เปิดประสบการณ์มันส์ทะลุจอด้วย AMD HD3D

head

ปัจจุบันการแสดงผลภาพสามมิติคงไม่ใช่เรื่องใหม่อีกต่อไป เพราะทั้งโรงภาพยนตร์ จอโทรทัศน์ เครื่องเล่นเกมพกพา หรือกระทั่งโทรศัพท์มือถือต่างมีรุ่นที่สามารถแสดงภาพสามมิติกันได้แล้ว อีกทั้งคอนเท้นต์สามมิติทั้งเกมและภาพยนตร์ก็สามารถหาซื้อได้ง่ายและมีราคาที่เอื้อมถึง

สำหรับชาวฟิวเจอร์เกมเมอร์ ถ้าจะให้กล่าวถึงเทคโนโลยีสามมิติเพื่อการเล่นเกมก็คงจะหนีไม่พ้น 3D Vision จาก NVIDIA ที่ออกมาตีตลาดเมื่อหลายปีก่อน และประสบความสำเร็จได้รับความนิยมอย่างล้นหลามจนต้องออกรุ่นที่สองตามออกมา และก็ครองแชมป์อยู่แบบนั้นเพราะไม่มีคู่แข่งจนทำให้เกมใหม่ที่ต้องการสร้างจุดขายที่ภาพสามมิติต่างต้องใช้ 3D Vision อย่างไม่มีทางเลือก แต่เมื่อเร็วๆ นี้ คู่แข่งอย่าง AMD ก็ได้ฤกษ์เข้าสู่ตลาดนี้อย่างเงียบๆ ด้วย AMD HD3D เทคโนโลยีแสดงผลสามมิติที่ไม่แน่อาจเข้ามาเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกหนึ่งสำหรับชาวพีซีก็เป็นได้

จุดแข็งที่น่าสนใจที่สุดสำหรับเทคโนโลยี HD3D ก็คือการที่ AMD พัฒนาให้เป็นแพลตฟอร์มเปิดที่รองรับมาตรฐานหลากหลาย ซึ่งไม่เหมือนกับ 3D Vision ที่ต้องใช้งานร่วมกับฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์ของ NVIDIA อย่างเดียว ทำให้ HD3D นั้นเปิดโอากสผู้ผลิตต่างๆ สามารถนำไปใช้ได้โดยสะดวก ก่อให้เกิดการแข่งขันด้านผลิตภัณฑ์และด้านราคาตามมา พูดง่่ายๆ คือ 3D Vision เปรียบเหมือนกับ iPhone ที่ถูก Apple คุมทุกอย่างตั้งแต่ฮาร์ดแวร์ยันซอฟท์แวร์ แต่ AMD HD3D นั้นเปรียบเหมือนกับ Android ที่เป็นระบบเปิด ช่วยมอบทางเลือกที่หลากหลายให้กับผู้บริโภค

ปัจจุบันเทคโนโลยีที่สามารถใช้ในการแสดงผลสามมิติมีหลากหลายมากและส่วนใหญ่ไม่รองรับซึ่งกันและกัน ความเข้ากันไม่ได้ของมาตรฐานหลายประเภทนี้เองที่ทำให้หลายคนสับสนและยังไม่กล้าลงทุนไปกับประสบการณ์การแสดงผลสามมิติ ถ้าหาก HD3D สามารถช่วยลดความซับซ้อนตรงจุดนี้ได้ และขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้ผู้ผลิตหลากหลายสามารถนำไปใช้ได้ง่าย รวมทั้งสามารถทำงานเข้ากันได้อย่างไร้รอยต่อ ก็เชื่อได้เลยว่าหลายคนที่เคยขยาดจะต้องหันมาเหลียวมองบ้าง

AMD HD3D ทำงานอย่างไร?

ตามปกติแล้ว การเรนเดอร์ภาพสองมิติธรรมดานั้นจีีพียูจะใช้เทคนิคที่เรียกว่่า double-buffering โดยเริ่มจากจีพียูจะเรนเดอร์คอนเท้นต์ลงในบัฟเฟอร์ที่อยู่ในหน่วยความจำก่อน และขณะในเดียวกันระบบก็จะใช้บัฟเฟอร์ตัวที่สองในการส่งสัญญาณภาพไปยังจีพียูเพื่อส่งออกไปยังจอภาพอีกทีหนึ่ง

