ครบรอบ 30 ปี IBM-PC

หลายๆ คนอาจยังไม่ทราบว่า ในเดือนสิงหาคมนี้เมื่อ 30 ปีที่แล้ว บริษัท IBM ได้วางจำหน่าย PC เป็นครั้งแรกโดยใช้ชื่อว่า IBM Personal Computer Model 5150 ที่ราคาขาย $1256 ที่ไม่มีมอนิเตอร์ พอร์ตซีเรียลและพอร์ตขนานใดๆ หรือกระทั่งฮาร์ดดิสก์มาให้ด้วยเลยภายใต้แรงกดดันอย่างมหาศาลจากคู่แข่งอย่าง Apple II (1977), Commodore Pet (1977) หรือ Atari 800 (1979) ซึ่งเป็นคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากจากเหล่าผู้ใช้งานทั่วไปและธุรกิจเล็กๆ ทว่า IBM PC นี่ล่ะที่นับว่าเป็นผู้วางรากฐานของ PC ปัจจุบัน

IBM PC ได้รับการพัฒนาขึ้นมาจากโครงการ Project Chess ซึ่งรับผิดชอบโดยทีมวิศวกร 12 ชีวิตในเมืองโบกาเรตัน, ฟลอริด้า สหรัฐอเมริกา ซึ่งทางบริษัทหมายมั่นปั้นมือให้ PC ตัวนี้มาเป็นคู่ต่อกรกับคู่แข่งอย่าง Apple II ฯลฯ ที่กำลังได้รับความนิยมในหมู่ธุรกิจขนาดเล็กที่กำลังเฟื่องฟูตามที่ได้กล่าวไป

ตอนนั้น IBM ไม่ได้คาดคิดมาก่อนเลยว่าแพลตฟอร์ม PC ของตนจะกลายมาเป็นมาตรฐานหรือจะมีฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์ที่แปะป้าย PC-Compatible ออกมามากมายจนกระทั่งกลายเป็นอุตสาหกรรมมูลค่านับพันล้านดอลลาร์ ซึ่งส่วนหนึ่งก็ต้องยกความดีความชอบให้กับแคมเปญการตลาด Charlie Chaplin อันโดดเด่นที่ช่วยให้ IBM AT (PC รุ่นที่สองของ IBM) กลายมาเป็นที่นิยม แต่เหตุผลหลักที่ IBM PC กลายมาเป็นมาตรฐานของคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลในปัจจุบันก็คือสถาปัตยกรรมแบบเปิดและความเข้ากันได้กับฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์แบบ third-party ที่เป็นเหมือนกับส่วนเสริมที่ทำให้ความนิยมในตัวแพลตฟอร์มเพิ่มมากขึ้น เหมือนที่เกิดขึ้นกับ Android ในปัจจุบัน

PC เครื่องแรกถูกมองว่าเป็นระบบเปิดอย่างแท้จริง เพราะรันด้วยซีพียู Intel 8088 ความเร็ว 4.77MHz มีแรม  256KB พร้อมกับมีสล็อต ISA แบบ 8 บิตไว้สำหรับใส่การ์ดแผงวงจรเพิ่มเติม แต่ต่อมาด้วยการทำวิศกรรมย้อนกลับโดยผู้ผลิตบางรายนั้นกลับกลายมาเป็นภัยที่ทำร้าย IBM ซะเอง เพราะทำให้ใครๆ ก็สามารถ “โคลนนิ่ง” PC ขึ้นมาเองได้เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้กับผู้บริโภค จึงทำให้ส่วนแบ่งตลาด PC ของ IBM ลดลงในช่วงยุค 1980 จนกระทั่งต้องขายแผนกพีซีให้กับ Lenovo ไปในเวลาต่อมา

ในยุคนั้น IBM ถูกมองว่าเป็นองค์กรขนาดใหญ่ การทำงานเต็มไปด้วยระเบียบขั้นตอนอันยุ่งยาก เชื่องช้า ไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลง ซึ่งตรงกันข้ามกับทีมพัฒนา Project Chess ที่มีขนาดเล็ก สามารถทำงานได้อย่างคล่องตัว และได้รับการผ่อนปรนกฏระเบียบในกรอบบางประการ เช่น สามารถใช้ฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์จากผู้ผลิตอื่นได้ ซึ่งประกอบไปด้วยซีพีย Intel 8088 ตามที่ได้กล่าวไป และ Quick and Dirty Operating System (QDOS) จาก Microsoft ซ่ึ่งต่อมา IBM ก็ได้ซื้อสิทธิการใช้งานมาและเปลี่ยนชื่อเป็น PC-DOS ที่สำคัญคือ IBM ยังอนุญาตให้ผู้พัฒนาเจ้าอื่นเขียนซอฟท์แวร์เพื่อมารองรับกับระบบปฏิบัติการดังกล่าวด้วย จึงทำให้ต่อมาได้มีโปรแกรมใช้งานทางธุรกิจอย่างซอฟท์แวร์ประมวลผลคำหรือสเปรดชีตผุดออกมามากมาย ซึ่งเป็นรากฐานของชุด Office ที่ใช้ตามสำนักงานปัจจุบัน

นอกจากทางด้านซอฟท์แวร์แล้ว มรดกตกทอดของ IBM-PC อีกอย่างหนึ่งก็คือคู่หู Wintel (Windows+Intel) ก็ยังคงเป็นมาตรฐานสำหรับแพลตฟอร์ม PC ทุกวันนี้ แม้แต่ Mac เองก็ยังคงใช้ซีพียู Intel และสามารถรัน Windows ได้โดยการติดตั้ง Dual Boot หรือรันแบบ virtual machine

David Bradley หนึ่งในทีมพัฒนา Project Chess และเป็นผู้คิดค้นสามปุ่มพิฆาต Ctrl+Alt+Delete เคยให้ความเห็นว่า โครงการพัฒนา PC นี้เป็นเหมือน “ฝันที่เป็นจริง” สำหรับวิศวกรที่ IBM ทุกนายที่มักโดนตีกรอบความคิดโดยวัฒนธรรมองค์กร เพราะทีมพัฒนาสามารถทำงานได้อย่างอิสระ อันเป็นผลให้สามารถหยั่งเชิญความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วได้  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนนั้นที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่าคอมพิวเตอร์จะกลายมาเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าสามัญประจำบ้านในยุคต่อมา ข้อเท็จจริงนี้สะท้อนให้เห็นว่าความยืดหยุ่นและการไม่ยึดติดกับสิ่งใดๆ มากเกินไปเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในอุตสาหรรมไอทีที่มีการแข่งขันรุนแรง

ถึงแม้ในปัจจุบันนิยามของคอมพิวเตอร์และ PC อาจเปลี่ยนไปอันเนื่องมาจากคลื่นลูกใหม่อย่างสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตที่กำลังกลืนกินส่วนแบ่งทั้งทางตลาดและทางใจของผู้บริโภค แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า IBM-PC ได้มอบนิยามใหม่ของคอมพิวเตอร์และวางรากฐานของพีซีมาจนกระทั่งทุกวันนี้ และหวังว่าจะยังคงอยู่ต่อไปนะครับ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s