เปิดประสบการณ์ใหม่ของโลกความบันเทิงด้วย NVIDIA 3D Vision

3D Vision 3D PC Key Visual (JPG)

ย้อนกลับไปเมื่อเกือบ 20 ปีที่แล้วสมัยที่เกม Doom ยังครองเมืองอยู่ หลายๆ ท่านน่าจะพอจำภาพกราฟิกของเกมที่สร้างความตื่นตะลึงให้กับวงการตอนนั้นได้ อาทิ ฉากภายในสถานีอวกาศที่เต็มไปด้วยรายละเอียด ตัวละครที่ดูสวยงามมีชีวิตชีวา แต่ว่าเมื่อเรามองเข้าไปใกล้ๆ จะสังเกตได้ถึงความหยาบของพื้นผิวเท็กเจอร์ภายในฉากแบบสามมิติ (สามารถรับรู้ได้ถึงความกว้าง ยาว ลึก) ที่อุดมไปด้วยเม็ดพิกเซลเล็กๆ มากมาย อีกทั้งตัวละครและวัตถุบางชิ้นก็ไม่ได้ประกอบขึ้นมาจากโพลีกอนหรือรูปหลายเหลี่ยมซะด้วยซ้ำ แต่ทำมาจาก sprite แบนๆ ที่มองเห็นเฉพาะความกว้างและยาวเท่านั้น ฉะนั้นไม่ต้องแปลกใจที่ทำไมเอ็นจิ้นที่ใช้ในการสร้าง Doom ภาคแรกๆ ถึงถูกแซวเล่นว่าเป็นเอ็นจิ้นแบบสองมิติครึ่ง…

สิบปีต่อมา เกมเมอร์ตัวยงคงจะรับรู้ได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีการแสดงผลภาพที่เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ จากรายละเอียดพื้นผิวที่สุดแสนจะหยาบ กลายมาเป็นวัตถุที่เต็มไปด้วยรายละเอียดที่สมจริงสวยงามราวกับภาพถ่าย หรือจากวัตถุโพลีกอนที่เต็มไปด้วยเหลี่ยมมุม กลายมาเป็นรูปทรงที่มีส่วนเว้าส่วนโค้ง ส่วนรายละเอียดฉากนั้นก็เป็นไปด้วยแสงเงาและรายละเอียดทางภูมิทัศน์ที่จำลองมาจากสภาพแวดล้อมของจริง เหล่านี้เป็นการพัฒนาอันสุดยอดแบบก้าวกระโดดจนทำให้หลายๆ คนคิดว่าแล้วเรายังต้องการอะไรอีก?

คำตอบอยู่ที่นี่แล้วครับ เพราะในช่วงปีสองปีที่ผ่านมา หลายท่านคงทราบดีถึงการเกิดใหม่ (renaissance) ของเทคโนโลยีการแสดงผลภาพแบบ Stereoscopic 3D หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า 3D ที่ซึ่งวัตถุในฉากสามารถลอยมากระแทกลูกตาเราได้ โดยเฉพาะกับวงการภาพยนตร์ที่มีผู้เบิกทางอย่าง Avatar ที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงามจนทำให้เกิดกระแสตามแห่ขึ้นมามากมาย รวมทั้งยังส่งผลกระทบไปถึงวงการสื่อบันเทิงอื่นอย่างภาพยนตร์ Blu-ray จอโทรทัศน์ หรือแม้กระทั่งวงการถ่ายภาพหรือวงการบันเทิงอื่นอย่างการถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬานั้นต่างก็ตอบรับกระแสนี้เป็นล้นพ้นเช่นกัน

สำหรับวงการเกมคอมพิวเตอร์ เมื่อกล่าวถึงเทคโนโลยี 3D แล้วสิ่งที่จะตามมาก็คงจะหนีไม่พ้นเทคโนโลยี 3D Vision ของ NVIDIA ซึ่งได้ช่วยทำให้ความฝันสำหรับเกมเมอร์ที่อยากเห็นลูกปืนลอยออกมาจากฉากนั้นเป็นความจริง แต่เชื่อหรือไม่ครับว่า 3D Vision นั้น นอกจากจะได้รับการออกแบบมาสำหรับการเล่นเกมแล้ว ยังมีผลพลอยได้จากการที่เราสามารถรับชมสื่อบันเทิงที่มีการแสดงผลแบบ 3D เช่นกัน แต่ก่อนที่เราจะเข้าถึงรายละเอียดดังกล่าว ผมขอเท้าความถึงเทคโนโลยีที่ทำให้เราเห็นภาพแบบ S-3D ก่อนนะครับ

