ปอกเปลือก Llano ไม้ตายเด็ดจาก AMD

head

เชื่อว่าจนถึงปัจจุบันนี้ หลายๆ ท่านน่าจะพอได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของ Llano (AMD-A) มาบ้าง กล่าวให้เข้าใจง่ายๆ คือเจ้านี่เป็นโปรเซสเซอร์หรือซีพียูที่มีชิพกราฟิกพ่วงเข้ามาด้วยเหมือนกับชิพ Sandy Bridge ของ Intel โดยชิพที่ได้รับการออกแบบนี้จะถูกขนานนามจาก AMD ว่าเอพียู (Accelerated Processing Unit, APU) ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการที่ AMD เข้าซื้อกิจการ ATI เมื่อปี 2005

แต่อย่างไรก็ตาม Llano ไม่ได้เป็นชิพเอพียูตัวแรกของ AMD แต่อย่างใด เพราะถ้าใครติดตามคอลัมน์ Hard Stuff มาตั้งแต่ต้นปีน่าจะพอจำกันได้ว่าผมได้เคยเขีียนถึงชิพเอพียูรหัส Zacate และ Ontario ไปแล้วทีหนึ่ง แต่สิ่งที่ทำให้ Llano น่าสนใจมากกว่าคือตัวชิพได้รับการออกแบบมาให้เป็นคู่แข่งโดยตรงของ Intel Sandy Bridge รุ่นระดับกลางประมาณ i3, i5 ทั้งบนเดส์ท้อปและโน้ตบุ๊ก ไม่ใช่ชิพ Atom เหมือนกับสองรุ่นก่อนหน้า และที่สำคัญคือเจ้าแกนประมวลผลกราฟิกของ Llano นี่ยังรองรับ DirectX 11 พร้อมกับเล่นเกมฮาร์ดคอร์ได้ในระดับหนึ่งเสียด้วยสิ!

Llano เหล้าเก่าในขวดใหม่?

ก่อนที่จะเข้าสู่รายละเอียดทางเทคนิค ผมจะขอกล่าวภาพรวมคร่าวๆ ของชิพ Llano สักหน่อยหนึ่งนะครับ สรุปให้เข้าใจง่ายๆ คือชิพ Llano ตัวนี้ีเป้าหมายที่ตลาดของผู้ใช้งานระดับเริ่มต้นค่อนไปทางระดับกลาง หรือตลาดกระแสหลัก (mainstream) ที่มีกลุ่มคนใช้มากที่สุดนั่นเอง โดยตัวชิพสามารถแบ่งออกได้เป็นสองแพลตฟอร์มใหญ่คือ Sabine สำหรับโน้ตบุ๊ก กับ Lynx สำหรับเดสก์ท้อป และภายในปีนี้เราจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงในตลาดคือ AMD จะเริ่มยุติการวางจำหน่ายชิพระดับล่าง-กลางทั้งหลาย เช่น Athlon II, Phenom II และ Turion เพื่อปูทางให้ Llano นั่นเอง สำหรับชื่อทางการตลาดสำหรับชิพ Llano ก็คือ AMD-A โดยจะแบ่งรุ่นเป็น A8, A6 และ A4 เพื่อให้สอดคล้องกับ AMD-C (Ontario) และ AMD-E (Zacate) ที่ออกมาก่อนหน้า

