เผยของดี AMD : มาดูกันว่าค่ายนี้มีอะไรแจ่มๆ มาอวด!

head

ในคอลัมน์ Hard Stuff  เมื่อสองเดือนที่่ผ่านมา ผมได้ลงบทความตีแผ่รายละเอียดแผนการวางจำหน่ายโปรเซสเซอร์ของฝั่ง Intel ไปแล้ว และก็ได้ตอกย้ำอีกครั้งกับรายละเอียดเพิ่มเติมของชิพ Ivy Bridge ที่มีกำหนดคลอดปีหน้าในเล่มนี้ หลายคนอาจบ่นพึมพำว่า ไม่มีของฝั่ง AMD บ้างเลยหรือ? เพื่อไม่ให้ท่านผู้อ่านที่เป็นแฟนต้องผิดหวัง ผมจึงได้ไปเสาะแสวงหาแผนการวางจำหน่ายโปรเซสเซอร์ของค่ายนี้มาบ้าง และข้อมูลที่ผมได้รับมานั้นต้องขอบอกว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียว เพราะเมื่ออ่านบทความจบท่านผู้อ่านจะทราบได้เลยว่า ไม่เพียงแต่ AMD จะมีการวางแผนเฉพาะในปลายปีนี้หรือต้นปีหน้าเท่านั้น แต่ยังเลยเถิดไปถึงปี 2013 เลยทีเดียวย้อนรอยกันก่อน

เพื่อไม่ให้ผู้อ่านหน้าใหม่หรือผู้ที่ไม่ค่อยได้ติดตามข่าวในวงการต้องสับสน ผมจึงขอลำดับเหตุการณ์วางจำหน่ายโปรเซสเซอร์ของ AMD ตั้งแต่ต้นปีนี้ก่อนเพื่อเป็นการปรับพื้นฐานความรู้นะครับ เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา สถานการณ์ของ AMD ไม่ค่อยจะสู้ดีนัก เมื่อ Intel ปล่อย Sandy Bridge ออกสู่ตลาด เพราะไม่เพียงแต่ประสิทธิภาพจะเหนือกว่าชิพ Phenom ของ AMD เท่านั้น แต่ยังใช้กระบวนการผลิต 32 นาโนเมตรในขณะที่ชิพรุ่นดังกล่าวของค่ายแดงยังอยู่ที่ 45 นาโนเมตร แสดงให้เห็นถึงความไม่ทันคู่แข่งได้เป็นอย่างดี

ถึงแม้ Intel จะสามารถเจาะตลาดระดับบนได้ แต่กับตลาดระดับล่างลงไปนั้นกลับไม่ค่อยสดใสเท่าที่ควร กล่าวคือจริงอยู่ที่ Sandy Bridge เป็นโปรเซสเซอร์ที่มีศักยภาพดีมาก แต่ด้วยราคาระดับนั้นจึงไม่นับเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่มีงบประมาณน้อยหรือกับตลาดเน็ตบุ๊ก/เน็ตท้อป อีกทั้งชิพ Atom ก็ไม่มีรับเสียงตอบดีเท่าที่ควรอันเนื่องมาจากประสิทธิภาพด้านกราฟิกที่ล้าหลัง

