สมาร์ททีวี เมื่อทีวีก็มีแอ็พ!

1บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ครั้งแรกในนิตยสาร e-commerce ฉบับที่ 149 ประจำเดือนพฤษภาคม 2554

ถ้าปีค.ศ. 2010 เป็นปีแห่งการเกิดใหม่ของจอโทรทัศน์สามมิติ ปีค.ศ. 2011 ก็คงสามารถกล่าวได้ว่าเป็นปีแห่งสมาร์ททีวีเป็นแน่  เพราะรายงานจาก DisplaySearch เมื่อปีที่แล้วชี้ว่า 21% ของโทรทัศน์ที่วางขายในปีค.ศ. 2010 เป็นสมาร์ททีวีและมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นในปีนี้  ซึ่งก็อาจกล่าวได้ว่าไม่เกินจริงไปนัก เพราะนับตั้งแต่ขึ้นปีใหม่เป็นต้นมา เราก็ได้เห็นกระแสจอโทรทัศน์ที่สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้จากผู้ผลิตต่างๆ ออกมาอย่างไม่ขาดสายพร้อมกับแคมเปญการตลาดใหม่ๆ ที่ชูความสามารถของทีวีอัจฉริยะนี้ อาทิ “ความลับของจริยา” จาก LG ที่นำอินเตอร์แอ็คทีฟวีดีโอมาเป็นส่วนหนึ่งของการโฆษณาความสามารถของอินเตอร์เน็ตทีวีได้อย่างน่าสนใจจนสามารถสร้างกระแสในโลกออนไลน์ได้สักพักหนึ่ง

โลกออนไลน์บุกห้องนั่งเล่น

ตามจริงแล้วแนวความคิดโทรทัศน์ที่สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้นั้นไม่ใช่ของใหม่แต่อย่างใด เนื่องจากได้มีการทดลองใช้งานมากว่าทศวรรษแล้ว เช่น WebTV Networks ของ Microsoft ที่ล้มพับอย่างไม่เป็นท่าในยุค 90 ซึ่งสาเหตุหลักมาจากคอนเท้นท์บนโลกออนไลน์ในตอนนั้นยังไม่หวือว่าเหมือนตอนนี้ เพราะมีแต่ตัวอักษรและภาพนิ่งเป็นหลัก ตลอดจนอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงยังไม่แพร่หลายและมีราคาแพง ซ้ำร้ายยูสเซอร์อินเตอร์เฟสก็ยังตอบสนองช้า ใช้งานยาก และที่สำคัญคือค่านิยมของผู้บริโภคในตอนนั้นยังคิดว่าทีวีก็คือทีวี ที่ใช้ในการรับชมรายการโทรทัศน์หรือภาพยนตร์อย่างเดียว ไม่อยากวุ่นวายกับการตั้งค่าอินเตอร์เน็ตต่างๆ

แต่ในปัจจุบัน เทคโนโลยีการติดต่อสื่อสารได้รับการพัฒนามากขึ้น อินเตอร์เน็ตความเร็วสูงแพร่หลายกว่าเดิมเพราะมีราคาถูกลง คอนเท้นท์บนโลกออนไลน์มีความหลากหลาย และค่านิยมของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการทำให้โทรทัศน์เป็นเหมือนกับอินเตอร์เน็ตฮับประจำบ้านที่ทุกคนสามารถมานั่งล้อมวงรับชมคอนเท้นท์นับไม่ถ้วนที่อยู่บนโลกออนไลน์ เหล่านี้ทำให้ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมาเราได้เห็นแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงจาก “ดั๊มบ์ทีวี” (Dumb TV) ไปสู่ “สมาร์ททีวี” (Smart TV) อย่างไม่มีแนวโน้มว่าจะลดลงแต่อย่างใด

โดยทั่วไป สมาร์ททีวีสามารถแบ่งออกได้เป็นสองประเภทด้วยกันคือ โทรทัศน์ที่สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้เลยโดยอาศัยฮาร์ดแวร์ภายใน หรืออีกประเภทหนึ่งคือแบ่งขายเป็น set-top box ที่ต้องนำมาเชื่อมต่อกับโทรทัศน์อีกทีหนึ่งเหมือนเครื่องเล่นเกมคอลโซล โดยแบบแรกนั้นเราสามารถเห็นได้ทั่วไปตามแบรนด์โทรทัศน์ต่างๆ เช่น Sony Internet TV หรือ Samsung Smart TV ส่วนแบบที่สองที่เห็นได้ชัดคือแพลตฟอร์ม Google TV ที่เปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งได้มีการนำไปใช้กับ Logitech Revue ที่มาพร้อมกับคีย์บอร์ดไร้สายเพื่อความสะดวกในการใช้งาน และเครื่องเล่น Blu-ray ของ Sony สุดท้ายที่จะลืมไม่ได้เลยก็คือ Apple TV นั่นเอง

