Windows 8 for Gamer : หน้าต่างบานใหม่ คำตอบสุดท้ายของนักเล่นเกม?

head

ช่วงสามสี่เดือนที่ผ่านมา หากท่านผู้อ่านไม่ได้เที่ยวช่วงปีใหม่จนลืมติดตามข่าวสารก็จะพบว่ามีโฆษณา Windows 8 ออกมาให้เห็นเต็มบ้านเต็มเมืองไปหมด ตั้งแต่บนหน้าหนังสือพิมพ์ นิตยสาร ไปจนถึงรถไฟฟ้าใต้ดิน แสดงให้เห็นความพยายามของ Microsoft ในการทำให้ระบบปฏิบัติการน้องใหม่นี้เป็นที่คุ้นเคยกับผู้บริโภคให้ได้มากที่สุด

คุ้มไหมที่จะอัปเกรด?

ลักษณะหน้าจอเริ่มต้นใหม่ของ Windows 8
ลักษณะหน้าจอเริ่มต้นใหม่ของ Windows 8

แน่นอนว่าคำถามแรกที่จะต้องเกิดขึ้นในใจหลังจากที่โดนถล่มด้วยสารพันโฆษณานั่นก็คือ คุ้มไหมที่จะอัปเกรดไปใช้ Windows 8? แต่ก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงฟันธงผมขออธิบายถึงส่วนประกอบที่สำคัญของระบบปฏิบัติการตัวนี้ก่อน เริ่มจากเมื่อเปิดเครื่องขึ้นมาก็จะพบกับอินเทอร์เฟส Metro (ตามจริงแล้ว Microsoft ไม่ได้เรียกอินเทอร์เฟสนี้ว่า Metro อีกต่อไป แต่ใช้คำว่า Windows 8 เฉยๆ ฉะนั้นเพื่อป้องกันความสับสนกับชื่อของระบบปฏิบัติการเองผมก็จะขอเรียกว่า Metro ต่อไปนะครับ) ซึ่งประกอบไปด้วยสี่เหลี่ยมหลายชิ้นเรียงต่อกันเหมือนกระเบื้องที่เรียกว่า Live Tiles  โดยแต่ละ Tile จะทำหน้าเป็นทั้งไอคอนกับวิจิท (widget) ผสมกัน นอกจากนั้นก็ยังมี full screen apps ที่สามารถดาวน์โหลดและติดตั้งได้ผ่าน Windows Store ทั้งหลายทั้งปวงนี้ทำให้ดูเหมือนกับว่า Microsoft ได้ยกหน้าตาของ Windows Phone 8 มาไว้บนเดสก์ท็อปยังไงยังงั้นเลย

แต่สำหรับเกมเมอร์แล้ว หน้าจอ Metro ก็ไม่ได้มีความสำคัญมากไปกว่าเป็นทางผ่านไปสู่หน้าจอเดสก์ท็อปที่เราคุ้นเคย เมื่อกดไปที่ Desktop Tile ก็จะพบว่าระบบได้นำเราไปสู่หน้าตา Windows แบบดั้งเดิม โดยสิ่งแรกที่จะสังเกตเห็นก็คือปุ่ม Start ได้หายไปแล้ว นอกนั้น Windows 8 ก็ยังคงไม่มีอะไรเปลี่ยนไปมากนักเมื่อเทียบกับ Windows 7 การควบคุมต่างๆ ยังคงเน้นการใช้เมาส์กับคีย์บอร์ดรวมทั้งกรรมวิธีการติดตั้งเกม โปรแกรมต่างๆ และการเข้าถึงไฟล์ระบบที่ยังคงเหมือนเดิมไม่มีการเปลี่ยนแปลง

แล้วคุ้มไหมที่จะอัปเกรด? คำตอบคงขึ้นอยู่กับระบบปฏิบัติการเดิมที่ใช้อยู่ หากท่านผู้อ่านเพิ่งจะเสียเงินซื้อ Windows 7 มาไม่นานก็คงจะไม่คุ้มหากจะต้องเสียเงินอีกรอบ แต่ถ้าใช้ XP หรือ Vista อยู่ก็นับว่าน่าสนใจ เพราะไม่เพียงแต่ Windows 8 จะมีหน้าค่าตาใหม่ๆ เท่านั้น แต่เบื้องหลังแล้วยังมีการปรับปรุงคุณสมบัติด้านการรักษาความปลอดภัยและเพิ่มประสิทธิภาพในส่วนอื่นด้วย ที่สำคัญคือ DirectX 11.1 ที่กำลังจะมาเป็นมาตรฐานในอนาคตจะสามารถใช้ได้กับ Windows 8 เท่านั้น ทำให้ผู้ที่ต้องการเห็นคุณสมบัติกราฟิกใหม่ๆ อาจต้องมองการณ์ไกลหาซื้อระบบปฏิบัติการนี้ไว้ครอบครอง

แล้วจะซื้อเวอร์ชันไหนดี?