หัวใจสำคัญของ HD3D ก็คือการที่ขั้นตอนดังกล่าวถูกเพิ่มการทำงานให้มากเป็นสองเท่านั่นเอง กล่าวคือไดรเวอร์ HD3D จะใช้เทคนิคที่เรียกว่า quad-buffering ซึ่งจะทำให้จีพียูเริ่มประมวลผลภาพสองภาพในเวลาเดียวกันสำหรับทุกเฟรมภาพที่สร้างขึ้น ภาพหนึ่งสำหรับตาซ้าย อีกภาพหนึ่งสำหรับตาขวา

ที่น่าสนใจคือ ทีมวิศกรของ AMD ได้พัฒนา API ซึ่งรองรับทั้ง OpenGL และ DirectX 9,10, 11 ทำให้ผู้พัฒนาเกมมีทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้น รวมทั้งเปิดโอกาสให้คู่ค้าที่สร้างมิดเดิลแวร์อย่าง DDD และ iZ3D (จะกล่าวถึงต่อไป) สามารถแปลงเกมจากสองมิติธรรมดาให้กลายมาเป็นสามมิติได้ง่าย

แล้วจะเริ่มใช้งานได้อย่างไร

หลังจากที่ทำความเข้าใจกับการทำงานเบื้องต้นแล้ว ทีนี้เราลองมารู้จักกับการใช้งานจริงบ้างดีกว่า เริ่มจากการ์ดกราฟิกที่รองรับซึ่งต้องเป็น Radeon HD5000 พร้อมไดรเวอร์ Catalyst 10.1 ขึ้นไป เพราะฉะนั้นผู้ที่มีการ์ดรุ่นใหม่อย่าง Radeon6000 หรือ 7000 ก็สบายใจหายห่วง สำหรับผู้ที่ไม่ได้ประกอบเครื่องเองก็อาจลองมองหาเครื่องสำเร็จจากผู้ผลิตหลายค่าย เช่น HP Envy 17 3D ที่มาพร้อมกับ Radeon HD5850M  MSI Wind Top AE2420 เครื่องคอมพิวเตอร์แบบออลอินวันที่มาพร้อมกับ Radeon HD5730M หรือ Lenovo IdeaPad y560d ที่มีิชิพกราฟิกตัวเดียวกัน

MSI Wind Top AE2420 หนึ่งในคอมพิวเตอร์เซ็ทที่รองรับ HD3D
MSI Wind Top AE2420 หนึ่งในคอมพิวเตอร์เซ็ทที่รองรับ HD3D

จากนั้นก็ต้องมองหาจอภาพที่รองรับ HD3D ได้ ซึ่งตรงส่วนนี้เห็นทีต้องรบกวนให้ตรวจสอบจากเว็บไซต์ของ AMD HD3D อีกทีหนึ่งครับ เพราะรายชื่อจะมีการอัปเดตตลอดเวลา และสำหรับผู้ที่ต้องการเล่นเกมผ่านจอโทรทัศน์ใหญ่ยักษ์หรือต่อโปรเจคเตอร์ไปเลยก็ต้องไม่ลืมหารุ่นที่พอร์ต HDMI 1.4a พร้อมสายเคเบิล HDMI 1.4a ด้วยนะ

จอภาพ Samsung S27A950D หนึ่งในจอภาพสไตล์สวยงามที่รองรับ HD3D
จอภาพ Samsung S27A950D หนึ่งในจอภาพสไตล์สวยงามที่รองรับ HD3D

เสร็จจากส่วนของฮาร์ดแวร์แล้ว ก็ถึงคราวซอฟท์แวร์บ้างล่ะ สิ่งที่ HD3D ไม่เหมือนกับ 3D Vision ก็คือเกมส่วนใหญ่ต้องรันผ่านทางซอฟท์แวร์กลางหรือมิดเดิลแวร์อย่าง TriDef 3D จาก DDD หรือ iZ3D อีกทีหนึ่ง ไม่เหมือนกับ 3D Vision ที่ตัวเกมจะรองรับอยู่แล้ว ซึ่งมิดเดิลแวร์พวกนี้ไม่ฟรีนะครับ แต่โชคดีที่ส่วนใหญ่จะแถมมาพร้อมกับจอที่รองรับ HD3D หลังจากที่ติดตั้งไดรเวอร์ Catalyst รุ่นล่าสุดแล้วก็ให้รันมิดเดิลแวร์ดังกล่าวขึ้นมา จากนั้นก็ให้เลือก “AMD – AMD HD3D Technology (HDMI 1.4a)” (สำหรับ Tridef 3D) หรือ “120Hz 3D Devices” (สำหรับ iZ3D) จากนั้นให้เลือกความละเอียดหน้าจอเป็น 1920×1080, 24Hz หรือ 1280×720, 60Hz แล้วจึงเลือกโปรไฟล์เกม หาไฟล์ exe ของเกมตัวนั้น แล้วรันเกมผ่านทางมิดเดิลแวร์ได้เลย!

