สงครามแพลตฟอร์ม สมรภูมิใหม่แห่งโลกไอที

head

บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ครั้งแรกในนิตยสาร e-commerce ฉบับที่ 163 ประจำเดือนกรกฏาคม 2555

เมื่อฉบับที่แล้ว ผมได้เขียนถึงนิยามของคำว่า “พีซี” ที่กำลังอยู่ในช่วงผลัดใบอันเนื่องมาจากเทคโนโลยีที่ได้รับการคิดค้นขึ้นใหม่ ทำให้พฤติกรรมการใช้งานของเราเปลี่ยนไป จากเดิมที่ภาพของคอมพิวเตอร์ชวนให้เรานึกถึงมอนิเตอร์ เคส เมาส์ และคีย์บอร์ด หรือเครื่องเมนเฟรมใหญ่คับห้อง มาถึงปัจจุบันที่ทั้งหมดล้วนถูกย่อขนาดลงเหลือเพียงฝ่ามือ แต่กลับมีประสิทธิภาพและความสามารถเทียบเท่าหรือมากกว่าพีซีในสมัยก่อน การเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วของตลาดสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตทำให้นิยามของคอมพิวเตอร์เปลี่ยนไปสิ้นเชิง อุปกรณ์ต่างๆ ถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่ายขึ้น หน้าจอระบบสัมผัสกระตุ้นให้เด็กเล็กเกิดการเรียนรู้ ส่วนระบบสั่งการด้วยเสียงและท่าทางนั้นก็กำลังจะทลายกำแพงด้าน “ความรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์” (computer iteracy) ทำให้คอมพิวเตอร์เข้าถึงได้กับทุกคน ส่วนบริการกลุ่มเมฆก็ทำให้การเข้าถึงไฟล์สามารถทำได้ทุกที่ที่มีอินเทอร์เน็ต

แน่นอนว่าไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ เพราะประสบการณ์ใช้งานที่เรียบเนียนสม่ำเสมอแบบไร้รอยต่อของอุปกรณ์พกพานั้นต้องแลกมาด้วยข้อจำกัดและอิสระในการใช้งาน Apple ไม่อนุญาตให้ติดตั้งแอปพลิเคชันอื่นบน iOS นอกเหนือจากที่ดาวน์โหลดผ่านทาง App Store ซึ่งต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบอย่างละเอียด ส่วนผู้ใช้ Kindle Fire จาก Amazon ไม่สามารถเข้าถึง Google Play Store ได้ และคอนเทนต์ที่ซื้อหามาก็ถูกล็อคด้วยกระบวนการ Digital Rights Mangement (DRM) ที่ฮาร์ดแวร์อื่นหมดสิทธิ์ใช้งาน วิธีการกินหัวรวบหางแบบนี้จะว่าไปก็ไม่ใช่เพิ่งจะเกิดขึ้น เพราะย้อนกลับไปหลายสิบปีก่อนหน้านี้สมัยสื่อบันเทิงอนาล็อกครองเมือง เราก็เห็น “ศึกแพลตฟอร์ม” เกิดขึ้นในตลาดวิดีโอเทประหว่าง Betamax กับ VHS ซึ่งจบลงด้วยชัยชนะของฝ่ายหลัง ส่วนไม่กี่ปีที่ผ่านมา ศึกระหว่าง HD-DVD กับ Blu-ray ก็นับว่าเป็นอีกกรณีหนึ่งศึกษาที่น่าสนใจ เพราะแสดงให้เห็นการแข่งขันแย่งตลาดผู้บริโภคที่มีมาตลอด เหมือนนำเรื่องเก่ามาเล่าใหม่ ต่างกันที่ตัวละครอาจเปลี่ยนไปบ้างเท่านั้น

แน่นอนว่าในโลกดิจิตัลย่อมมีตัวละครมากขึ้น สมรภูมิกว้างขวางใหญ่โตกว่าที่เคย รวมทั้งเกิดศึกย่อยๆ คอยรบพุ่งกันตลอดเวลา แต่ที่น่าสนใจที่สุดและจะนำมาเล่าสู่กันฟังในวันนี้ก็คือในส่วนของเกม โมบาย เดสก์ท้อป และเครือข่ายสังคมออนไลน์ครับ

