ก้าวต่อไปของ Microsoft

iJx7hPsCCrsc

บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ครั้งแรกในนิตยสาร e-commerce ฉบับที่ 155 ประจำเดือนพฤศจิกายน 2554

คงจะไม่มีช่วงเวลาใดที่บริษัทเก่าแก่แห่งโลกไอทีอย่าง Microsoft จะต้องเผชิญหน้ากับแรงกดดันรอบด้านเท่ากับช่วงนี้อีกแล้ว ถึงแม้ Windows 7 จะขึ้นแท่นเป็นระบบปฏิบัติการที่สามารถทำยอดขายได้ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ ทว่าตลาดคอมพิวเตอร์เดสก์ท้อปหรือพีซีกลับถูกท้าทายจากอุปกรณ์พกพาอย่างสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตที่ไม่เพียงแต่จะมีประสิทธิภาพมากขึ้นทุกวัน แต่ยังมีตัวเลือกมากขึ้น รวมทั้งค่อยๆ กินส่วนแบ่งตลาดพีซีดั้งเดิม ในอีกด้านหนึ่ง Windows Phone 7 ที่ถึงแม้จะเป็นระบบปฏิบัติการสำหรับสมาร์ทโฟนที่ยอดเยี่ยมและได้คำวิจารณ์ที่ดี ทว่าหนึ่งปีผ่านไปนับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกเมื่อเดือนตุลาคม 2010 ก็ยังไม่สามารถทำยอดขายและส่วนแบ่งตลาดได้อย่างน่าพอใจนัก การเข้ามาช้าเกินไปของระบบปฏิบัติการดังกล่าวถูกนำมาเป็นสาเหตุหลักของผลตอบรับที่ไม่ค่อยดี แต่เมื่อวิเคราะห์ลงไปอีกชั้นจะพบว่ายังมีข้อสังเกตอีกมากที่ Microsoft สามารถนำไปใช้ปรับปรุงคุณภาพและภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการคาดหวังไว้สูงมากตัวนี้

มุมมองที่ผิดพลาดต่อตลาดแท็บเล็ต

ผู้คนส่วนใหญ่มักคิดว่า Apple เป็นผู้ที่สร้างแท็บเล็ตตัวแรกของโลก ซึ่งถ้ามองอีกด้านหนึ่งก็ไม่ถือว่าผิด เพราะ iPad เป็นแท็บเล็ตตัวแรกที่สามารถสร้างที่ทางให้กับอุปกรณ์ตัวนี้และเป็นที่ยอมรับ แต่แท้จริงแล้ว Microsoft ได้นำเสนอแนวคิดแท็บเล็ตพีซีครั้งแรกตั้งแต่เมื่อปี 1991 ด้วยระบบปฏิบัติการ Windows for Pen Computing ซึ่งก็คือ Windows 3.x ที่ถูกเพิ่มลูกเล่นการใช้งานร่วมกับปากกาสไตลัส และระบบตรวจจับลายมือ (handwriting recognition) หลังจากนั้นทางบริษัทก็ได้ปล่อย Windows for Pen 2.0 ออกมาในเวลาไล่เลี่ยกับ Windows 95 และหลังจากนั้นก็มี Windows XP Tablet PC Ediiton และเวอร์ชั่นอื่นตามออกมาอีก ทั้งหมดประสบชะตากรรมเดียวกันคือ ไม่ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค

สาเหตุหลักเลยก็คือ นอกจากราคาที่แพงแล้ว อินเตอร์เฟสยังไม่ได้รับการปรับแต่งให้ดีพอ Microsoft มองว่าแท็บเล็ตก็คือพีซี ที่จะต้องทำทุกอย่างที่พีซีสามารถทำได้ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานร่วมกับซอฟท์แวร์ต่างๆ เช่น Office การเชื่อมต่อกับระบบเครือข่าย การรองรับอุปกรณ์เสริมด้วยพอร์ต USB ฯลฯ ทั้งหมดนี้ทำให้ดูเหมือนกับว่าแท็บเล็ตเป็นเพียงภาคขยายของพีซีหรือเป็นของเล่นเสริมที่สามารถใช้งานเท่าเทียมพีซีได้ เพียงแต่พกพาสะดวกกว่าเท่านั้น จึงไม่มีเหตจำเป็นที่จะต้องปรับแต่งระบบปฏิบัติการให้วุ่นวาย

