ต Thunderbolt ก็สามารถตั้งวงแลนได้เลยจะดีเพียงไหน?

หรือในอีกด้านหนึ่งคือผู้ที่ชอบใช้คอมพิวเตอร์พกพาเบาๆ ตัวเล็กๆ ที่มีประสิทธิภาพไม่สูงเช่น MacBook Air หรือโน้ตบุ๊กประเภท ultrathin ทั้งหลายต่อไปก็อาจสามารถใช้สาย Thunderbolt ในการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ถ่ายวิดีโอประสิทธิภาพสูง ในขณะที่ต่อออกฮาร์ดดิสก์ต่อภายนอกเพื่อสำรองข้อมูลไปพร้อมๆ กับต่อออกจอมอนิเตอร์เพื่อการแสดงผลที่เต็มประสิทธิภาพ โดยทั้งสามอย่างนี้สามารถเกิดขึ้นพร้อมกันโดยใช้พอร์ต Thunderbolt เพียงช่องเดียว

USB หรือ Thunderbolt?

ในช่วงแรกนั้นคงปฏิเสธไม่ได้ว่า USB จะคงได้รับความนิยมอยู่ เพราะปริมาณอุปกรณ์ที่รองรับนั้นมีมากมายมหาศาล แต่ในอนาคตแล้ว Thunderbolt อาจสามารถเข้ามาแทนที่ได้ไม่ยากนักดังจะเห็นได้จากประโยชน์ที่กล่าวไป ในปัจจุบันนอกจาก Apple แล้ว ยังมีบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์เชื่อมต่อไม่น้อยที่ประกาศรองรับ Thunderbolt อาทิ AJA, Apogee, Avid, Blackmagic, Universal Audio, Lacie และ Western Digital ซึ่งสองชื่อหลังนั้นคงคุ้นหูพวกเรากันเป็นอย่างดี เพราะเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์สำรองข้อมูลที่ได้รับความนิยมมาก สำหรับพอร์ต Thunderbolt ภายในพีซี ตอนที่เขียนบทความนี้ผมยังไม่เห็นผู้ผลิตเมนบอร์ดรายใดออกมาให้การรองรับ (คงเพราะทุ่มไปกับ USB 3.0 ค่อนข้างมาก) แต่ผมเชื่อว่าภายในปีนี้เราคงได้เห็นกันบ้างไม่มากก็น้อยครับ จะแพ้ Apple ได้อย่างไรกันเนอะ…

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s