ชีวิตเคยง่ายกว่านี้ เมื่อ Apple และ Blackberry ยังเป็นเพียงผลไม้!?

ประโยคชวนคิดนี้ปรากฏขึ้นมาใน News Feed บน facebook ของผมตอนเช้าวันหนึ่ง เจ้าของความคิดนี้ตัวจริงเป็นใครไม่อาจทราบได้ เพราะเข้าใจว่าเป็นการพูดต่อๆ กันมา แต่ในกรณีนี้ ผู้ส่งสารไม่สำคัญเท่าความหมายของตัวสารเองที่คงต้องการสื่อว่า Blackberry และ Apple สองแบรนด์สมาร์ทโฟนชื่อดังที่ได้นามมาจากผลไม้นั้นเป็นตัวแทนของความทันสมัย ที่มาพร้อมกับความวุ่นวาย ซึ่งเทียบไม่ได้เลยกับสมัยก่อนที่ชีวิตหมุนไปอย่างช้าๆ เรียบง่าย เหมือนกับ Blackberry และ Apple ครั้งกระโน้นที่เป็นเพียงเหยื่อให้มนุษย์คอยเด็ดกินเล่น

คนที่คิดประโยคนี้ขึ้นมาคงลืมไปว่าทั้งคู่เป็นเพียงเครื่องมือติดต่อสื่อสาร ชนิดหนึ่ง เหมือนกับเมื่อก่อนที่เราอาศัยสัญญาณควัน คนเดินสาร ไล่มาจนถึงโทรศัพท์ โทรเลข โทรสารที่เคยเป็นของใหม่ในอดีต

แต่จุดที่ไม่เหมือนกับเครื่องมือครั้งกระโน้นก็คือ ความสามารถในการโต้ตอบกลับไปมาได้อย่างรวดเร็ว และลูกเล่นเพิ่มเติมอันหลากหลายที่ทำให้เราติดหนึบและกลายเป็นทาสของมันได้อย่างไม่ยากเย็น

Only connect! วลีเด็ดจากนวนิยายเรื่อง Howards End (1910) ของ E.M. Forster (ที่ผมเคยเกลียดนักหนาตอนสมัยเรียน) ซึ่งอีก 100 ปีถัดมาได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเพียงแค่เราเชื่อมถึงกันก็สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในหลายๆ อย่างได้ ทั้งการประท้วงในแอฟริกาและตะวันออกกลาง การเผยแพร่ข้อมูลลับทางการทูตของอเมริกาโดย Wikileaks รวมไปถึงการรับทราบข่าวการเสียชีวิตของบินลาเดนที่คนเล่นทวิตเตอร์นั้นทราบข่าวก่อนที่โอบามาจะออกมาแถลงเสียอีก!

เพราะการติดต่อสื่อสารที่เป็นไปอย่างรวดเร็วนี่ล่ะกระมังที่เป็นสาเหตุให้บางคนคิดว่าก่อนที่จะมีเครื่องมือบ้าๆ เหล่านี้ โลกมันช่างสงบสุขเสียนี่กระไร…

น่าเสียดายที่คำตอบที่แท้จริงคือ ผิดมหันต์!

ปีค.ศ. 2012 ที่กำลังจะมาถึงเป็นการครบรอบ 200 ปีพอดีของสงคราม 1812 (The War of 1812) ซึ่งเป็นการสู้รบกันระหว่างอเมริกาที่เพิ่งประกาศเอกราชได้ไม่นานกับจักรวรรดิอังกฤษที่กำลังรุ่งโรจน์ เชื่อหรือไม่ว่าทั้งคู่อาจสามารถหลีกเลี่ยงความสูญเสียนี้ได้ถ้าการติดต่อสื่อสารเป็นไปอย่างรวดเร็วมากกว่าที่เป็นอยู่?

ช่วงนั้นมีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้อเมริกาฉุนอังกฤษมากจนประกาศสงคราม แต่ปัจจัยหลักที่สุดก็เห็นจะเป็นเรื่องกฎห้ามไม่ให้ประเทศเป็นกลางทำการค้าใดๆ กับฝรั่งเศสที่อังกฤษกำลังทำสงครามนโปเลียนอยู่เพื่อเป็นการตัดเสบียงทางอ้อม อเมริกาเห็นว่าไม่แฟร์เนื่องด้วยตนเป็นประเทศเกิดใหม่ด้วยแล้วยิ่งต้องอาศัยการค้าเพื่อเพิ่มพูนความมั่งคั่งมากกว่าหลายเท่า จึงจ้องจะทำสงครามให้รู้แล้วรู้รอดกันไปข้างหนึ่ง