HP tablet PC ที่ใช้ Windows XP Tablet PC Edition หนึ่งในความพยายามที่ล้มเหลวในการสร้างตลาดแท็บเล็ต
HP tablet PC ที่ใช้ Windows XP Tablet PC Edition หนึ่งในความพยายามที่ล้มเหลวในการสร้างตลาดแท็บเล็ต

ในทางตรงกันข้าม Apple มองว่าแท็บเล็ตไม่ใช่พีซี แท็บเล็ตคืออุปกรณ์อีกประเภทหนึ่งที่ตอบโจทย์ความต้องการที่ต่างออกไป ในขณะที่ผู้บริโภคใช้พีซี (หรือ Mac สำหรับ Apple) ทำงานหนักที่ต้องใช้แรงประมวลผลสูงหรือที่ต้องใข้งานร่วมกับเมาส์และคีย์บอร์ด iPad กลับถูกออกแบบให้เหมาะสมกับการใช้งานน้อยชนิด โดยเน้นไปที่การบริโภค (consume) มากกว่าสร้างสรรค์ (create) เนื้ิอหา เมื่อทราบกรอบข้อกำหนดต่างๆ ได้แล้ว Apple จึงได้นำระบบปฏิบัติการ iOS บนสมาร์ทโฟนมาประยุกต์ โดยปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับหน้าจอที่ใหญ่ขึ้น แต่ยังคงความเรียบง่ายและความสะดวกในการใช้งานไว้ จริงอยู่ที่ผู้บริโภคไม่สามารถทำอะไรได้มากนักกับอุปกรณ์ตัวนี้ แต่ทุกอย่างภายในตั้งแต่ฮาร์ดแวร์ ซอฟท์แวร์ และแอ็พพลิเคชั่น สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างเรียบเนียนไร้รอยต่อ (seamless) อีกทั้งยังมีขนาดบาง นำ้หนักเบา และใช้พลังงานน้อย ข้อจำกัดการใช้งานที่ Apple มอบให้กับ iPad กลับกลายมาเป็นจุดแข็งเพราะนั่นคือสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการจากอุปกรณ์ตัวนี้ เข้าทำนอง less is more

Windows 8 คือการเล่นพนันครั้งใหญ่ที่สุด

ประโยคข้างต้นได้รับการกล่าวขานโดย Steve Ballmer หัวเรือใหญ่คนปัจจุบันของ Microsoft เมื่อวิเคราะห์ดูก็จะเห็นได้ว่าไม่เป็นการกล่าวเกินเลยไปนัก เพราะ Windows 8 ที่ได้รับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการภายในงานสัมมนา BUILD เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมานั้น มีคุณสมบัติหลายประการที่ต่างจากเวอร์ชั่นก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิง แนวคิดที่ Microsoft นำมาประยุกต์ใช้ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากนัก เพราะแทนที่จะแยกแท็บเล็ตออกจากพีซีอย่างสิ้นเชิงเหมือนที่ Apple ทำ กลับกลายเป็นได้นำคุณลักษณะการใช้งานทั้งสองมารวมไว้ภายใต้ระบบปฏิบัติการเดียว

แนวคิดดังกล่าวส่งผลให้อินเตอร์เฟสของ Windows 8 ถูกแบ่งออกเป็นสองลักษณะคือ Metro ซึ่งมีหน้าตาเป็นลักษณะตาราง (tile) ที่เห็นได้ชัดว่าได้รับอิทธิพลมาจาก Windows Phone 7 หน้าจอนี้จะเป็นเหมือนกับศูนย์รวมข้อมูลสำคัญที่คาดว่าผู้ใช้ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นปฏิทิน ตารางนัดหมาย รายงานสภาพอากาศ ฯลฯ และที่สำคัญคือเป็นที่อยู่ของ Metro-Style apps หรือแอ็พพลิเคชั่นเฉพาะที่ออกแบบมาสำหรับหน้าจอระบบสัมผัส ทำงานแบบเต็มจอ ประหยัดทั้งทรัพยากรและพลังงาน ที่สำคัญคือหน้าจอนี้จะมีตัวเลือกให้ผู้ใช้สลับเปลี่ยนไปใช้อินเตอร์เฟสแบบ Classic ซึ่งเป็นอินเตอร์เฟสแบบดั้งเดิมลักษณะเหมือนกับ Windows 7  แทบทุกประการ ภายใต้หน้าจอนี้ ผู้ใช้สามารถรันโปรแกรมดั้งเดิมได้ 100% และพร้อมใช้งานร่วมกับเมาส์และคีย์บอร์ดได้เลยทันที