3D 101: เรามองเห็นวัตถุ 3D ได้อย่างไร

ในปัจจุบันมีเทคโนโลยีสำหรับใช้แสดงผลภาพแบบ 3D อยู่สามรูปแบบด้วยกันคือ โพลาไรซ์ (polarized), แอลซีดี หรือแอ็คทีฟ ชัตเตอร์ (LCD/Active Shutter) และ พาราแล็กซ์ แบริเออร์ (parallax barrier) แต่ก่อนที่จะเข้าสู่รายละเอียดของเทคโนโลยีทั้งสาม เราต้องทำความเข้าใจถึงวิธีการที่ดวงตาของเราสามารถมองเห็นภาพ 3D ได้ก่อน โดยปกติแล้วการที่เราสามารถมองเห็นภาพในลักษณะดังกล่าวได้นั้นเกิดมาจากการที่ดวงตาทั้งสองดวงของเรานั้นอยู่ห่างกัน จึงส่งผลให้ไม่เพียงแต่เราจะมองเห็นความยาว กว้าง และสูงของวัตถุได้เท่านั้น แต่ยังสามารถรับรู้ได้ถึงความลึกและระยะทางระหว่างเรากับวัตถุได้อีกด้วย

จากการที่ดวงตาของเรามีตำแหน่งต่างกัน จึงทำให้ตาแต่ละข้างรับรู้มุมมองของวัตถุได้ต่างกันด้วย ถ้าไม่เชื่อก็ลองหยิบปากกาขึ้นมาชูด้านหน้าเราแล้วหลับตาทีละข้างดูครับ จะเห็นได้ว่าเรามองเห็นตำแหน่งของวัตถุต่างกันไป ซึ่งเอ็ฟเฟ็คแบบนี้เรียกว่า Vertical Shift ยิ่งวัตถุอยู่ใกล้ตาเรามาเท่าใด เอ็ฟเฟ็คนี้ก็จะยิ่งมองเห็นชัดเจนมากขึ้น กล่าวคือ ตำแหน่งของวัตถุที่เรามองเห็นโดยใช้แต่ละข้างจะต่างกันมากขึ้นนั่นเอง ซึ่ง Vertical Shift นี้เป็นกระบวนการตามธรรมชาติที่ทำให้เราสามารถรับรู้ถึงความลึกและระยะทางของวัตถุได้

เทคโนโลยีการแสดงผล 3D หลายๆ ตัวใช้วิธีการจำลอง Vertical Shift นี้ในการหลอกกระบวนการทำงานของสมองเพื่อสร้างภาวะลวงตาให้เราเห็นความลึกของภาพนั้นได้โดยการฉายเฟรมภาพสองเฟรมไปยังดวงตาในแต่ละข้างของเรา โดยที่แต่ละเฟรมจะมีความต่างกันเล็กน้อยเพื่อให้สอดคล้องกับตำแหน่งของดวงตาที่ห่างกัน แล้วสมองของเราก็จะประมวลผลกลายเป็นภาพ 3D ขึ้นมา แต่สิ่งที่ต่างกันคือวิธีการที่ภาพทั้งสองถูกฉายไปยังดวงตาของเราครับ ซึ่งผมจะกล่าวในหัวข้อถัดไป

รู้ไว้ใช่ว่า เทคโนโลยีการแสดงผล 3D ต่างๆ 

Polarization

แว่นแบบ Polarization
แว่นแบบ Polarization

เทคนิคนี้มีหลักการคือระบบจะฉายภาพสองภาพที่มีความแตกต่างกันผ่านทางฟิลเตอร์โพลาไรซ์ เช่นภาพหนึ่งฉายแนวนอน อีกภาพหนึ่งฉายแนวตั้ง ซึ่งภาพที่ได้จะเหลื่อมกันเมื่อไม่ได้มองผ่านแว่น สำหรับตัวแว่นนั้นจะมีความพิเศษคือด้านหนึ่งจะกรองแสงแนวนอน อีกด้านหนึ่งกรองแสงแนวตั้ง หรือที่เรียกว่า Linear Polarization นั่นเอง ปัจจุบันเทคนิคนี้มักใช้ตามโรงภาพยนตร์ที่มีคนดูเยอะๆ เพราะมีต้นทุนถูก แต่มีข้อเสียคือถ้านั่งไม่ได้ตำแหน่งแล้วภาพอาจพังได้ง่ายๆ

