แด่คนเพี้ยนเหล่านี้…

สัตว์สังคมที่เรียกว่ามนุษย์มีอยู่สองประเภท ประเภทแรกคือพวกที่เลือกจะเดินในกรอบที่วางไว้ เพราะว่ามันปลอดภัย คาดเดาได้ และมีหนทางที่แน่นอน อีกประเภทหนึ่งเลือกที่จะเดินตามใจฝัน แหกกฏเกณฑ์ทุกอย่าง จนกลายเป็นคนแปลกในสายตาคนรอบข้างที่ถูกจำกัดมุมมองไว้ในห้องแคบๆ ที่ตนไม่ได้เป็นผู้สร้างขึ้น

     มนุษย์ส่วนใหญ่เลือกที่จะเดินแบบแรก อาจจะด้วยเพราะความจำเป็น สภาพแวดล้อมที่ไม่อำนวย หรือไม่สนใจว่าเกิดมาทั้งทีต้องทำตัวให้โลกจดจำ ขอแค่มีเงินมีทองและใช้ชีวิตไปวันๆ ก็พอ แต่จะเหตุผลใดย่อมไม่สำคัญเพราะผลลัพธ์ย่อมออกมาแบบเดียวกัน นั่นคือเมื่อร่างกายสูญสลาย ก็คงไม่มีอะไรเหลือไว้ให้จดจำนอกจากใบมรณบัตร

     ในทางตรงกันข้าม คน (ที่ถูกสังคมตราหน้าว่า) เพี้ยน ที่กล้าทดลองสิ่งแปลกใหม่ กล้าที่จะเดินออกนอกกรอบที่ (อ้างว่า) มอบความมั่นคงให้ มีไม่น้อยที่ประสบความสำเร็จ มีชื่อเสียง และเป็นที่กล่าวขานจนไปจนชั่วลูกหลาน แต่่ก็มีไม่น้อยเช่นกันที่ล้มเหลว สูญสิ้นทุกอย่าง และถูกนำมาเป็นตัวอย่างเพื่อสั่งสอนให้คนรุ่นหน้าให้เดินตามกรอบโดยอ้างว่า “นี่ไง! เห็นหรือยังว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเจ้า เมื่อไม่ยอมทำตามที่ข้าสอน!”
     เชื่อว่าคงมีไม่น้อยที่น่าจะจำแคมเปญการตลาดที่มีชื่อว่า “Think Different” (คิดต่าง) ที่ Apple นำเสนอเมื่อปี 1997 ได้ ช่วงเวลาดังกล่าวนับว่าเป็นระยะเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อของบริษัท เนื่องจากก่อนหน้านี้ Steve Jobs ลาออกไปเปิดบริษัทของตัวเองที่ชื่อว่า NeXT Inc,. หลังจากที่มีปัญหากับบอร์ดผู้บริหาร ถือได้ว่าช่วงระยะเวลาเกือบ 10 ปีที่ Jobs ไม่อยู่ที่ Apple นั้นเป็นช่วงเวลาที่บริษัทตกต่ำอย่างที่สุด ออกผลิตภัณฑ์ใดๆ ออกมาก็ไม่เป็นที่ยอมรับ มูลค่าหุ้นร่วงอย่างรุนแรง มีการเปลี่ยนผู้บริหารระดับสูงบ่อยครั้ง และเปิดโอกาสให้ Microsoft คู่แข่งตลอดกาลก้าวขึ้นมาเป็นแถวหน้าของโลกไอทีด้วยระบบปฏิบัติการ Windows
     สิ่งแรกที่ Steve Jobs ทำเมื่อกลับสู่บ้านหลังเดิมอีกครั้งคือปฏิรูปองค์กรครั้งใหญ่ โละสินค้าและบริการที่คิดว่าไม่ใช่ทิ้งไปเสีย มีการยุบรวมแผนกและปลดพนักงานเป็นจำนวนมาก ด้วยเป้าประสงค์เดียวคือ ต้องการทำให้ Apple กลับมายิ่งใหญ่เหมือนเดิมอีกครั้ง
     ทว่าหนทางย่อมไม่ได้โรยไปด้วยกลีบกุหลาบ เพราะคู่แข่งในตอนนั้นก้าวไปไกล Apple เสียชื่อเสียงไปมากในช่วงที่ Jobs ไม่อยู่ เมื่อเขากลับมาจึงได้มอบหมายให้ TBWA\Chiat\Day เอเยนซี่โฆษณาชื่อดังคิดแผนการตลาดโปรโมตแบรนด์เสียใหม่จนได้ออกมาเป็น Think Different สโลแกนที่ Apple นำไปใช้กับสื่อทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งพิมพ์ หรือโทรทัศน์
     สโลแกนดังกล่าวมีนัยสำคัญไม่ใช่น้อย เพราะเมื่อพิจารณาบริบทของเหตุการณ์ในช่วงนั้นจะเห็นว่า Apple ไม่ได้เป็นบริษัทที่ิยิ่งใหญ่เหมือนปัจจุบัน จะไปแข่งอะไรกับใครก็เหมือนนำไม้ซีกไปงัดไม้ซุง การที่จะทำให้เป็นที่จดจำได้ต้องใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวด แต่แทนที่จะใช้กลยุทธ์บ้าระห่ำออกผลิตภัณฑ์ทุกระดับตลาดตั้งแต่ราคาถูกถึงแพงเพื่อสร้างความรับรู้ให้เกิดกับผู้บริโภค Apple เลือกที่จะเน้นไปยังลูกค้าเฉพาะกลุ่มที่มีศักยภาพพอที่จะเอื้อมถึง ลูกค้าที่ Apple มองว่ามีความจงรักภักดีสูง ลูกค้าซึ่งกล้าที่จะ “คิดต่าง”
     อย่างไรก็ดี Think Different ไม่ได้ถูกนำไปใช้กับในแง่ของการตลาดอย่างเดียว ตัวสินค้าเองก็ได้รับอิทธิพลเช่นกัน แทนที่จะออกผลิตภัณฑ์โดยอ้างอิงผลสำรวจความต้องการของผู้บริโภค Apple กลับมองไกลไปมากกว่านั้น เพราะได้ตัดสินใจและคิดเอาเองเลยว่า นี่ล่ะคือสิ่งที่ไม่จำเป็นอีกต่อไป iMac เป็นคอมพิวเตอร์เครื่องแรกๆ ที่นำพอร์ต USB มาใช้ พัฒนาระบบต่างๆ ให้ใช้งานง่าย และมีรูปร่างสวยงามราวกับออกแบบโดยดีไซน์เนอร์ชื่อดัง Apple กล้าออก iPhone ที่เน้นการใช้งานผ่านระบบสัมผัสเพียงอย่างเดียว ในขณะที่สมาร์ทโฟนมากปุ่มกดอยาก Blackberry กำลังครองตลาด  MacBook Air ได้รับความนิยมอย่างสูงเพราะขนาดและน้ำหนักเบา โดยจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้า Apple ไม่ตัดสินใจถอด DVD Drive ซึ่งนับว่าเป็นโน้ตบุ๊กรุ่นแรกๆ ที่กล้าทำด้วยความเชื่อว่าอีกหน่อยผู้บริโภคจะไม่ต้องการแผ่นกลมๆ บันทึกเก็บข้อมูลอีกต่อไป
     หลายครั้งที่ Apple เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกมามักถูกครหามีลูกเล่นและคุณสมบัติน้อย ผมยังจำได้ว่าเมื่อคราวที่ iPad เปิดตัว หลายฝ่ายฟันธงว่าไม่เกิด เพราะมันไม่ใช่อะไรอื่นนอกจาก iPod Touch ที่มีหน้าจอใหญ่ขึ้น ไม่รองรับ Flash ไม่มีพอร์ต USB หรือ HDMI ใส่ memory card เพิ่มไม่ได้ Apple เอ๋ย… เอ็งพลาดเสียแล้ว ฯลฯ แต่กาลเวลาก็ได้พิสูจน์แล้วว่า iPad ได้รับเสียงตอบรับอย่างสูง ในขณะทีี่คู่แข่งที่เคยเยาะเย้ยต่างดั้นด้นสร้างความต่างให้กับผลิตภัณฑ์ของตัวเอง
     การที่จะประสบความสำเร็จได้เราต้องเปิดโลกทัศน์ของเราให้กว้าง อ่านให้มาก วิเคราะห์ให้ได้ หมั่นสัังเกตุความเป็นไป เรียนรู้กฏเกณฑ์และแหกมันออกเสีย หัวขบถ อย่าไปตามกระแส และห้ามใช้ชีวิตใต้เงาของผู้อื่น
     บางทีที่กล่าวไปทั้งหมดอาจสามารถสรุปสั้นๆ ได้ผ่านทางแคมเปญ Think Different ที่ออกอากาศทางโทรทัศน์ที่นับได้ว่าสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับใครหลายต่อหลายคนเมื่อได้เห็น