และนี่จึงเป็นโอกาสทองของ AMD ในเจาะตลาดระดับล่าง โดยเริ่มที่การปล่อยชิพเอพียูซีรีย์ C และ E ภายใต้แพลตฟอร์ม Brazos ซึ่งเป็นชิพชุดแรกของ AMD ที่ผนวกแกนประมวลผลกลางและกราฟิกเข้าไว้ด้วยกันภายใต้การออกแบบซิลิกอนชิ้นเดียว โดยในส่วนของแกนกราฟิกนั้นใช้ขุมพลังจากชิพ Evergreen ในขณะที่แกนกลางใช้ Bobcat สถาปัตยกรรมน้องใหม่ที่เน้นด้านประสิทธิภาพต่อพลังงานเป็นสำคัญ ผลการทดสอบชี้ให้เห็นว่า เมื่อเทียบกับชิพ Atom ของ Intel แล้ว เอพียูของ AMD นี้มีประสิทธิภาพในการประมวลผลทั่วไปพอๆ กัน แต่ที่น่าประทับใจก็คือการประมวลผลกราฟิกที่สามารถทำได้ดีกว่ามาก อีกทั้งยังสามารถใช้งานร่วมกับแรม DDR3 ได้อีกด้วย (Atom รองรับแต่ DDR2 ที่ใช้พลังงานมากกว่า) สรุปคือยกนี้ AMD ชนะไปอย่างขาดลอย

ยกต่อมาเริ่มขึ้นในช่วงกลางปีและต่อเนื่องมาถึงปัจจุบันเมื่อ AMD ได้ปล่อยเอพียูซีรีย์ A ซึ่งมีชื่อเล่นว่า Llano สิ่งที่โปรเซสเซอร์นี้ต่างจากซีรีย์ C กับ E ก่อนหน้าคือ แทนที่ส่วนของแกนประมวลผลกลางจะใช้สถาปัตยกรรม Bobcat  AMD กลับเลือกใช้สถาปัตยกรรม K10/Stars คล้ายๆ กับที่ใช้ในชิพ Phenom แทน อีกทั้งในส่วนของแกนประมวลผลกราฟิกยังถูกเพิ่มประสิทธิภาพไปมากกว่าเดิม 2-5 เท่าตัว ส่งผลให้ประสิทธิภาพโดยรวมทั้งระบบเพิ่มขึ้นอีกมาก และคราวนี้คู่ชกไม่ใช่น้องเล็กอย่าง Atom อีกต่อไป แต่เป็นชิพ Sandy Bridge รุ่นล่างที่ถึงแม้จะมีชิพประมวลผลกราฟิกภายในกับเขาเหมือนกัน แต่ประสิทธิภาพกลับสู้ที่อยู่ใน Llano ไม่ได้เลย แต่อย่างน้อยก็สามารถเอาชนะด้านการประมวลผลทั่วไปได้เพราะสถาปัตยกรรมด้านนั้นมีคุณภาพกว่า สรุปคือ ยกสองนี้ Intel ชนะด้านการทำงานทั่วไป แต่ AMD ชนะด้านการใช้กราฟิก

ยกสาม สี่ ห้า…

แผนการวางจำหน่ายโปรเซสเซอร์ของ AMD ตั้งแต่ปีหน้าถึงปี 2013
แผนการวางจำหน่ายโปรเซสเซอร์ของ AMD ตั้งแต่ปีหน้าถึงปี 2013

เมื่อช่วงปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา เว็บไซต์ 3DCenter สัญชาติเยอรมันได้ปล่อยตารางแสดงแผนการวางจำหน่ายชิพเอพียูรุ่นถัดๆ ไปของ AMD ออกมาให้ชาวโลกได้รับทราบ ซึ่งเมื่อพิจารณาดูแล้วผมก็งงไปกับชื่อรหัสและกลุ่มเป้าหมายของแต่ละรุ่นไปพักหนึ่ง เมื่อรวบรวมสติได้และวิเคราะห์อีกครั้งหนึ่งก็พอจะสรุปคร่าวๆ ได้ดังต่อไปนี้ครับ

เริ่มจากคาดว่าไม่เกินต้นปี 2012 ชิพ Llano หรือที่ใช้ชื่อการตลาดว่า AMD-A จะถูกแทนที่ด้วยชิพ Trinity ซึ่งจะถูกใช้ชื่อเวลาจำหน่ายจริงว่า AMD-E2s, A4s, A6s หรือ A8 เหมือนกัน แต่โครงสร้างภายในของ Trinity จะได้รับการยกเครื่องขนานใหญ่ โดยแกนประมวลผลกราฟิกภายในจะเปลี่ยนไปใช้รุ่นสถาปัตยรรม London/Northern Islands ส่วนแกนประมวลผลกลางก็จะเปลี่ยนไปใช้สถาปัตยกรรม Piledriver ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นอัปเกรดของ Bulldozer ที่ใช้ใน AMD FX นั่นเอง