หน้าตาของ Start Screen ในรูปแบบ Metro
หน้าตาของ Start Screen ในรูปแบบ Metro

การนำอินเตอร์เฟส Metro โปะหน้า Classic นับเป็นแนวคิดที่ท้าทายเป็นอย่างยิ่ง เห็นได้ชัดว่า Microsoft ยังไม่สามารถสลัดแท็บเล็ตให้ออกจากพีซีได้ อาจเป็นเพราะไม่ต้องการทิ้งตลาดเก่าแก่ที่ตนยังครองความเป็นเจ้าอยู่ หรือยังไม่เห็นว่าแท็บเล็ตจะมีศักยภาพเทียบเท่า แต่ถึงอย่างไร วิธีการนี้ได้เปิดโอกาสให้ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ได้ลองอะไรใหม่ๆ อย่างเช่นอุปกรณ์ประเภทไฮบริจที่เป็นลูกผสมระหว่างพีซีดั้งเดิมและแท็บเล็ต ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ ASUS Eee Pad Transformer ที่สามารถถอดจอออกจากแท่นคีย์บอร์ดเพื่อใช้งานเสมือนแท็บเล็ต หรือ ASUS Eee Pad Slider  ที่สามารถเลื่อนคีย์บอร์ดออกมาจากตัวเครื่องได้ คาดกันว่าอุปกรณ์ลูกผสมลักษณะนี้จะสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคได้หลากหลายและดีพร้อมมากกว่า เมื่อผู้ใช้ต้องการ “บริโภค” คอนเท้นต์ในลักษณะเอนหลัง (lean back) บนเตียงหรือโซฟา ก็เพียงแต่ถอดจอออกมาจากฐานใช้งานได้เลย และเมื่อต้องการ “สร้างสรรค์” คอนเท้นต์ใดๆ อย่างจริงจัง ซึ่งมีเพียงเมาส์กับคีย์บอร์ดที่สามารถมอบความแม่นยำให้ได้ ก็เพียงแต่ใส่จอกลับไปที่ฐานเดิม

ASUS Eee Pad Transformer ตัวอย่างของอุปกรณ์ลูกผสมระหว่างแท็บเล็ตกับพีซีที่น่าจะเหมาะสมกับ Windows 8
ASUS Eee Pad Transformer ตัวอย่างของอุปกรณ์ลูกผสมระหว่างแท็บเล็ตกับพีซีที่น่าจะเหมาะสมกับ Windows 8

แนวคิดดังกล่าวฟังล้วนฟังดูดี แต่ไม่ใช่ของใหม่ Microsoft เคยประสบความล้มเหลวกับแนวคิดดังกล่าวมาแล้วกับโน้ตบุ๊กที่สามารถหมุนหน้าจอพับลงมาเป็นแท็บเล็ตเพื่อใช้งานร่วมกับปากกาสไตลัส แต่ว่าคราวนี้บริบทของเหตุการณ์กลับไม่เหมือนเดิม เพราะข้อผิดพลาดดังกล่าวได้รับการแก้ไขโดยแยกอินเตอร์เฟสการใช้งานทั้งสองอย่างชัดเจน รวมทั้งแอ็พพลิเคชั่นก็เป็นคนละชนิดกัน

ทว่าจุดหนึ่งที่น่ากังขาคือ การที่ Windows 8 จะรองรับทั้งโปรเซสเซอร์ที่ใช้สถาปัตยกรรม x86 ซึ่งนิยมใช้กับพีซี และ ARM ซึ่งนิยมใช้กับอุปกรณ์พกพา ทั้งสองอย่างมีฐานรากภายในที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง x86 ถูกออกแบบโดยเน้นประสิทธิภาพ แต่ ARM เน้นที่การประหยัดพลังงาน  Microsoft ได้ประกาศออกมาอย่างชัดเจนแล้วว่า แอ็พพลิเคชั่นที่ออกแบบมาสำหรับ x86 จะไม่สามารถใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ที่ใช้ชิพ ARM เนื่องจากไม่ต้องการให้ติดมัลแวร์ รวมทั้งเหตุผลด้านการใช้พลังงานด้วย จึงทำให้ผู้พัฒนาอาจต้องเสียเวลาปรับแต่งซอฟท์แวร์ของตนเพิ่มเติมเพื่อให้ใช้ได้กับทั้งสองระบบ