ภาพแสดงโครงสร้างภายในของ Llano
ภาพแสดงโครงสร้างภายในของ Llano

โครงสร้างการออกแบบภายในของ Llano นั้นสามารถแบ่งได้เป็นสามส่วนหลักๆ คือ แกนประมวลผลกลางหรือซีพียู แกนประมวลผลกราฟิกหรือจีพียู และวงจร Northbridge แต่ที่เกริ่นนำว่าเหล้าเก่าในขวดใหม่ก็เพราะว่า ในส่วนของแกนประมวลผลกลางหรือซีพียูนั้นยังคงใช้สถาปัตยกรรมการออกแบบ Stars ที่ใช้กันมาตั้งแต่ยุค Athon II และ  Phenom II ไม่ใช่ Bulldozer ตัวใหม่นะครับ แต่ก็อย่าได้ประมาทการออกแบบที่เหลือเลยเชียว เพราะว่ากระบวนการผลิตนั้นเป็นแบบ 32 นาโนเมตร และมีจำนวนทรานซิสเตอร์ถึง 1 พันล้านตัว แต่ที่น่าเสียดายคือในส่วนของแกนประมวลผลกลางนั้นไม่มีแคช L3 มาให้ ทำให้ประสิทธิภาพการใช้งานทั่วไปนั้นค่อนข้างด้อยกว่าคู่แข่งพอสมควร แต่อย่างน้อยๆ วงจรควบคุมภายในอื่นๆ ที่เหลือนั้นก็มีคุณสมบัติมากมาย เช่น ส่วนควบคุมแรม DDR3 ชนิดดูอัลแชนแนล วิดีโอโปรเซสเซอร์ Unified Video Decoder (UVD) ที่ช่วยให้การเข้า/ถอดรหัสไฟล์วิดีโอความละเอียดสูงเป็นไปอย่างไหลลื่นมากขึ้น อินเตอร์เฟส PCI Express ทั้งสิ้น 24 เลนส์ และอินเตอร์เฟส Digital display interfaces (DDI) ที่ทำให้เรานำสายต่อแสดงผลจอมาเสียบบนเมนบอร์ดได้เลยโดยที่ไม่ต้องซื้อการ์ดกราฟิกแยก และที่สำคัญคือ Llano บางรุ่นนั้นยังรองรับ Turbo Core ซึ่งเป็นคุณสมบัติโอเวอร์คล็อกความเร็วโดยอัตโนมัติด้วย

พลิกโฉมกราฟิกภายในเสียใหม่

เป็นที่ทราบกันดีว่าชิพกราฟิกที่ติดตั้งมาให้ภายใน ไม่ว่าจะบนซีพียูหรือเมนบอร์ดหรือที่เราเรียกกันติดปากว่าการ์ดจอออนบอร์ดนั้นเล่นเกมได้ห่วยแตกมากเพียงใด แต่ AMD ต้องการที่จะลบล้างคำสบประมาทดังกล่าวด้วย Llano และนี่เองที่ทำใหตัวชิพเป็นที่จับตามองตั้งแต่ประกาศตัวครั้งแรกเมื่อเกือบสองปีที่ผ่านมา

แกนประมวลผลกราฟิกภายใน Llano นั้นมีชื่อรหัสว่า Sumo ซึ่งนอกจากจะรองรับการประมวลผลด้วย DirectX 11 แล้ว โครงสร้างภายในยังมีความคล้ายคลึงกับชิพ Redwood ที่อยู่บนการ์ดจอแยก Radeon HD5500 และ 5600 เป็นอย่างมาก ซึ่งเมื่อดูจากสเปคคร่าวๆ แล้วก็จะพบว่า ในแกนประมวลผลกราฟิกบนชิพ A8 ซึ่งเป็นรุ่นบนสุดนั้นมีจำนวน Stream Processors มากถึง 400 ตัว ที่ความเร็วมากถึง 600MHz และจะลดหลั่นกันในรุ่นรองลงมา ซึ่งเท่านี้ก็เพียงพอแล้วที่จะเล่นเกมฮาร์ดคอร์ความละเอียดปานกลางได้อย่างไม่มีสะดุด

รายละเอียดแกนประมวลผลกราฟิกภายใน Llano
รายละเอียดแกนประมวลผลกราฟิกภายใน Llano

ถ้าจะให้กล่าวว่า AMD นำเอาซีพียูกับจีพียูมาทากาวติดกันแล้วเรียกว่าเอพียูนั้นก็คงจะไม่ถูกซะทีเดียว เพราะว่าในส่วนของแกนประมวลผลกราฟิกนั้นมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภายในเล็กน้อย ที่เห็นเด่นชัดที่สุดก็คือในส่วนของหน่วยความจำ เพราะแทนที่จะมีวงจรควบคุมหน่วยความจำแยกต่างหาก แต่เมื่อมาอยู่ในบ้านเดียวกับซีพียูแล้วก็ต้องมีจัดสรรปันส่วนทรัพยากรไปตามระเบียบ ในเบื้องต้นทราบมาว่าแกนประมวลผลกราฟิกจะกินหน่วยความจำหลักของเครื่องไปประมาณ 512MB ซึ่งก็มากพอดู อีกทั้งวงจรควบคุมแรม DDR 3 นั้นยังรองรับแรมความเร็วมากถึง 1866MHz เพื่อให้เพียงพอกับการใช้งานเฟรมบัฟเฟอร์ของแกนประมวลผลกราฟิกครับ