LCD หรือ Active Shutter

แว่นแบบ LCD shutter จากชุดคิท 3D Vision ของ NVIDIA
แว่นแบบ LCD shutter จากชุดคิท 3D Vision ของ NVIDIA

เทคนิคนี้จะใช้ประโยชน์จากการที่จอโทรทัศน์และจอมอนิเตอร์ในปัจจุบันรองรับ refresh rates ได้ 120Hz หรือมากกว่า เพราะด้วยเทคนิคนี้ จอภาพจะสามารถฉายเฟรมภาพสองชุดที่เหลื่อมกันได้ในอัตราความถี่ 60Hz (รวมเป็น 120Hz เพราะต้องฉายสองเฟรม) สลับกันไปมาเป็นจังหวะอย่างรวดเร็วส่งตรงไปยังแว่นที่เชื่อมต่อกับโทรทัศน์หรือมอนิเตอร์แบบไร้สายซึ่งจะซิงก์ให้เข้ากับค่า refresh rate ของจอ เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าตัวแว่นจะกระพริบถี่ๆ อย่างรวดเร็วมากเพื่อให้ตาแต่ละข้างเห็นเฟรมภาพสลับกันไปอย่างรวดเร็วจนเกิดเอ็ฟเฟ็คแบบ S-3D ในที่สุด เทคนิคนี้มีข้อดีหลายอย่างคือสีของภาพที่ได้จะมีความเที่ยงตรงมาก และโอกาสที่จะเกิดภาพหลอก (ghosting) น้อยกว่าเทคนิค Polarization ดังนั้นจึงไม่แปลกใจที่ NVIDIA จะนำเทคนิคนี้มาใช้กับเทคโนโลยี 3D Vision ของตน

Parallax barrier

หรือที่เรียกกันว่า Autostereoscopic ซึ่งเทคนิคนี้มีความโดดเด่นคือผู้ใช้งานไม่ต้องสวมแว่นตาใดๆ เพิ่มเติมทั้งสิ้น วิธีการคือระบบจะฉายภาพสองเฟรมพร้อมกันบนหน้าจอซึ่งถูกฉาบด้วยฟิลเตอร์แบบพิเศษที่สามารถส่งเฟรมภาพทั้งสองพุ่งเข้าตาในแต่ละข้างได้เลยโดยที่ไม่ต้องสวมแว่น แต่ปัจจุบันเทคนิคนี้ยังมีข้อจำกัดอยู่บ้าง อาทิ ต้นทุนที่สูงมาก และมุมมองในการรับชมที่ยังจำกัด แต่อย่างน้อยก็ได้มีการนำเอาไปใช้กับอุปกรณ์เล่นเกมที่มีขนาดจอไม่ใหญ่มากอย่าง Nintendo 3DS แล้ว

รับชมภาพ 3D ได้ง่ายๆ บนพีซีของคุณ

อย่างที่กล่าวไปข้างต้น ในปัจจุบันเทคโนโลยีการแสดงผล 3D บนพีซีที่ได้รับความนิยมมากที่สุด มีอุปกรณ์และฮาร์ดแวร์รองรับเยอะที่สุด และที่สำคัญคือสามารถหาซื้อได้ในเมืองไทยได้นั้นก็คงหนีไม่พ้น 3D Vision จาก NVIDIA  เพราะนับได้ว่าเป็นบริษัทฮาร์ดแวร์แห่งแรกๆ ที่เอาจริงกับเทคโนโลยีนี้ ดังจะเห็นได้จากการที่บริษัทได้เปิดตัว 3D Vision ครั้งแรกก่อนใครภายในงาน Consumer Electronics Show (CES) ปี 2009 ซึ่งได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลาม นอกจากนั้นก็ยังทำความร่วมมือกับผู้ผลิตฮาร์ดแวร์และคอนเท้นท์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเกม ภาพยนตร์ หรือภาพถ่ายเพื่อให้ผู้บริโภคสามารถรับชมประสบการณ์ 3D ได้โดยใช้พีซีเครื่องเดียว แต่ว่าเราจะเริ่มต้นอย่างไรดีล่ะ?