เกม : ความบันเทิงใหม่ที่ทุกคนเข้าถึง

ตลาดเกมสามารถแบ่งย่อยออกได้เป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ ด้วยกัน คือกลุ่มผู้เล่นฮาร์ดคอร์ที่เป็นเจ้าของคอนโซลใหม่ล่าสุดหรือพีซีที่ใช้ฮาร์ดแวร์เล่มเกมประสิทธิภาพสูง กับตลาดกลุ่มผู้เล่นทั่วไปที่เป็นเจ้าของอุปกรณ์โมบายหรือเครื่องเล่นเกมพกพา โดยต่างฝ่ายต่างก็อยู่ในที่ทางของตัวเอง แต่ก็มีแนวโน้มสูงที่ทั้งสองฝ่ายจะมารวมเป็นกลุ่มเดียวกันเมื่อเทคโนโลยีสามารถสอดรับกับความต้องการได้อย่างเหมาะสม

ในตลาดกลุ่มผู้เล่นฮาร์ดคอน์นั้นก็เห็นจะไม่มีอะไรที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการได้หลากหลายเท่า Xbox360 กับ PlayStation 3 แม้ว่าเครื่องคอนโซลทั้งสองจะมีอายุร่วมครึ่งทศวรรษ แต่ก็ยังไม่มีแนวโน้มจะมีเครื่องรุ่นใหม่ออกมาแทนในระยะเวลาอันใกล้ ซึ่งจะว่าไปก็ไม่ใช่เรื่องจำเป็น เพราะยิ่งเครื่องเล่นเกมมีอายุนานเข้าก็หมายถึงฐานกลุ่มผู้เล่นที่จะเพิ่มมากขึ้น นักพัฒนาเกมมีความคุ้นเคยกับเครื่องมือต่างๆ ทำให้ลดความยุ่งยากระหว่างกระบวนการสร้าง อีกทั้งผู้บริโภคก็ไม่ต้องเสียเงินซื้อฮาร์ดแวร์ใหม่บ่อยๆ เราจึงเห็นบริษัทเกมไม่น้อยที่เน้นพัฒนาเกมให้กับเครื่องคอนโซลมากกว่า ส่วนพีซีก็เป็นพระรองไป

แม้ว่าจะมีข้อดีมากมาย แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ทำให้ตัวเกมเองเกิดการพัฒนา โดยเฉพาะด้านกราฟิกที่ไม่สามารถเทียบได้เลยกับกลุ่มผู้เล่นพีซีที่มีฮาร์ดแวร์ประสิทธิภาพสูงออกมาทุกปี อีกทั้งนักเล่นเกมกลุ่มนี้ยังมีตัวเลือกเสริมที่ช่วยเพิ่มอรรถรสในการเล่นมากมาย เช่น อุปกรณ์ควบคุมเกมที่ช่วยอำนวยความสะดวกระหว่างเล่น ทำให้หากนักเล่นเกมท่านใดที่ต้องการสัมผัสกับประสบการณ์เล่นเกมที่เหนือกว่าก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากแพลตฟอร์มพีซีที่ลง Windows

แม้ว่า Apple จะหันมาเอาดีทางเกมสำหรับแพลตฟอร์ม OS X ของตนมากขึ้นหลังจากที่ร่วมมือกับ Valve ในการนำ Steam มาลงระบบปฏิบัติการดังกล่าว ทำให้การเลือกซื้อเกมทำได้สะดวกขึ้น รวมทั้งข่าวในช่วงหลังที่ว่าผู้บริหารระดับสูงของทั้งสองบริษัทแอบมีนัดกันบ่อยๆ แต่สุดท้ายก็ยังไม่สามารถโค่นแชมป์เดิมอย่าง Windows ลงไปได้ ซึ่งตรงกันข้ามกับตลาดเกมบนอุปกรณ์พกพาที่ iOS ทำส่วนแบ่งตลาดได้เป็นอย่างมาก โดยเกิดมาจากหลายปัจจััย ไม่ว่าจะเป็นการอัปเกรดฮาร์ดแวร์บน iDevice ของตนอย่างสม่ำเสมอ เครื่องมือพัฒนาอันทรงประสิทธิภาพ และตลาดของ App Store เองที่มีผู้มั่นใจใช้บริการมาก เหล่านี้ทำให้แพลตฟอร์มคู่แข่งอย่าง Android จาก Google ต้องตาลุกเป็นไฟด้วยความอิจฉา เพราะแม้ว่าฐานผู้ใช้จะโตวันโตคืนเนื่องด้วยข้อจำกัดด้านอุปกรณ์ที่น้อยกว่า แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความยากลำบากในการพัฒนาด้วยฮาร์ดแวร์และระบบปฏิบัติการที่มีด้วยกันหลายเวอร์ชันบนท้องตลาด ส่วน Windows Phone เองก็ยังอยู่ในช่วงตั้งไข่ ยังคงมีผู้บริโภคให้ความสนใจไม่มากนัก เลยทำให้ผู้พัฒนาเกมยังคงรีรอ และคงต้องใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ความนิยม

คอนโซลยังคงเป็นตลาดหลักสำหรับเกมฮาร์ดคอร์หลักที่ผู้พัฒนายังคอยป้อนเนื้อหาใหม่ๆ ให้ตลอดเวลา
คอนโซลยังคงเป็นตลาดหลักสำหรับเกมฮาร์ดคอร์หลักที่ผู้พัฒนายังคอยป้อนเนื้อหาใหม่ๆ ให้ตลอดเวลา

โมบาย : อนาคตอยู่ที่นี่!