สำหรับคุณสมบัติเกี่ยวข้องอืนที่น่าสนใจก็คือ วงจร UVD ที่แนบมาให้ต่างหากนั้นสามารถรองรับการเล่นไฟล์วิดีโอความละเอียดสูงได้ทุกรูปแบบ รวมทั้งภาพยนตร์ Blu-ray สามมิติด้วย และที่น่าสนใจคือรองรับการต่อออกจอมอนิเตอร์ได้มากสุดสองตัวภายใต้อินเตอร์เฟสที่หลากหลายตั้งแต่ HDMI, DVI, Display Port และ D-Sub ดั้งเดิม

Turbo Core ก็มากับเขาด้วย

คุณสมบัติที่น่าสนใจของชิพ Phenom II แบบหกแกนในปัจจุบันก็คือ Turbo Core ที่สามารถโอเวอร์คล็อกความเร็วซีพียูได้โดยอัตโนมัติเป็นระยะเวลาสั้นๆ โดยอ้างอิงปัจจัยจากความร้อนที่เกินขึ้น กำลังงาน (workload) และการใช้กำลังไฟ ณ ขณะนั้น ซึ่งลูกเล่นนี้ก็มาติดมาพร้อมกับชิพ Llano นี้ด้วย แต่จะเป็นเพียงบางรุ่นเท่านั้น แต่จะใช้หลักการจะเหมือนกันแม้ว่าภายในจะมีแกนประมวลผลกราฟิกพ่วงมาด้วยก็ตาม เพียงแต่ระบบจะนำปัจจัยความร้อนที่เกิดขึ้นจากแกนกราฟิกมาเป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มความเร็วของแกนประมวลผลกลางด้วยแค่นั้นเอง

A8, A6, A4!?

อย่างที่กล่าวไป ชิพ Llano หรือ AMD-A ที่วางขายนั้นมีอยู่ด้วยกันหลายรุ่นมาก โดยแต่ละรุ่นจะมีความเร็วมากน้อยต่างกัน แต่สถาปัตยกรรมข้างในจะเหมือนกัน เพื่อไม่ให้เป็นการสับสน ทางบริษัทจึงได้ใช้ตัวเลขในการแบ่งระดับความเร็ว เหมือนกับ i3,i5 และ i7 ของ Intel ดังนี้

– A8 = มีแกนประมวลผล 4 แกน มีจำนวน Stream Processors 400 ตัว (Radeon HD 6550D)

– A6 = มีแกนประมวลผล 4 แกน มีจำนวน Stream Processors 320 ตัว (Radeon HD 6530D)

– A4 = มีแกนประมวลผล 2 แกน มีจำนวน Stream Processors 240 ตัว (Radeon HD 6410D)

สำหรับความแตกต่างอื่นที่เหลือสามารดูได้จากตารางเปรียบเทียบในบทความได้เลยนะครับ

ความแตกต่างของ Llano แต่ละรุ่น
ความแตกต่างของ Llano แต่ละรุ่น

 ต้อนรับ A75 และ FM1 ชิพเซ็ตและซ็อกเก็ตน้องใหม่

ขึ้นชื่อว่าเป็นแพลตฟอร์มแล้ว นอกจากซีพียูและจีพียูก็ต้องมีชิพเซ็ตและซ็อกเก็ตด้วยถึงจะครบสูตร และด้วยการมาถึงของ Llano ก็เตรียมโบกมือลาซ็อกเก็ต AM ทั้งหลายได้เลยครับ เพราะ AMD ได้เปิดตัวชิพเซ็ตและซ็อกเก็ตใหม่ภายใต้ชื่อ A75  และ FM1 ตามลำดับ

ภาพอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างเอพียู และ Fusion Controller Hub (FCH)
ภาพอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างเอพียู และ Fusion Controller Hub (FCH)