Here’s to the crazy ones.

แด่คนเพี้ยนเหล่านี้

The misfits.

คนที่ไม่เข้าพวก

The rebels.

ขบถ

The troublemakers.

ตัวปัญหา

The round pegs in the square holes.

เหมือนตะปูมน ที่ต้องตอกลงในรูเหลี่ยม

The ones who see things differently.

คนที่จ้องมองโลกในมุมต่างออกไป

They’re not fond of rules.

พวกเขาไม่เคยผูกติดกับกฎเกณฑ์

And they have no respect for the status quo.

ไม่เคยใส่ใจในสิ่งที่พวกเขาเป็น

You can quote them, disagree with them

คุณอาจกล่าวขานถึงเขา ไม่เห็นด้วยกับเขา

glorify or vilify them.

ยกย่องเค้าหรือประณามพวกเขา

About the only thing you can’t do is ignore them.

แต่..โปรดอย่า “ละเลย” พวกเขา

Because they change things.

เพราะพวกเขาคือผู้เปลี่ยนแปลง โลกใบนี้

They push the human race forward.

พวกเขาทำให้มนุษยชาติก้าวเดินไป

While some see them as the crazy ones,

ขณะคุณอาจมองพวกเขาเป็นพวกบ้าคลั่ง

we see genius.

แต่เราเห็น…อัจฉริยะ

Because the people who are crazy enough to think

เพราะพวกเขาบ้าพอที่จะคิด เพี้ยนพอที่จะเปลี่ยนแปลงโลก

they can change the world, are the ones who do.

และพวกเขาก็ทำได้จริงๆ

สำนวนแปลโดย คุณ “TheQueennoofNostalgia”  แปลงโดย  “khunphiphat” จากบล็อกโอเคเนชั่น
Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s