ตลาดอุปกรณ์พกพาที่กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นทั้งในแง่ของผู้บริโภคและผลกำไรทำให้การแข่งขันในกลุ่มนี้น่าจับตามากเป็นพิเศษ ปัจจุบันมีผู้เล่นหลักอยู่สามรายคือ iOS, Android และ Windows Phone ซึ่งต่างฝ่ายต่างก็มีจุดแข็งของตนที่ต่างกันไป

แน่นอนว่ากลุ่มที่ตอบโจทย์ความต้องการของทั้งผู้บริโภคและนักพัฒนาได้ดีที่สุดคือ iOS เพราะขึ้นชื่อว่ามีความเสถียรที่เป็นเลิศและใช้งานง่ายแม้ว่าจะยังคงมีข้อจำกัดอยู่บ้าง ประกอบกับความนิยมของตัวอุปกรณ์เองที่เป็นเหมือนกับแม่เหล็กดึงดูดผู้พัฒนาให้คอยป้อนแอปพลิเคชันประเภท exclusive ลงแค่แพลตฟอร์มเดียวอยู่เรื่อยมา ยกตัวอย่างเช่น Instagram ยอดฮิตที่กว่า Android จะได้ใช้ก็ต้องรอนานนับปี

Android 4.0 Ice Cream Sandwich ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพและอินเทอร์เฟสดีขึ้นกว่าเดิมมาก จนทำให้เป็นหนึ่งในระบบปฏิบัติการเป้าหมายสำหรับนักพัฒนาแอปพลิเคชันหลายราย ส่วนปริมาณแอปใน Google Play Store ก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ข่วยลดช่องว่างเมื่อเทียบกับ iOS ซึ่งคงจะสามารถปิดได้สนิทก็ต่อเมื่อผู้พัฒนารายใหญ่ทำแอปพลิเคชันออกมาสองแพลตฟอร์มพร้อมกัน แต่ถึงอย่างไรจุดแข็งของ Google นั้นกลับอยู่ที่บริการบนเว็บที่สามารถใช้งานได้แทบทุกแพลตฟอร์ม ยกตัวอย่างเช่น Google Maps และ Gmail สองบริการหลักที่เราคุ้นเคยกันดีซึ่งคงอีกนานกว่าคู่แข่งจะสามารถตีตื้นได้ รวมทั้งอินเทอร์เฟส Google Play Store บนเว็บที่เปิดโอกาสให้ผู้ใข้สามารถเลือกซื้อและติดตั้งแอปพลิเคชันจากหน้าจอเดสก์ท้อปได้เลย ช่วยเพิ่มความสะดวกอีกทางหนึ่ง

อนาคตของ Windows Phone ยังคงไม่แน่นอนนัก แม้ว่าจะมีอินเทอร์เฟสที่สวยงามและใช้งานได้ใหลลื่นไม่แพ้คู่แข่ง แต่ก็ยังคงมีข้อจำกัดด้านปริมาณผู้ใช้งานและแอปพลิเคชันที่ยังไม่มากเท่า รวมทั้งค่ายมือถือหลักหลายรายที่ดูเหมือนจะปันใจไปให้กับ Android มากกว่า ทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกน้อยลง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนระดับกลาง-ล่าง ทว่าจุดแข็งหลักของค่ายนี้ในอนาคตก็คงหนีไม่พ้นการที่สามารถเชื่อมการทำงานเข้ากับ Windows ระบบปฏิบัติการที่ยังคงครองความเป็นผู้นำในตลาดเดสก์ท้อปอย่างไม่เสื่อมคลาย

ศึกระหว่าง Android กับ iOS ยังอีกนานกว่าจะสิ้นสุด
ศึกระหว่าง Android กับ iOS ยังอีกนานกว่าจะสิ้นสุด

เดสก์ท้อป : พีซียังไม่ตาย!