แต่สิ่งที่อาจสร้างความสับสนกับผู้ซื้อก็คือแพลตฟอร์มของ Trinity จะถูกแบ่งเป็นสองรุ่น ได้แก่ Comal สำหรับแล็ปท้อป และ Virgo สำหรับเดสก์ท้อป นอกจากนั้นข้อมูลในภาพยังบอกเป็นนัยด้วยว่าแพลตฟอร์มนี้จะวางขายไปพร้อมๆ กับ Llano ในช่วงไตรมาสแรกของปีหน้า ในขณะที่ AMD ยังไม่มีแผนโละเอพียูรุ่นดังกล่าวจนกว่าจะถึงไตรมาสสอง ทำให้เวลาเลือกซื้ออาจเกิดความสับสนได้ เพราะใช้ชื่อแบรนด์เดียวกัน แต่คาดว่าคงมีการเพิ่มตัวเลขหรือตัวอักษรลงไปเพื่อแบ่งแยกให้เด่นชัดขึ้น

รายชื่อแพลตฟอร์มโมบายพร้อมรายละเอียดคร่าวๆ เยอะจนงงไปเลยล่ะสิ :D
รายชื่อแพลตฟอร์มโมบายพร้อมรายละเอียดคร่าวๆ เยอะจนงงไปเลยล่ะสิ 😀

สำหรับตลาดระดับล่างนั้น ชิพแบรนด์ AMD-E ปัจจุบันที่ใช้ชื่อรหัส Zacate ก็จะถูกแทนที่ด้วย Wichita ส่วนชิพแบรนด์ AMD-C  ปัจจุบันที่ใช้ชื่อรหัส Ontario ก็จะถูกแทนที่ด้วย Krishna จะเห็นว่าทั้งคู่ก็ยังคงใช้ชื่อการตลาดเหมือนกัน แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือกระบวนการผลิตจะลดลงเหลือ 28 นาโนเมตร และแกนประมวลผลกราฟิกก็จะเปลี่ยนไปใช้สถาปัตยกรรม London เหมือนกับรุ่นพี่ ส่วนสถาปัตยกรรม Bobcat ในส่วนของแกนประมวลผลกลางก็จะถูกอัปเกรด แต่คาดว่าอาจเป็นเพียงลดกระบวนการผลิตให้เล็กลงเท่านั้น ไม่ได้มีอะไรใหม่ อ้อ… เกือบลืมบอกไปว่าแพลตฟอร์มของ Wichita กับ Krishna นั้นจะถูกเรียกว่า Deccan เหมือนกับที่เรียกแพลตฟอร์ม Zacate กับ Ontarizo ว่า Brazos นะครับ สำหรับวันวางจำหน่าย Deccan นั้นจะอยู่ช่วงไตรมาสสองปีหน้า ซึ่งจะขายไปพร้อมกับ Brazos ก่อนที่จะถูกแทนอย่างเต็มรูปแบบในช่วงไตรมาสสาม ใช้ชื่อแบรนด์เดียวกันและวางจำหน่ายไปพร้อมกับรุ่นเก่าแบบนี้คนซื้องงแย่เลย

รายชื่อโปรเซสเซอร์แบบโมบายในอนาคตของ AMD
รายชื่อโปรเซสเซอร์แบบโมบายในอนาคตของ AMD