ชุดคิด 3D Vision จุดเริ่มต้นง่ายๆ ของการรับชมประสบการณ์ 3D โดยใช้คอมพิวเตอร์ท่าน
ชุดคิด 3D Vision จุดเริ่มต้นง่ายๆ ของการรับชมประสบการณ์ 3D โดยใช้คอมพิวเตอร์ท่าน

เริ่มจากฮาร์ดแวร์ภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ที่สเปคขั้นต่ำต้องเป็นซีพียู Intel Core 2 Duo หรือ AMD Athlon X2 พร้อมกับการ์ดกราฟิกซีรีย์ 8xxx ขึ้นไป ซึ่งในปัจจุบันคงหาซื้อไม่ได้แล้ว ฉะนั้นคงต้องเริ่มต้นด้วยซีรีย์ 400 หรือ 500 แทนพร้อมด้วยไดรเวอร์เวอร์ชั่นล่าสุด นอกจากนั้นระบบต้องติดตั้ง Windows Vista หรือ 7 ด้วยนะครับ และที่สำคัญคือต้องมีชุด 3D Vision kit ที่ประกอบไปด้วยแว่นตาแบบไร้สายและตัวรับสัญญาณที่เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ผ่านทางพอร์ต USB ชุดคิทดังกล่าวนี้มีราคาอยู่ที่ราว 7,000 บาทในบ้านเรา นอกจากนั้น NVIDIA ยังมี 3DTV Play ซึ่งเป็นชุดซอฟแวร์ที่อนุญาตให้ผู้ใช้งานสามารถนำคอมพิวเตอร์ที่มีการ์ดกราฟิกของ NVIDIA ไปต่อกับจอโทรทัศน์สามมิติเพื่อรับชมภาพ 3D บนจอใหญ่ได้ด้วยเช่นกัน

รับชมทุกที่ด้วยโน้ตบุ๊ก

โน๊ตบุ๊ก 3D ทางเลือกสำหรับประสบการณ์แบบพกพา
โน๊ตบุ๊ก 3D ทางเลือกสำหรับประสบการณ์แบบพกพา

ทางเลือกที่สองนอกจากการรับชมบนพีซีคือโน้ตบุ๊กนั่นเอง ซึ่งมีข้อดีคือสามารถพกพาไปไหนมาไหนได้ทุกที่ แต่อาจมีราคาแพงและจออาจเล็กไปหน่อย แต่อย่างน้อยๆ ก็ช่วยให้คนที่เดินผ่านไปมาต้องอิจฉาได้ สำหรับโน้ตบุ๊ก 3D ที่วางขายในบ้านเรานั้นผมยังไม่เห็นมากนัก แต่อย่างน้อยก็ได้เห็น ASUS G51J 3D สุดไฮโซที่ผมเคยรีวิวไปเมื่อปีที่แล้วเป็นทางเลือกหนึ่งอยู่ แต่คาดว่าปีนี้คงมีตัวเลือกให้เพิ่มขึ้นมากแน่นอน

มอนิเตอร์ 3D

LG W2363D หนึ่งในสุดยอดจอมอนิเตอร์ 3D ที่สามารถหาซื้อได้ในบ้านเรา
LG W2363D หนึ่งในสุดยอดจอมอนิเตอร์ 3D ที่สามารถหาซื้อได้ในบ้านเรา

อย่างที่กล่าวไป ข้อแม้อีกประการหนึ่งสำหรับเทคโนโลยีการแสดงผลภาพ 3D แบบ LCD Shutter นั้นก็คือต้องการจอมอนิเตอร์ที่รองรับความถี่ refresh rate 120Hz ขึ้นไปเพราะต้องฉายเฟรมภาพที่มีความเหลื่อมกันสองเฟรม สำหรับในบ้านเรานั้นที่เด่นๆ ก็จะมี BenQ XL2410T ซึ่งเป็นจอแบบ LED ตกอยู่ที่ราว 15,000 บาท ASUS VG236H ที่ขายพร้อมกับชุดคิด 3D Vision เลยที่ราคาราว 17,000 บาท และ LG W2363D ครับ

แล้วคอนเท้นท์ที่รองรับล่ะ มีเยอะพอให้คุ้มทุนได้หรือไม่?