ความหมายของ Smart TV โดยภาพรวม จะเห็นได้ว่าหลักๆ คือโทรทัศน์ที่สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ รวมทั้งการเชื่อต่อเข้ากับอุปกรณ์ตัวอื่นผ่านทางเครือข่ายไร้สายตามบ้าน
ความหมายของ Smart TV โดยภาพรวม จะเห็นได้ว่าหลักๆ คือโทรทัศน์ที่สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ รวมทั้งการเชื่อต่อเข้ากับอุปกรณ์ตัวอื่นผ่านทางเครือข่ายไร้สายตามบ้าน

แต่ไม่ว่าจะเป็นแบบไหนก็ตาม ภาพรวมหลักๆ ของ “สมาร์ททีวี”  นั้นจะหมายถึงโทรทัศน์ที่สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเพื่อรับชมเนื้อหาอินเตอร์แอ็คทีฟต่างๆ ที่อยู่บนโลกออนไลน์ได้ ไม่ว่าจะเป็นการรับชมวิดีโอบน YouTube การสืบค้นเนื้อหาต่างๆ พร้อมกับความสามารถในการเชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์เครือข่ายในบ้าน เช่น พีซี สมาร์ทโฟน และที่สำคัญคือ การใช้งานแอ็พพลิเคชั่น

เมื่อทีวีก็มีแอ็พ!

3

ปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งที่เป็นคิลเลอร์ของสมาร์ทโฟนก็คือแอ็พพลิเคชั่นที่ช่วยต่อยอดและเพิ่มพูนความสามารถของโทรศัพท์มือถือ ฉะนั้นคงจะไม่แปลกใจอะไรถ้าผู้ผลิตโทรทัศน์จะขอหยิบยืมแนวคิดเดียวกันนี้มาใช้กับสื่อบันเทิงอายุกว่า 80 ปีนี้ด้วย โดยจะเห็นได้ว่าปัจจุบันโทรทัศน์ก็มีแพลตฟอร์มแอ็พพลิเคชั่นที่หลากหลายไม่แพ้มือถือเช่น Google TV, Yahoo Connected TVและ Samsung Apps เป็นต้น ในขณะเดียวกันเราก็ได้เริ่มเห็นบริการบนเว็บไซต์หลายๆ แห่งกลปรับแต่งหน้าเว็บให้เหมาะสมกับการแสดงผลบนหน้าจอโทรทัศน์ โดยเฉพาะเว็บแชร์วีดีโอ เช่น YouTube LeanBack และ Vimeo Couch Mode ดังนั้นจากที่กล่าวไปจะเห็นได้ว่าตอนนี้ผู้พัฒนามีสองทางเลือกในการนำบริการของตนเข้าสู่หน้าจอโทรทัศน์คือ จะเลือกพัฒนาแอ็พพลิเคชั่นเป็นการเฉพาะ หรือจะพัฒนาหน้าเว็บไซต์โดยใช้มาตรฐาน Flash หรือ HTML5 และปรับแต่งให้เหมาะสมกับหน้าจอโทรทัศน์ เหมือนกับมือถือไม่มีผิด!

แต่ก่อนนั้น การพัฒนาแอ็พพลิเคชั่นเป็นเพียงวิธีการเดียวที่ผู้ผลิตจะสามารถนำบริการของตนเข้าสู่หน้าจอโทรทัศน์ เพราะสมาร์ททีวีรุ่นแรกๆ ไม่มีเว็บเบราเซอร์ติดมาให้ด้วย ส่วนแอ็พพลิเคชั่นที่ติดตั้งมาให้ก็มีแต่พื้นๆ อย่าง YouTube อีกทั้งร้านค้าเเอ็พพลิเคชั่นออนไลน์ก็ยังไม่มี แต่ในปัจจุบันได้มีการพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น เช่น Connected TV ของ Yahoo ที่ในปัจจุบันมีคอลเล็คชั่นของแอ็พพลิเคชั่นที่หลากหลายให้เลือกดาวน์โหลด และยังเปิดรับเพิ่มจากนักพัฒนาภายนอกให้มาอาศัยแพลตฟอร์มของตนหากินอีกด้วย ส่วน Samsung Apps เองก็ได้รับความนิยมแพ้กัน เพราะทางบริษัทอ้างว่ายอดดาวน์โหลดในร้านค้าออนไลน์ของตนทะลุ 1 ล้านครั้งแล้ว ส่วน Google TV เองก็วางแผนจะเปิดร้านค้าออนไลน์เหมือนกับ Android Market ในช่วงกลางปีนี้ สำหรับจุดเด่นของการพัฒนาแอ็พพลิเคชั่นก็คงหนีไม่พ้นการที่สามารถนำลูกเล่นต่างๆ อัดลงไปได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ถูกจำกัดอยู่กับมาตรฐานของเว็บเบราเซอร์ แต่ข้อสังเกตคือต้นทุนที่สูงกว่าการพัฒนาเว็บเพราะต้องเสียเวลาและงบประมาณไปกับการพัฒนาให้กับแพลตฟอร์มสมาร์ททีวีต่างๆ ที่มีอยู่มากมายตามที่กล่าวไป