ทั้งนี้การจะเรียก A75 ว่าเป็นชิพเซ็ตก็เห็นทีจะไม่ถูกต้องครบถ้วนซะทีเดียว เพราะ AMD ได้โยกวงจร Northbridge (ที่เดิมมักเรียกกันติดปากว่าชิพเซ็ต) ไปไว้ในตัวเอพียูแล้ว จึงทำให้ส่วนที่เหลือนั้นก็คือวงจร Southbridge ที่ควบคุมอุปกรณ์ต่อออกภายนอกอย่างพอร์ต USB และ SATA นั้นได้รับการเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น Fusion Controller Hub (FCH) แต่จะใช้ชื่ออะไรก็ไม่สำคัญ เพราะคุณสมบัติของเจ้านี่นับว่าเหลือร้ายมากทีเดียว เนื่องจากรองรับพอร์ต SATA-600 มากสุดถึง 6 ช่อง พร้อมด้วย RAID 0,1 และ 10 นอกจากนั้นก็ยังมีพอร์ต USB 2.0 ถึงสิบช่อง USB 1.1 สองช่อง และ USB 3.0 สี่ช่อง เรียกได้ว่าต่อกันให้สายพันคอตายกันไปข้างหนึ่ง แถมยังรองรับพอร์ต PCI ธรรมดาดั้งเดิม 3 ช่อง ทั้งหมดนี้อยู่ในเมนบอร์ดทั้งหมดแล้ว ผู้ผลิตจึงไม่ต้องซื้อวงจรควบคุมมาจากบริษัทอื่น ช่วยให้เมนบอร์ดมีขนาดเล็กลง และมีราคาถูกลงด้วย

สุดท้ายกับ FM1 ซ็อกเก็ตน้องใหม่ที่ AMD ออกแบบมาเพื่อ Llano โดยเฉพาะ ซึ่งมีจำนวนขาทั้งหมด 905 ขา และไม่สามารถใช้งานร่วมกับซีพียูรุ่นเก่าที่แล้วมาได้เลย แต่อย่างน้อยก็สามารถใส่ชุดระบายความร้อนที่เคยใช้กับซ็อกเก็ต AM3 ได้

บทสรุป

ฟิวชั่น (Fusion) นับว่าเป็นคอนเส็ปของ AMD ที่เราได้ยินกันมาเนิ่นนาน แต่เพิ่งจะเริ่มมาเป็นรูปเป็นร่างในช่วงปีที่ผ่านมาหลังจากการเปิดตัวชิพ Zacate และ Ontario ถึงแม้ชิพทั้งสองตัวจะนับว่าเป็นเอพียูรุ่นแรกของทางบริษัท แต่ก็ไม่สามารถเรียกเสียงฮือฮาได้มากนัก เพราะได้รับการออกแบบมาสำหรับเน็ตบุ๊กที่กำลังโดนแท็บเล็ตรุกตลาดอย่างหนัก แต่ในวันนี้ ด้วยการมาถึงของ Llano ก็เลยทำให้อนาคตของชิพเอพียูนี้มีอนาคตสดใสขึ้นมาระดับหนึ่ง

จุดที่น่าเสียดายอย่างยิ่งสำหรับ Llano ก็คือในส่วนของแกนประมวลผลกลางนั้นยังคงใช้สถาปัตยกรรม Stars รุ่นเก่า เพราะฉะนั้นผลการทดสอบที่ออกมาจากหลายสำนักจะเห็นว่าไม่สามารถสู้คู่แข่งได้เลย แต่ถ้าวัดกันแต่เฉพาะแกนประมวลผลกราฟิกภายในอย่างเดียว Llano สามารถตีคู่แข่งให้แตกกระเจิงได้อย่างง่ายดาย เพราะสามารถเล่นเกมสามมิติทั่วไปอย่าง Far Cry 2 หรือ Resident Evil คุณภาพกราฟิกปานกลางที่ความละเอียด 1280×1024 ได้เฟรมเรทเกิน 30 FPS ไปได้สบายๆ

แล้วใครที่เหมาะกับ Llano? คำตอบก็เห็นจะเป็นผู้ที่มีงบประมาณจำกัด ผู้ที่ชอบแพลตฟอร์มขนาดเล็ก หรือผู้ประกอบคอมพิวเตอร์แบบ HTPC (Home Theater PC)

อ้อ! แล้วผมบอกหรือยังครับว่าในปีหน้า AMD เตรียมเปิดตัวเอพียู Trinity ซึ่งก็เหมือนกับ Llano เพียงแต่นำสถาปัตยกรรม Bulldozer มาใช้งานร่วมด้วย? นี่สิแรงของแท้!

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s