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ปัญหาที่เทคโนโลยี 3D ยังคงประสบอยู่ในตอนนี้คือการที่มีคอนเท้นท์ต่างๆ ไม่มากเท่าที่ควร จึงทำให้หลายคนคิดว่าอาจไม่คุ้มถ้าลงทุนซื้อจอภาพหรือเครื่องคอมพิวเตอร์ใหม่ แต่ทาง NVIDIA ก็ไม่ได้ลดละความพยายามในการพัฒนาความร่วมมือกับบริษัทสื่อบันเทิงชั้นนำต่างๆ ในการนำเสนอคอนเท้นท์ 3D ให้ได้อย่างหลากหลายและตรงตามความต้องการของผู้บริโภคให้ได้มากที่สุด

1. เปิดประสบการณ์การเล่นเกมแบบใหม่ด้วย 3D และ 3D Vision Surround 

อย่างที่กล่าวไปข้างต้น ปัจจุบันนี้เทคโนโลยีการแสดงผลภาพภายในเกมได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากกว่าเมื่อก่อนอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งทั้งหมดเป็นไปด้วยจุดประสงค์เดียวคือเพื่อให้ผู้เล่นเกมสามารถเข้าถึงประสบการณ์การเล่นให้ได้มากที่สุด แต่จะว่าไปแล้วการที่พัฒนาแต่เพียงเอ็นจิ้นอย่างเดียวโดยให้มีพื้นผิวที่คมชัดขึ้น หรือมีแสงเงาที่สมจริงขึ้นก็คงจะไม่เพียงพอเสียแล้ว เพราะฉะนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่เทคโนโลยี 3D จะเป็นอีกทางเลือกที่จะช่วยเติมเต็มประสบการณ์การเล่นเกมของเราให้เป็นไปอย่างถึงลูกถึงคนมากขึ้น

การมาถึงก่อนใครของ 3D Vision ช่วยตอกย้ำถึงวิสัยทัศน์และความเป็นผู้นำของวงการกราฟิกของ NVIDIA ได้เป็นอย่างดี เพราะนอกจากการ์ดกราฟิกทุกรุ่นในปัจจุบันของค่ายสีเขียวนี้จะรองรับการแสดงผล 3D ได้แล้ว ทางบริษัทยังได้จับมือร่วมกับค่ายเกมชั้นนำในการผลิตเกมต่างๆ ให้รองรับเทคโนโลยี 3D Vision ได้อย่างเต็มที่ ดังที่ในปัจจุบันจะเห็นได้ว่ามีเกมนับเป็นร้อยเกมแล้วที่รองรับการแสดงผลดังกล่าว และยังมีเกมระดับ AAA อีกมากในปีนี้ให้คำมั่นว่าจะรองรับด้วยเช่นกัน

จุดเด่นของ 3D Vision นั้น นอกจากจะรองรับการแสดงผล 3D กับเกมที่รองรับแล้ว ตัวซอฟแวร์ยังสามารถแปลงเกมเก่าที่ออกมาก่อนหน้าให้สามารถแสดงผล 3D ได้เช่นเดียวกัน โดยถ้าท่านผู้อ่านเข้าไปดูรายชื่อเกมที่รองรับจากในเว็บไซต์ของ NVIDIA แล้วจะพบว่าได้มีการจัดระดับเกมไว้หลายแบบด้วยกัน คือ 3D Vision Ready (รองรับสมบูรณ์) Excellent (ยอดเยี่ยม) Good (ดี) Fair (ปานกลาง) Poor (ไม่ดี) Not Recommended (ไม่แนะนำ) ซึ่งจากประสบการณ์ที่ผมได้รับชมด้วยตาตนเองมานั้น เกมในระดับ 3D Vision Ready กับ Excellent สามารถแสดงผลภาพสุดยอดได้ไม่ต่างกันมากนัก ซึ่งเมื่อเข้าไปดูรายชื่อแล้วจะเห็นว่ามีเป็นร้อยเกมเลยทีเดียวสำหรับสองหมวดนี้