ความท้าทายต่อมาคือ Microsoft จะสามารถสร้างความพึงพอใจให้กับผู้ที่ต้องการใช้งานแท็บเล็ตอย่างเดียวโดยที่ไม่ต้องไปยุ่งกับอินเตอร์เฟส Classic ดั้งเดิมได้หรือไม่ รวมทั้งความราบรื่นระหว่างการสลับเปลี่ยนไปใช้งานอินเตอร์เฟสทั้งสองที่จะสามารถทำได้ดีเพียงใด Apple ทราบดีว่ามีหลายครั้งที่ผู้บริโภคจำเป็นต้องใช้งานอุปกรณ์ที่หลากหลาย จึงได้คิดค้นสะพานเชื่อมที่เรียกว่า iCloud ขึ้นเพื่อตอบโจทย์ดังกล่าว โดยที่ไม่ต้องไปเสียเวลารื้อโครงสร้างระบบปฏิบัติการเพื่อให้สามารถใช้ได้กับอุปกรณ์หลากประเภท อีกทั้งต้องไม่ลืมว่าจุดเด่นที่ทำให้ iPad ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าก็คือความสามารถในการทำงานเฉพาะอย่าง แต่พัฒนาให้ดี เวลาใช้จึงไม่รู้สึกติดขัด และดูเป็นเนื้อเดียวกัน การที่อินเตอร์เฟส Metro ยังคงยึดติดกับรากเหง้าเดสก์ท้อปพีซีดั้งเดิมจะเป็นผลทำให้เกิดปัญหาความเข้ากันได้กับฮาร์ดแวร์หรือไม่ เสียงตอบรับจากผู้บริโภคเท่านั้นคือคำตอบ

Windows Phone + Nokia ดรีมทีมที่รอคอย?

นอกจากตลาดพีซีที่กำลังถูกรุมเร้าอย่างหนัก และแท็บเล็ตที่ยังไม่ได้ฤกษ์แจ้งเกิดสักทีนั้น ตลาดสมาร์ทโฟนก็กำลังเผชิญกับอุปสรรคอย่างหนักเช่นกัน ปัญหาที่แพลตฟอร์ม Windows Phone 7 (WP7) กำลังพานพบอยู่ไม่ใช่อยู่ที่ตัวระบบปฏิบัติการไม่สมบูรณ์ หรือประเด็นด้านสิทธิบัตรที่ Android กำลังเผชิญ แต่เป็นในด้านของความรับรู้ที่มีต่อผู้บริโภคซึ่งไม่ได้มีมากนักเมื่อเทียบกับคู่แข่ง ทุกวันนี้ใครๆ ก็รู้จัก Android ที่ได้รับการโหมโฆษณาอย่างบ้าคลั่งเพราะไปสิงสถิตอยู่ในหลายแบรนด์ รวมทั้งการตลาดแบบบอกต่อปากต่อปากที่เกิดขึ้นกับ iPhone ทว่าสิ่งเหล่านี้ไม่เคยเกิดขึ้นกับแพลตฟอร์ม Windows Phone แม้ว่าจะเปิดตัวมาร่วมขวบปีแล้วก็ตาม กระทั่ง Steve Ballmer เองก็ออกมายอมรับว่าได้ตั้งเป้าให้กับ Windows Phone 7 ไว้สูงเกินไป

ช่วงที่ผ่านมา Microsoft ได้ปล่อย Mango อัปเดตใหญ่ที่ช่วยเสริมเขี้ยวเล็บให้กับแพลตฟอร์มดังกล่าวออกมาพร้อมกับหลายค่ายที่ได้ฤกษ์เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ทว่าเสียงตอบรับก็ยังคงทรงตัว ไม่ได้หวือหวาเหมือนกับ Google เปิดตัว Nexus รุ่นใหม่ หรือ Apple เปิดตัว iPhone รุ่นล่าสุด ความเปลี่ยนแปลงที่น่าจับตามองคือ ผลของการเป็นพันธมิตรกับ Nokia ที่ตอนนี้ยังไม่ได้ส่งผลอะไรเป็นรูปเป็นร่างมากนัก แต่เบื้องต้นก็เป็นที่เข้าใจว่า Nokia จะใช้ระบบปฏิบัติการ Windows Phone 7 เป็นฐานของสมาร์ทโฟนส่วนใหญ่ของตน ในขณะที่ Microsoft จะช่วยส่งเสริมและลงทุนด้านการขายกับการโฆษณาเป็นการแลกเปลี่ยน