YouTube LeanBack หนึ่งในเว็บไซต์ที่ปรับแต่งมาเพื่อการรับชมผ่านทางจอโทรทัศน์โดยเฉพาะ
YouTube LeanBack หนึ่งในเว็บไซต์ที่ปรับแต่งมาเพื่อการรับชมผ่านทางจอโทรทัศน์โดยเฉพาะ

ถ้าต้องการที่จะลดต้นทุน เห็นทีการพัฒนาเว็บให้เหมาะกับการแสดงผลผ่านหน้าจอโทรทัศน์ก็คงเป็นทางเลือกเดียว เช่น YouTube LeanBack ซึ่งเป็นหน้าเว็บไซต์ที่พัฒนาโดย Adobe Flash ซึ่งได้รับการปรับแต่งมาเพื่อการรับชมภาพยนตร์ความละเอียดสูงผ่านทางหน้าจอโทรทัศน์โดยเฉพาะ และเนื่องจากเป็นการแสดงผลผ่านทางเว็บเบราเซอร์ ผู้ใช้งานพีซีก็สามารถรับชมได้ด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะผู้นิยมประกอบ HTPC (Home Theatre PC) อีกตัวอย่างหนึ่งก็คือ Vimeo Couch Mode ที่ใช้ HTML5 ในการพัฒนา ซึ่งคงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าคงจะกลายมาเป็นมาตรฐานของเว็บไซต์ในอนาคต แต่ในตอนนี้ก็คงติดข้อจำกัดอยู่ประการเดียวคือเว็บเบราเซอร์ในสมาร์ททีวีต้องรองรับด้วย

เพิ่มมูลค่าด้วยคอนเท้นท์และประสบการณ์การใช้งาน

เช่นเดียวกับสมาร์ทโฟน ไม่ว่าผู้ผลิตจะกล่าวอ้างถึงฟังชั่นและข้อมูลทางเทคนิคมากเท่าใดก็ตาม แต่ถ้าล้มเหลวในการทำให้ผู้บริโภคตระหนักถึงประโยชน์ที่จะได้รับจากการใช้งานก็ไร้ค่า สำหรับในตลาดโทรทัศน์ด้วยแล้วยิ่งแล้วใหญ่ เพราะเป็นที่ทราบกันว่าจุดประสงค์หลักของโทรทัศน์คือการรับชมคอนเท้นท์เป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นรายการโทรทัศน์ หรือภาพยนตร์ ซึ่งเป็นแบบนี้มาตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเคเบิลทีวี เทป VHS ดีวีดี หรือบลูเรย์ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นการเข้าถึงคอนเท้นท์หรือเนื้อหา ไม่ใช่เทคโนโลยีโดยตรง ฉะนั้น การที่ผู้ผลิตโทรทัศน์รายต่างๆ พากันชูโรงความสามารถในการรองรับแอ็พพลิเคชั่นเป็นหลักเหมือนกับสมาร์ทโฟนอาจไม่ใช่แนวทางที่ดีนัก แต่ต้องนำเสนอประสบการณ์การใช้งานที่แปลกใหม่และไม่เหมือนกับการใช้งานบนอุปกรณ์อื่นอย่างมือถือ หรือแท็บเล็ตด้วย มิเช่นนั้นผู้บริโภคก็คงไม่เห็นประโยชน์อะไรที่จะต้องเสียเงินเพิ่มไปกับสมาร์ททีวี

เชื่อว่าหลายท่านน่าจะเคยได้ยิน Netflix และ Hulu กันมาบ้างแล้ว ซึ่งบริการทั้งสองนับได้ว่าเป็นคิลเลอร์ของตลาดสมาร์ททีวีในสหรัฐอเมริกาเลยทีเดียว เพราะด้วยค่าธรรมเนียมต่อเดือนเพียงไม่กี่เหรียญ ผู้สมัครสามารถเลือกรับชมภาพยนตร์หรือรายการโทรทัศน์ในรูปแบบออนไลน์ได้โดยไม่ถูกจำกัดอยู่กับผังรายการเหมือนเคเบิลทีวีดั้งเดิม คอนเท้นท์ที่หลากหลายเช่นนี้เองที่ทำให้ตลาดสมาร์ททีวีในต่างประเทศเป็นที่น่าจับตา