มันส์ยกกำลังสามกับ 3D Vision Surround
มันส์ยกกำลังสามกับ 3D Vision Surround

นอกจาก 3D Vision จะรองรับการแสดงผล 3D ผ่านจอภาพตัวเดียวที่นับว่าสุดยอดแล้ว เกมเมอร์ที่มีเงินถุงเงินถังหน่อยสามารถรับชมประสบการณ์การเล่นเกมแบบสุดยอดยกกำลังสามได้ด้วยการนำมอนิเตอร์สามตัวมาเชื่อมต่อกันโดยใช้คอมพิวเตอร์เครื่องเดียวเพื่อรับชมประสบการณ์แบบสุดยอดที่ความละเอียด 5760×1080 ได้! ซึ่งประโยชน์สำหรับเกมเมอร์จอมวางแผนที่จะได้รับคือสามารถมองเห็นสนามรบได้กว้างขวาง จึงทำให้สามารถวางแผนได้อย่างเที่ยงตรงและแม่นยำขึ้น เพราะมีจอภาพถึงสามตัว หรือสำหรับคอ MMORPG แล้ว พื้นที่ในการมองที่กว้างกว่านั้นย่อมหมายถึงการจัดการหน้าต่างจัดเก็บไอเท็ม รายการภารกิจ หรือปาร์ตี้ที่ตนเข้าร่วมด้วยได้อย่างง่ายดาย ส่วนประโยชน์ที่คอ FPS ต้องชื่นชอบคือพื้นที่ในการมองที่กว้างเหมือนตาเห็น ซึ่งช่วยสร้างความได้เปรียบในเกมการแข่งแบบมัลติเพลเยอร์ให้เหนือกว่าคู่แข่งอย่างแน่นอน

หลายท่านคนอาจคิดว่าการติดตั้งอุปกรณ์ 3D Vision และการตั้งค่าต่างๆ นั้นอาจมีความยุ่งยากซับซ้อน แต่เท่าที่ได้ลองสัมผัสมานั้นต้องขอบอกว่าง่ายดายอย่างเหลือเชื่อ เพียงเสียบตัวรับสัญญาณจากชุดคิท 3D Vision เข้ากับเครื่อง ลงไดรเวอร์ แล้วทำตามขั้นตอนนิดหน่อยก็ใช้งานได้แล้ว และเชื่อผมเถอะครับว่า ถ้าได้ลองเล่นเกมแบบ 3D แล้วท่านจะไม่อยากวางเมาส์กับคีย์บอร์ดเลยทีเดียว ไม่ว่าท่านจะเล่นเกมโดยใช้จอเดียวหรือสามจอก็ตาม

ภาพถ่ายแบบ 3D เทรนด์ใหม่ที่กำลังมาแรง 

Fujifilm FinePix REAL 3D W3 กล้องคอมแพ็คที่สามารถถ่ายภาพนิ่งและวิดีโอได้ในราคาไม่แพง
Fujifilm FinePix REAL 3D W3 กล้องคอมแพ็คที่สามารถถ่ายภาพนิ่งและวิดีโอได้ในราคาไม่แพง

หลายๆ ท่านที่เป็นตากล้อง (เช่นตัวผู้เขียน) แล้วล่ะก็ เทรนด์ใหม่ๆ ที่กำลังได้รับการพูดถึงอย่างมากก็คือภาพถ่ายแบบ 3D นั่นเอง ซึ่งกล้องดิจิตอลในปัจจุบันที่ได้รับความนิยมในการถ่ายภาพลักษณะนี้คือ Fujifilm FinePix REAL 3D W3 ที่เป็นกล้องคอมแพ็คขนาดเล็ก และมีราคาไม่แพงมาก แต่ความสามารถเกินตัว เพราะภายในประกอบไปด้วยเลนส์และเซ็นเซอร์รับภาพอย่างละ 2 ชุด! เพื่อให้ตัวกล้องสามารถบันทึกภาพนิ่งและวิดีโอในรูปแบบ 3D ได้ และยังสามารถใช้งานร่วมกับซอฟแวร์ 3D Vision Photo Viewer ของ NVIDIA ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทำให้การรับชมภาพแบบ 3D จากคอมพิวเตอร์เป็นไปอย่างง่ายดาย หรือถ้ายังไม่สะใจพอก็สามารถต่อออกจอโทรทัศน์ 3D ก็ย่อมได้เช่นกัน