ทว่า อย่างที่กล่าวไปคือ ทั้งคู่ถูกครหาว่าทำอะไรชักช้าเกินไป เพราะถ้านับจนกระทั่งปัจจุบันนั้นก็กินเวลาหลายเดือนแล้วนับจากวันที่ประกาศจับมือกัน ความเคลื่อนไหวที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือ การที่ Nokia ตัดสินใจค่อยๆ ตัดหางปล่อยวัด Symbain ไปทีละน้อย ทยอยลดแรงสนับสนุน จนกระทั่งปล่อยให้แพลตฟอร์มตายไปเอง ซึ่งในระยะสั้นล้วนส่งผลกระทบกับบริษัทค่อนข้างมาก เนื่องจากยอดขายมือถือ Symbin ย่อมลดลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะคนส่วนใหญ่ที่ยังเชื่อมั่นในแบรนด์ Nokia อยู่อาจกำลังรอคอยรุ่นที่ใช้ WP7 ในขณะที่คู่แข่งค่อยๆ กลืนตลาดและสร้างที่ทางให้กับตนเองภายใต้การรับรู้ของผู้บริโภคไป

ข้อมูลจากเว็บไซต์ asymco แสดงให้เห็นถึงส่วนแบ่งตลาดของ Windows Phone และ Symbian ที่น้อยลงเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไป
ข้อมูลจากเว็บไซต์ asymco แสดงให้เห็นถึงส่วนแบ่งตลาดของ Windows Phone และ Symbian ที่น้อยลงเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไป

ทางแก้ไขที่สามารถทำได้ขณะนี้คือ Microsoft ต้องตั้งใจโปรโมท Windows Phone 7 ให้มากกว่านี้ ไม่ว่าจะด้วยการทำความตกลงกับผู้ให้บริการเครือข่าย ร้านค้าปลีก หรือช่องทางการขายอื่นๆ ร่วมมือกับนักพัฒนาแอ็พพลิเคชั่นด้วยการมอบเครืื่องมือชั้นดีให้ และที่สำคัญคือต้องแสดงจุดแข็งของแพลตฟอร์มตนให้ผู้บริโภคได้เห็น ไม่ว่าจะเป็นการประสานเข้ากันกับผลิตภัณฑ์อื่นของตนอย่าง Xbox Live, Windows, Bing หรือการใช้งานร่วมกับบริการคลาวด์ที่ตนเองมีอยู่

หลายสิบปีมาแล้วที่ Microsoft ได้รับการขนานนามว่าเป็นแถวหน้าของวงการไอที เจตจำนงเริ่มต้นของ Bill Gate ที่ต้องการให้ Windows ไปสิงสถิตอยู่ในคอมพิวเตอร์ของทุกบ้านนั้น นับได้ว่าประสบความสำเร็จแล้ว แต่ว่าเมื่ิอกาลเวลาผ่านไป แนวโน้มความต้องการของผู้บริโภคย่อมแปรเปลี่ยน ทุกวันนี้เราไม่จำเป็นต้องนั่งอยู่กับที่เพื่อพิมพ์งานหรือดูหนังอีกต่อไป แต่เราสามารถทำได้ทุกๆ ที่ภายใต้อุปกรณ์ที่เหมาะสม ความท้าทายใหม่ในศตวรรษที่ 21 ซึ่ง Microsoft ต้องเผชิญนับว่าหนักหนาเอาการเนื่องจากมีคู่แข่งมากมาย ก็ต้องขึ้นอยู่กับวิสัยทัศน์ของกลุ่มผู้บริหารแล้วล่ะครับว่า จะสามารถพาเรือลำนี้ให้แล่นต่อไปข้าหน้า หรือจะพายวนไปมาในอ่างกันแน่

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s