แม้ว่ายอดขายพีซีอาจจะไม่หวือหวามากเท่าอุปกรณ์พกพา แต่การที่จะกล่าวว่าพีซีจะถึงกาลอวสานก็อาจจะดูเป็นอะไรที่เกินจริงสักนิด เพราะสำหรับผู้ใช้ระดับโปรนั้น แพลตฟอร์มเดสก์ท้อปยังคงเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ความต้องการได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นโปรเซสเซอร์ประสิทธิภาพสูง โปรแกรมที่มีให้เลือกมากมาย รวมทั้งการใช้งานบางประเภทที่ระบบสัมผัสไม่สามารถทำได้ดีเท่า

แต่ก็อย่างที่กล่าวไปในบทความก่อนหน้า ระบบปฏิบัติการสำหรับเดสก์ท้อปรุ่นใหม่ต่างพากันนำองค์ประกอบของระบบปฏิบัติการบนอุปกรณ์พกพามารวมไว้ ก่อให้เกิดทางเลือกใหม่ๆ ในการใช้งานมากมาย Windows 8 คือตัวอย่างที่ดีเพราะอินเทอร์เฟส Metro ได้เปิดโอกาสให้ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์สามารถพัฒนาอุปกรณ์ลูกผสมระหว่างแท็บเล็ตกับโน้ตบุ๊ค ช่วยตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการข้อดีของอุปกรณ์ทั้งสองประเภทได้เป็นอย่างดี รวมทั้งฟังชัน Contracts ที่ช่วยให้แอปพลิเคชัน Metro สามารถติดต่อสื่อสารและแบ่งปันข้อมูลผู้ใช้งานร่วนกันได้ เสริมสร้างประสบการณ์ใช้งานให้สะดวกสบายมากขึ้น

แม้ว่าส่วนแบ่งตลาดจะไม่มากเท่า Windows แต่ OS X จาก Apple ก็ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ อันเนื่องมาจากความง่ายในการใช้งาน สามารถติดตั้งหรือถอนแอปพลิเคชันที่ต้องการได้เพียงลากแล้ววาง ฟังชั่น AirDrop ที่สามารถแบ่งปันไฟล์ระหว่าง Mac ด้วยกันเองผ่านทาง WiFi รวมทั้ง Mac App Store ซึ่งทำให้การค้นหาแอปพลิเคชันทำได้อย่างสะดวกไม่แพ้บน iOS และฟีเจอร์บางอย่างที่นำมาจากระบบปฏิบัติการดังกล่าวเช่น Launchpad บน OS X Lion และ Notification Center และ Game Center ที่ย้ายสำมะโนครัวมาอยู่บนเดสก์ท้อปด้วยเช่นกัน เห็นได้ชัดว่าทั้งสองระบบปฏิบัติการหลักต่างต้องการผสานประสบการณ์ใช้งานบนเดสก์ท้อปและอุปกรณ์พกพาให้เห็นหนึ่งเดียว แต่อาจใช้วิธีการที่แตกต่างกันไป

ตามจริงแล้วยังมีระบบปฏิบัติการบนเดสท้อปอีกชิ้นหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันนั่นคือ Chrome OS ระบบปฏิบัติการจาก Google ที่ดูเหมือนว่าจะออกมาเพื่อขายบริการของทางบริษัทเองมากกว่า เพราะโปรแกรมทั้งหมดมีลักษณะเป็นเว็บแอปพลิเคชันที่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตตลอดเวลา อีกทั้งยังไม่สามารถหามาติดตั้งเองได้ ต้องซื้อฮาร์ดแวร์เฉพาะ เช่น Samsung Series 5 Chromebook เท่านั้น จึงมีแนวโน้มทำให้ยอดผู้ใช้งานไม่มากเท่าที่ควร

Mac หรือ Windows? ปัญหาโลกแตกที่มักจบลงที่ต่างคนต่างใช้ แต่แนวโน้มในอนาคตต่างมีการพัฒนาไปในทางเดียวกันคือรวมฟังชันของอุปกรณ์พกพาเข้าไป
Mac หรือ Windows? ปัญหาโลกแตกที่มักจบลงที่ต่างคนต่างใช้ แต่แนวโน้มในอนาคตต่างมีการพัฒนาไปในทางเดียวกันคือรวมฟังชันของอุปกรณ์พกพาเข้าไป