ภาพตัวอย่างหน้าตาของ Tridef 3D
ภาพตัวอย่างหน้าตาของ Tridef 3D
ภาพตัวอย่างหน้าตาของ iZ3D
ภาพตัวอย่างหน้าตาของ iZ3D

สังเกตได้ว่่า ด้วยเหตุที่ AMD HD3D เป็นแพลตฟอร์มเปิดที่ใครๆ ก็นำไปใช้ได้ ระบบจึงต้องการมิดเดิลแวร์มาเป็นตัวเชื่อมการทำงาน ซึ่งจากขั้นตอนที่กล่าวไปก็จะเห็นว่ายุ่งยากไม่ใช่น้อย เพราะไหนจะต้องหามิดเดิลแวร์ ไหนจะต้องคอยอัปเดตฐานข้อมูลให้รองรับเกมใหม่ตลอดเวลา อีกทั้งเกมดังๆ อย่าง Call of Duty: Modern Warfare 2, Mass Effect 2 หรือ World of Warcraft นั้นต่างถูก AMD เอ้าท์ซอสไปให้ผู้พัฒนามิดเดิลแวร์ปรับปรุงให้รองรับ HD3D ได้ทั้งสิ้นเพราะตัวเกมไม่รองรับมาตั้งแต่ต้น แต่ข่าวดีคือ AMD กำลังขมักเขม้นร่วมกับผู้พัฒนาเกมหลายรายในการพัฒนาให้เกมดังๆ รองรับ HD3D ในตัวโดยไม่ต้องอาศัยตัวกลาง ตัวอย่างล่าสุดคือเกม Deus Ex : Human Revolution จากค่าย Eidos สามารถแสดงผล HD3D ได้เลยโดยที่ไม่ต้องรันผ่านซอฟท์แวร์กลางให้วุ่นวาย และผมมั่นใจอย่างยิ่งว่าในปี 2012 นี้เราจะได้เล่นเกมที่รองรับ HD3D กันมากขึ้นก่อนโลกแตกแน่นอน

3D Vision ปะทะ HD3D

แล้วจะสามารถสู้ 3D Vision ที่กระโจนเข้าสู่ตลาดก่อนได้หรือไม่ ในแง่ของการรับรู้ในกลุ่มผู้บริโภคแล้วต้องยอมรับว่า 3D Vision เป็นที่รู้จักในวงกว้างกว่ามาก เพราะ NVIDIA ได้ทุ่มทรัพยากรไปที่การทำประชาสัมพันธ์และการตลาดอย่างเต็มที่ นี่ยังไม่รวมถึงเกมที่เทคโนโลยีจากฝั่งค่ายเขียวรองรับมากกว่า อีกทั้งในแง่ของประสิทธิภาพแล้ว ดูเหมือนว่า NVIDIA จะเป็นต่ออีกด้วย เพราะจากการที่ HD3D ใช้วิธีการรับส่งข้อมูลผ่านทาง HDMI 1.4a นั้นทำให้การแสดงผลต่อตาแต่ละข้างถูกจำกัดไว้ที่ 1080p 24fps หรือ 720p 60fps แต่ AMD หวังว่าเมื่อจอรุ่นใหม่เริ่มรองรับ DisplayPort 1.2 ซึ่งสามารถส่งข้อมูลได้ที่ 17.28Gb/s แล้ว จะสามารถก้าวข้ามข้อจำกัดดังกล่าวลง และสามารถแสดงผลความละเอียด 1080p 60fps ต่อตาแต่ละข้างได้

แต่จากการที่ AMD ตัดสินใจพัฒนา HD3D ให้เป็นมาตรฐานเสรีนั้นก็ได้เปิดโอกาสให้พวกเราเหล่าเกมเมอร์มีตัวเลือกฮาร์ดแวร์ที่หลากหลายมากขึ้น สามารถสร้้างสุดยอดคอมพิวเตอร์เล่นเกมได้ตามที่ใจต้องการ ซึ่งการสามารถประกอบเครื่องได้อย่างอิสระนี่เองที่เป็นจุดแข็งของพีซีมาอย่างยาวนาน

เห็นที 3D Vision จะได้เจอกับคู่แข่งจริงๆ เสียทีแล้วล่ะครับ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s