รัฐบาลใหม่ของอังกฤษคงเห็นว่าลุงแซมคงเอาจริง และไม่อยากเปิดศึกหลายด้านเพราะลำพังรบกับนโปเลียนก็ปวดหัวมากพอแล้ว ถ้าให้มารบกับอเมริกาด้วยจะยิ่งกันไปใหญ่ จึงตัดสินใจยกเลิกกฏการกีดกันการค้าดังกล่าวเพื่อหวังเอาใจและหลีกเลี่ยงสงคราม

แต่ปัญหาในตอนนั้นคือการติดต่อสื่อสารข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกต้องใช้เวลานับเดือน เพราะต้องเดินทางด้วยเรืออย่างเดียว ตอนนั้นอเมริกาอาจใจร้อนไปหน่อยและอาจคาดไม่ถึงมาก่อนด้วยว่าอังกฤษจะกลับใจได้ เลยตัดสินใจประกาศสงครามในขณะที่ข่าวยังลอยเท้งเต้งอยู่กลางแอตแลนติก!
ผลของสงครามคือทั้งคู่สูญเสียกำลังคนไปประมาณ 20,000 ราย อเมริกาสูญเงินไปกว่า 200 ล้านเหรียญ และทำเนียบขาวโดนเผาไปกว่าครึ่ง! ที่น่าสนใจคือทั้งคู่ไม่ได้สูญเสียหรือได้ดินแดนเพิ่มเติมอะไรมาเลย เหมือนรบกันไปฟรีๆ

ถ้าตอนนั้น Apple และ Blackberry เป็นมากกว่าผลไม้ ปธน.อเมริกากับนายกฯ อังกฤษคง WhatsApp คุยกันได้ และสงครามก็คงอาจไม่เกิดขึ้น

เช่นเดียวกับที่ปีนี้เป็นการครบรอบ 50 ปีการส่งคนขึ้นไปบนอวกาศ หลายๆ คนตั้งคำถามว่าประเทศยักษ์ใหญ่หมดเงินทุนไปมากมายกับการแข่งขันด้านอวกาศในยุคสงครามเย็น แล้วเราได้อะไรกลับมาบ้าง? ผ่านไปครึ่งศตวรรษเราก็ยังไปตั้งอาณานิคมบนอวกาศไม่ได้สักที ไม่เหมือนในหนังชุด Space Odyssey เลย…

แน่นอนที่ว่าโครงการอวกาศอาจไม่ทำให้เราได้ไปตั้งอาณานิคมบนดาวดวงอื่น แต่ผลพลอยได้จากการทดลองนั้นมีมากมายมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นดาวเทียม ระบบ GPS ไมโครชิพ คอมพิวเตอร์ เลเซอร์ หลอด LED, Google Earth, Google Maps, Foursquare ฯลฯ ล้วนแล้วแต่เป็นหนี้บุญคุญของโครงการอวกาศทั้งนั้น
แบบนี้ยังเรียกว่ายังไม่ได้อะไรอีกหรือ?

เทคโนโลยีก็คือเครื่องมือชนิดหนึ่ง เหมือนกับเลื่อยยนต์ ใช้ดีๆ ก็เกิดประโยชน์มากมาย แต่ถ้าใช้ไม่ถูกวิธีก็อาจเป็นการฆ่าตัวตายได้ง่ายๆ

ปัญหาคือคนหลายคนไม่สามารถทำได้และโบ้ยไปเรื่อยว่าเป็นเพราะเทคโนโลยีที่ทำให้เขาหรือเธอต้องเปลี่ยนวิถีการดำรงชีวิต แต่แท้ที่จริงแล้วคนเหล่านั้นไม่สามารถควบคุมทั้งตนเองและเทคโนโลยีเหล่านั้นได้ทำให้รู้สึกเหมือนกับกำลังหลงทางอยู่ในทางมืดที่ไร้แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์

นวัตกรรมและเทคโนโลยีคือการเปลี่ยนแปลงที่เราไม่อาจเลี่ยงได้ ที่ทำได้คือต้องเฝ้าติดตาม ศึกษาความเป็นไป และดึงประโยชน์ออกมาใช้ให้ได้มากที่สุด

โหยหาอดีตไปก็ไร้ประโยชน์ ถ้าเรายังเตรียมพร้อมตัวเองให้ก้าวทันโลกปัจจุบันไม่ได้ อาณานิคมบนอวกาศก็คงเป็นเพียงแค่ฝัน

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s