Social : ศึกนี้ยังอีกนาน

เครือข่ายสังคมออนไลน์ยอดนิยมอันดับหนึ่งก็เห็นจะไม่มีอะไรเกิน facebook ที่เพิ่งจะเข้าตลาดหุ้นไปได้ไม่นานและมีแนวโน้มว่าจะมีปริมาณผู้ใช้งานแตะหลักพันล้านรายภายในปีนี้ ปัจจัยหลักที่ทำให้เครือข่ายสังคมออนไลน์ดังกล่าวยังเป็นที่นิยมก็เพราะมีการพัฒนาที่ไม่หยุดนิ่ง และเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ เข้าไปตลอดเวลา รวมทั้งบริการ Social Plugin หลากหลายที่ผู้พัฒนาเว็บไซต์สามารถนำไปใช้ได้ อาทิ ปุ่ม Like ระบบคอมเมนต์ และการล็อคอินโดยใช้ facebook Connect นับว่าเป็นการเพิ่มลูกค้าทางอ้อมได้อย่างชาญฉลาด

การเติบโตขึ้นอย่างไม่หยุดยั้งของ facebook ย่อมทำให้คู่แข่งอย่าง Google ย่อมไม่อยู่เฉย แม้ว่าการเข้าสู่ตลาดเครือข่ายสังคมครั้งแรกๆ ด้วย Google Wave และ Buzz นั้นจะล้มเหลวไม่เป็นท่า แต่ Google+ กลับได้ผลตรงกันข้าม เพราะสามารถสร้างเสียงตอบรับที่ดี และต่อไปนี้ก็คงแพลตฟอร์ม Social หลักของทางบริษัทไปดังจะเห็นได้จากการเปิดตัวปุ่มแชร์ G+ ซึ่งทำหน้าที่คล้ายกับปุ่ม Like ของฝั่งตรงข้าม หรือ Utilty Bar ด้านบนเว็บแอปพลิเคชันทุกตััว ทำให้การแบ่งปันเรื่องราวสามารถทำได้อย่างง่ายดาย

จะว่าไปก็ไม่ใช่มีแต่ facebook กับ Google เท่านั้นที่ลงมาเล่นในตลาดเครือข่ายสังคมออนไลน์ บริษัทอื่นก็พยามสร้างที่ทางของตนด้วยเช่นกัน แต่จะเป็นในลักษณะเสริมทัพบริการหลักของตนด้วยการเพิ่มฟังชันการแชร์เนื้อหาเข้าไป แต่เบื้องต้นก็ไม่ประสบความสำเร็จมากนัก เช่น Ping เครือข่ายสังคมสำหรับคอเพลงจาก Apple ที่ถูกยกธงขาวไปเรียบร้อย และ Game Center จากค่ายเดียวกันที่ถึงแม้จะไม่ได้รับเสียงตอบกลับดีเท่าที่ควร แต่ก็ยังอุตส่าห์มีใน OS X Mountain Lion แม้ว่าแนวโน้มผู้้ใช้งานจะชื่นชอบเชื่อมบริการลักษณะนี้เข้ากับไอดี facebook และ Twitter มากกว่า

จะเห็นได้ว่าในโลกดิจิตัลนั้นมีสมรภูมิย่อยๆ เกิดขึ้นมากมายและมีผู้เล่นหลากหลาย บางรายเปิดศึกเพียงแค่สมรภูมิเดียวที่ตนถนัด แต่บางรายก็เปิดศึกหลายด้านโดยหวังว่าจะอาศัยจุดแข็งเดิมที่ตนมีอยู่ในการสร้างฐานลูกค้าบนตลาดเกิดใหม่ แน่นอนว่าแต่ละบริษัทต่างมีจุดเด่นที่แตกต่างกันไป Microsoft โดดเด่นด้านเดสก์ท้อปที่มีระบบปฏิบัติการ Windows เป็นหัวหอก Apple มีดีด้านแพลตฟอร์ม iOS ที่ดึงดูดนักพัฒนาแอปพลิเคชัน ส่วน facebook ก็มีเครือข่ายสังคมอันยิ่งใหญ่และยากที่จะโค่นลง ปัจจุบันยังคงไม่มีบริษัทใดสามารถพัฒนาบริการดิจิตัลทุกรูปแบบได้อย่างดีเยี่ยมถูกใจผู้บริโภค เพราะฉะนั้นการรู้จักจุดดีจุดด้อยของแต่ละค่ายจะช่วยให้เราเลือกใช้บริการประเภทต่างๆ ได้อย่างชาญฉลาดครับ

faceook กับ Google+ สองบริการเครือข่ายสังคมยักษ์ใหญ่ที่ขับเคี่ยวกันอยู่ตลอดเวลา
faceook กับ Google+ สองบริการเครือข่ายสังคมยักษ์ใหญ่ที่ขับเคี่ยวกันอยู่ตลอดเวลา
Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s