แต่ที่น่าสนใจคือเกมเมอร์ตัวยงยังสามารถเซฟภาพสกรีนช็อตภายในเกมให้เป็นแบบ 3D ได้โดยใช้ซอฟแวร์ที่แถมมาให้ โดยตัวไฟล์จะเป็นนามสกุล JPS ซึ่งก็คือ JPG เวอร์ชั่น 3D นั่นเอง ที่ซึ่งสามารถนำไปเปิดดูโดยใช้ 3D Vision Photo Viewer ได้เช่นเดียวกัน หรือถ้ายังไม่อยากเสียเงินซื้อกล้อง 3D ในตอนนี้ ภายในเว็บไซต์ของ NVIDIA ก็มีไฟล์ภาพและวิดีโอตัวอย่างให้ดาวน์โหลดมาทดลองดูความสุดยอดได้ครับ

รับชมภาพยนตร์ 3D ได้จากที่บ้าน

ถึงแม้ว่าในปัจจุบันนี้เกมคอมพิวเตอร์จะได้รับการยอมรับในฐานะสื่อบันเทิงมากขึ้น แต่สำหรับคนหมู่มากแล้ว การรับชมภาพยนตร์ยังถือว่าเป็นความบันเทิงหลักสามัญประจำบ้านอยู่ดี ยิ่งในปัจจุบันกระแส 3D กำลังมาแรงและความต้องการกำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก็ยิ่งจะทำให้ภาพยนตร์ โทรทัศน์ ตลอดจนเครื่องเล่นที่เกี่ยวข้องมีความแพร่หลายและมีราคาที่ถูกลง แต่สำหรับผู้ที่ชอบสไตล์คอมพิวเตอร์เครื่องเดียวแต่ทำได้ทุกอย่าง และมีความประสงค์ที่รับชมภาพยนตร์ Blu-ray แบบ 3D นั้นก็ทางเลือกได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการรับชมจากจอมอนิเตอร์ ต่อออกจอทีวี หรือจอโปรเจ็คเตอร์ ขอเพียงแต่มีชุดคิด 3D Vision คอมพิวเตอร์ และซอฟแวร์เล่นภาพยนตร์ที่รองรับก็เพียงพอแล้ว

3DTV Play สำหรับ 3DTV

อย่างที่ได้กล่าวไป 3DTV Play นั้นอนุญาตให้ผู้ใช้สามารถนำคอมพิวเตอร์ที่มีการ์ดกราฟิกของ NVIDIA สามารถเชื่อมต่อกับจอ 3DTV ใดก็ได้ผ่านทางพอร์ต HDMI 1.4 โดยที่ไม่ต้องซื้อชุด 3D Vision เพิ่มเติม แต่สามารถใช้งานร่วมกับชุดแว่นตาที่มาพร้อมกับตัวจอ 3DTV ได้เลย ซึ่งนับว่าเป็นการลดข้อจำกัดการรับชมประสบการณ์ 3D ได้เป็นอย่างดี ผู้สนใจสามารถเข้าไปที่เว็บไซต์ของ NVIDIA เพื่อทราบรายละเอียดเพิ่มเติมได้เลยครับ

3D Multimedia Video

3D Vision Live ชุมชนออนไลน์สำหรับสาวก 3D Vision
3D Vision Live ชุมชนออนไลน์สำหรับสาวก 3D Vision

เท่าที่อ่านมาจะเห็นได้ว่า คอนเท้นท์ 3D ที่ผมกล่าวถึงนั้นจะมาในรูปแบบออฟไลน์เป็นหลัก แต่ในยุคเครือข่ายสังคมครองเมืองนี้ก็คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องมีตัวเลือกให้ผู้ใช้งานที่ชอบเสพคอนเท้นท์ 3D ให้มารวมตัวกัน เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ เทคนิค ตลอดจนผลงานที่ตนเองได้สร้างสรรค์ขึ้นมา และสำหรับ 3D Vision แล้ว NVIDIA ได้เปิดตัว 3D Vision Live ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่อุทิศให้กับคอนเท้นท์ต่างๆ ในรูปแบบ 3D โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นภาพนิ่ง วิดีโอ หรือไฟล์ตัวอย่างภาพยนตร์ที่ NVIDIA ได้สรรหารวบรวมมาให้ได้รับชมกัน และที่สำคัญคือผู้ใช้งานสามารถอัพโหลดไฟล์แบบ 3D ขึ้นไปบนเว็บไซต์เพื่อแบ่งปันให้คนคอเดียวกันรับชมได้อีกด้วย หรือพูดให้ง่ายๆ คือ 3D Vision Live เปรียบเหมือนกับชุมชนสำหรับสาวก 3D อย่างแท้จริง