ในด้านตลาดระดับล่างสุดที่ปัจจุบัน AMD กำลังฮึดสู้ด้วยชิพ Desna นั้น ท้ายที่สุดก็จะถูกเปลี่ยนไปเป็น Hondo ที่กินไฟเพียง 4.5 วัตต์ แต่น่าเสียดายที่ยังคงใช้โครงสร้างการผลิตแบบ 40 นาโนเมตรเหมือนเดิม

แต่ที่น่าสนใจคือทั้ง Deccan และ Desna นั้นจะต้องใช้คู่กับชิพเซ็ตใหม่ ซึ่งก็คือ Yuba และ Hudson ตามลำดับ แต่ Comel จะยังใช้ชิพเซ็ตเดียวกับใน Llano เหมือนเดิม แต่เมื่อดูจากชื่ออาจมีการอัปเกรดเล็กน้อย (Llano ใช้ FS1 แต่ Comal ใช้ FS1r2)

ส่วนอันนี้เป็นแพลตฟอร์มกับชิพเซ็ตครับ
ส่วนอันนี้เป็นแพลตฟอร์มกับชิพเซ็ตครับ

2013 ปีนี้สิของจริง

จากที่กล่าวไปคงพอจะเริ่มเห็นเค้าลางศึกสงครามระหว่าง AMD กับ Intel กันบ้างพอสมควร เริ่มจากในต้นปีหน้า Intel ก็จะปล่อย Ivy Bridge โปรเซสเซอร์ตัวแรกที่ใช้กระบวนการผลิต 22 นาโนเมตรแบบ Tri-Gate และมีแกนกราฟิกภายในรองรับ DirectX 11 ส่วน Atom ก็จะได้รับการอัปเกรดในลักษณะเดียวกันในปี 2013 แล้วแบบนี้ AMD จะงัดอะไรมาสู้?

คำตอบก็คือสถาปัตยกรรมของแกนประมวลผลกลางใหม่ โดยที่รุ่นบนสุดเน้นประสิทธิภาพที่ปัจจุบันนำโดย Bulldozer นั้นจะถูกแทนที่อย่างสมบูรณ์แบบด้วย Steamroller (เห็นได้ว่าซีรีย์นี้ตั้งชื่อตามรถก่อสร้าง) ส่วน Bobcat รุ่นล่างที่เน้นด้านการประหยัดพลังงานก็จะถูกแทนที่ด้วย Jaguar (รายนี้ตั้งตามชื่อสัตว์ตระกูลแมว) น่าติดตามจริงๆ ครับว่าประสิทธิภาพจะดีมากน้อยเพียงใด

แต่ถึงอย่างไร ข้อมูลที่นำมาบอกเล่าเก้าสิบกันให้ฟังในคราวนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามสมควร โดยเฉพาะชื่อทางการตลาดและเวลาวางจำหน่ายที่กำ้กึ่งกันระหว่างรุ่นใหม่กับของเดิมในหลายๆ รุ่น นอกจากนั้นแผนการที่เราทราบในครั้งนี้ถือได้ว่ามีรายละเอียดน้อยมาก เพราะมีเพียงชื่อรุ่นอย่างไม่เป็นทางการและวันวางจำหน่ายโดยคร่าวเท่านั้น แต่กับประสิทธิภาพรวมทั้งราคาขายและรายละเอียดยิบย่อยอื่นยังคงเป็นปริศนาอยู่

ทว่า อย่างน้อยในวันนี้เราก็ได้รับทราบแผนการในอนาคตโดยคร่าวของ AMD แล้ว ส่วนตัวที่ผมเห็นว่าน่าสนใจที่สุดก็คงเป็นช่วงปี 2013 ที่ชิพระดับบนจากทั้งสองค่ายจะถูกเปลี่ยนมาใช้สถาปัตยกรรมใหม่ (Steamroller สำหรับ AMD และ Haswell สำหรับ Intel) ถึงตอนนั้นท่านผู้อ่านก็เตรียมตัวพบบทความเปรียบเทียบความแรงของชิพทั้งสองจากผมได้แน่นอนครับ 😀

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s