นอกจากคอนเท้นท์แล้ว ประสบการณ์การใช้งานก็ต้องทำให้ง่ายเข้าไว้ด้วย เพราะต้องไม่ลืมว่าหน้าที่หลักของโทรทัศน์ก็คือมอบความบันเทิงให้กับผู้ใช้ตามบ้านนั่นเอง ที่ผ่านมาสาเหตุหนึ่งที่ Google TV ไม่ได้มีเสียงตอบรับมากเท่าที่ควรก็เพราะใช้งานยาก และนักวิจารณ์บางท่านบอกว่าเหมือนกับการใช้งานพีซีมากเกินไป ทั้งการควบคุมแอ็พพลิเคชั่นผ่านรีโมทนั้นก็ไม่สะดวก และนี่เป็นเหตุผลหลักที่ Apple ไม่รองรับแอ็พพลิเคชั่นบน Apple TV นั่นเอง เหล่านี้อาจเป็นข้อด้อยที่แก้ไขได้ยากด้วยข้อจำกัดทางเทคโนโลยี แต่ในอนาคตเมื่อการควบคุมโดยใช้การเคลื่อนไหวของร่างกายอย่าง Microsoft Kinect ได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้น และนำมาใช้งานอย่างเป็นเรื่องเป็นราวในสมาร์ททีวี เราคงได้เห็นการวิวัฒน์ประสบการณ์ใช้งานบนแพลตฟอร์มนี้อีกครั้ง เหมือนกับที่ปัจจุบันระบบสัมผัสหน้าจอกลายมาเป็นมาตรฐานบนสมาร์ทโฟนแทนที่ปากกา Stylus ดั้งเดิม

อนาคตของโทรทัศน์เมื่อถูกอินเตอร์เน็ตยึดครอง

โทรทัศน์นับว่าเป็นหนึ่งในเครื่องใช้ไฟฟ้าเพื่อความบันเทิงที่เก่าแก่มากที่สุดอย่างหนึ่งที่เรียกได้ว่านอกจากขนาดและเทคโนโลยีในการแสดงผลแล้ว เราแทบไม่ได้เห็นนวัตกรรมอื่นๆ เลย จนกระทั่งช่วงสองสามปีให้หลังมานี้เราเริ่มเห็นลูกเล่นใหม่ๆ อย่างการแสดงผล 3 มิติที่กำลังได้รับความนิยมในวงการภาพยนตร์ฮอลลีวู้ด แต่ด้วยราคาที่แพง คอนเท้นท์ที่น้อย และข้อจำกัดที่ผู้ชมต้องสวมแว่นตลอดเวลา ทำให้จอโทรทัศน์สามมิติไม่สามารถสร้างแรงกระเพื่อมได้มากเท่ากับที่มีการคาดการณ์ไว้

ทว่า แนวคิดโทรทัศน์ที่เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้นั้นอาจได้มีการตอบรับที่ดีมากกว่าก็เป็นได้ เพราะเป็นการนำเทคโนโลยีที่มีอยู่แล้วมาประยุกต์เข้ากับเครื่องใช้ไฟฟ้าเพื่อความบันเทิงดั้งเดิม จริงอยู่ที่ในระยะแรกอาจไม่ได้รับความสนใจมากเท่าไร เพราะสิ่งที่สมาร์ททีวีสามารถทำได้นั้น พีซีดั้งเดิมก็สามารถทำได้ เช่นการรับชมวิดีโอออนไลน์ หรือใช้งานเครือข่ายสังคมต่างๆ เพราะฉะนั้นในตอนนี้สิ่งที่ผู้ผลิตสมาร์ททีวีต้องทำคือทำอย่างไรก็ได้ให้ผู้บริโภคตระหนักถึงประโยชน์ที่จะได้รับ ไม่ใช่เพียงโหมโปรโมทฟังชั่นหรือลูกเล่นเข้าใจยากทั้งหลาย นี่ยังไม่รวมถึงข้อจำกัดด้านประสบการณ์ใช้งานที่ยังต้องพึ่งรีโมทหรือคีย์บอร์ดอยู่ ที่อาจไม่สะดวกนักในการใช้แอ็พพลิเคชั่นที่มีหน้าจอเมนูซับซ้อน ซึ่งคงต้องได้รับการแก้ไขต่อไปเมื่อมีเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามา

อินเตอร์เน็ตและเครือข่ายไร้สายเป็นตัวกระตุ้นให้หลายอย่างเกิดการพัฒนา ซึ่งกับโทรทัศน์ก็เช่นกัน ที่น่าสนใจคือ ในอนาคตนอกจากเราจะเห็นการทำงานร่วมกันระหว่างพีซี สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ตตามที่ได้กล่าวไปเมื่อฉบับที่แล้ว เราอาจต้องเพิ่มสมาร์ททีวีให้กับวิถีชีวิตอันชาญฉลาดของเราเข้าไปด้วยก็ได้ครับ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s