อนาคตของ Stereoscopic 3D

จากภาพและแว่นตาสีน้ำเงินแดงในอดีตเมื่อราวครึ่งศตวรรษที่แล้ว มาจนถึงปัจจุบันที่เทคโนโลยี 3D ได้พัฒนามาจนถึงขั้นที่เรียกว่าสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้แล้วในระดับหนึ่งนั้น สิ่งที่เรียกได้ว่ามีการพัฒนามารวดเร็วไม่แพ้กันก็คือฮาร์ดแวร์ที่สามารถรองรับการแสดงผลดังกล่าวได้ NVIDIA ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้นำด้านกราฟิกมาช้านานและก็ได้ตอกย้ำความเป็นจริงข้อนี้ด้วยเทคโนโลยี 3D Vision ที่ช่วยทำให้ความฝันของเกมเมอร์ที่อยากเห็นภาพ 3D บนจอมอนิเตอร์แบบเดียวกับที่เห็นภาพยนตร์ Avatar บนจอเงินได้กลายมาเป็นความจริง

จริงอยู่ที่สถานะของเทคโนโลยี 3D ในปัจจุบันอาจเรียกได้ว่าอยู่ในขั้นเริ่มต้น ถึงแม้อาจจะผ่านช่วงตั้งไข่มาบ้างแล้วระยะหนึ่ง แต่ก็ยังคงต้องการเวลาอีกสักระยะเพื่อเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าจะได้รับความนิยมในวงกว้างหรือไม่ ซึ่งหนึ่งในคำวิจารณ์ที่มักจะได้รับคือผู้ใช้ต้องลงทุนไปกับการอัพเกรดฮาร์ดแวร์ค่อนข้างสูง ตลอดจนคอนเท้นท์ต่างๆ ที่อาจนับว่ายังน้อย แถมยังไม่นับข้อจำกัดที่ผู้ใช้ต้องสวมแว่นตาอยู่ตลอดเวลา

จริงอยู่ที่ว่าเทคโนโลยีนี้ยังคงมีข้อจำกัดอยู่บ้าง แต่เราคงไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่าประสบการณ์ที่ได้จากการรับชมคอนเท้นท์ 3D นั้นมันช่างสุดยอดเหนือคำบรรยาย จึงทำให้ไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมภาพยนตร์อย่าง Avatar นั้นจะทำให้ผู้สร้างกลายเป็นเศรษฐีเงินล้านกันเป็นแถว แถมยังก่อให้เกิดกระบวนการตามแห่ขึ้นมามากมาย จนทำให้ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ในปัจจุบันต่างมีแผนการฉายเป็นแบบ 3D รวมทั้งยังส่งผลไปถึงวงการที่เกี่ยวข้องอีก อาทิ ภาพยนตร์ Blu-ray และจอโทรทัศน์แบบ S3D หรือกล้องถ่ายรูปและวิดีโอนั้นต่างก็มีจำนวนไม่น้อยที่ต่างพากันชูจุดขายโดยใช้เทคโนโลยีดังกล่าวทั้งสิ้น

สำหรับคอพีซีเช่นผมและท่านผู้อ่านแล้ว เท่าที่ได้สัมผัสมา 3D Vision จาก NVIDIA สามารถตอบโจทย์ความต้องการได้ทุกรูปแบบของความบันเทิงแบบสามมิติ โดยเฉพาะกับการเล่นเกมที่ได้รับความรู้สึกเหมือนกับการได้เข้าไปอยู่ในสมรภูมิรบจริงๆ ถ้าจะให้ผมบรรยายความรู้สึกนั้นเห็นทีหน้ากระดาษจะไม่พอแน่ (และบก.ก็คงจะเล่นงานผมโดยแท้) ฉะนั้นผมขอจบเพียงเท่านี้ก่อนนะครับ บ๊าย บาย…

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s