หน้าตากล่องบรรจุภัณฑ์ของ Windows 8 อันเต็มไปด้วยสีสัน
หน้าตากล่องบรรจุภัณฑ์ของ Windows 8 อันเต็มไปด้วยสีสัน

เมื่อท่านผู้อ่านตัดสินใจได้แล้วว่าจะอัปเกรด คำถามต่อมาก็คือจะเปลี่ยนไปใช้เวอร์ชันไหน? โดยทั่วไปแล้ว Windows 8 มีด้วยกันสองเวอร์ชันที่สามารถหาซื้อได้ นั่นคือ Windows 8 และ Windows 8 Pro ความแตกต่างของเวอร์ชันโปรหลักๆ ก็คือมีเทคโนโลยี BitLocker ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับข้อมูล ความสามารถในการเชื่อมต่อเดสก์ท็อปได้จากระยะไกล และคุณสมบัติเชื่อมต่อกับเครือข่ายองค์กรกับสถานศึกษาด้วยการเข้าร่วมโดเมน จะเห็นได้ว่าทั้งหมดที่กล่าวไปไม่ใช่คุณสมบัติจำเป็นสำหรับการเล่นเกมมากนัก ดังนั้น Windows 8 ธรรมดาก็เพียงพอแล้ว

คำถามต่อมากก็คือจะเลือกเวอร์ชัน 32 หรือ 64 บิต? ตอบได้ง่ายๆ ก็คือเลือกเวอร์ชัน 64 บิตไปเลยครับ เพราะคอมพิวเตอร์สมัยใหม่ล้วนมาพร้อมกับโปรเซสเซอร์ 64 บิตและพกแรมมาไม่น้อยกว่า 4GB กันแล้วแทบทั้งสิ้น ซึ่งมีแต่ระบบปฏิบัติการ 64 บิตเท่านั้นที่จะสามารถนำคุณสมบัติดังกล่าวมาใช้ประโยชน์ได้

แท็บเล็ต Surface+Windows RT = สวรรค์สำหรับเกมเมอร์ชีพจรลงเท้า?

Microsoft Surface
Microsoft Surface

ตามจริงแล้วยังมี Windows 8 อยู่อีกเวอร์ชันหนึ่งที่ผมยังไม่ได้เอ่ยถึงนั่นคือ Windows RT ซึ่งมีจุดเด่นตรงที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อใช้งานร่วมกับแท็บเล็ตที่ใช้โปรเซสเซอร์ ARM โดยเฉพาะ แต่ว่าจะติดตั้งมาพร้อมกับอุปกรณ์เลย ไม่สามารถหาซื้อแยกเป็นกล่องหรือดาวน์โหลดเอาได้ และมี Office Home & Student 2013 RT มาด้วย ทำให้สามารถใช้ทำงานเอกสารเล็กๆ น้อยๆ ได้อย่างไม่มีปัญหา แต่จะไม่รองรับโปรแกรมแบบเดิมที่ต้องใช้งานร่วมกับ Windows เวอร์ชันก่อนได้ ต้องติดตั้งเพิ่มเติมจาก Windows Store เท่านั้น

เชื่อว่าท่านผู้อ่านคงเคยได้ยินชื่อของ Surface กันมาบ้างแล้ว ซึ่งก็คือแบรนด์แท็บเล็ตจาก Microsoft นั่นเอง โดยจะมีด้วยกันทั้งหมดสองรุ่นคือ รุ่นที่ใช้ Windows RT ตามที่ได้กล่าวถึงกับรุ่นที่ใช้ Windows 8 Pro โดยรุ่นแรกนั้นภายในจะได้รับการขับเคลื่อนด้วยชิพ NVIDIA Tegra 3 ชนิดควอดคอร์  และด้วยเหตุที่ใช้ Windows RT จึงทำให้ไม่สามารถติดตั้งโปรแกรมเพิ่มเติมนอกเหนือจากที่อยู่ใน Windows Store จึงนับเป็นข้อจำกัดที่สำคัญอีกประการหนึ่งที่ต้องระวังเวลาเลือกซื้อ เพราะฉะนั้นก็คาดเดาได้เลยว่าเกมที่อยู่บนร้านค้าออนไลน์นี้น่าจะเป็นประเภทแคชวลเหมือนที่เห็นบน App Store หรือ Google Play เป็นหลัก คงยากที่จะได้เห็นฟอร์มยักษ์อย่าง Crysis หรือ Far Cry เช่นบนเดสก์ท็อป

ในทางตรงกันข้าม แท็บเล็ต Surface อีกรุ่นหนึ่งจะรันโดยใช้ระบบปฏิบัติการ Windows 8 Pro เช่นเดียวกับบนเดสก์ท็อป จึงทำให้สามารถติดตั้งโปรแกรมที่ออกแบบมาสำหรับ Windows รุ่นก่อนหน้าได้ตัวเครื่องขับเคลื่อนด้วยโปรเซสเซอร์ Intel Ivy Bridge และมาพร้อมกับหน้าจอขนาด 10 นิ้ว ความละเอียด 1920×1080 พิกเซล ซึ่งจะว่าไปมันก็คือโน้ตบุ๊กขนาดย่อมนั่นเอง แม้ว่าจะมีสเปคคล้ายกับเดสก์ท็อปแต่ด้วยเหตุที่ระบบยังคงใช้กำลังการประมวลผลกราฟิกจากโปรเซสเซอร์ ไม่ใช่ชิพกราฟิกแยกเหมือนกับโน้ตบุ๊กและเดสก์ท็อประดับไฮเอนด์ จึงทำให้แท็บเล็ตรุ่นนี้ยังคงเหมาะกับการเล่นเกมทั่วไปที่ไม่กินแรงกราฟิกมากนักอยู่ดีครับ สรุปสั้นๆ ก็คือแท็บเล็ต Surface ทั้งสองรุ่นยังคงไม่เหมาะกับเกมเมอร์ที่คาดหวังจะได้เห็นกราฟิกในเกมระดับ Far Cry 3 แต่สำหรับสาวก Angry Birds หรือ Temple Run ที่ชอบเล่นเกมฆ่าเวลาแล้วล่ะก็นับว่าเป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ แต่น่าเสียดายที่อาจจะยังหาซื้อในเมืองไทยได้ไม่ง่ายนักในตอนนี้ แต่กับแบรนด์อื่นก็ใช้หลักการเลือกซื้อเดียวกันคือให้สังเกตว่าตัวแท็บเล็ตใช้ระบบปฏิบัติการอะไรเป็นหลักครับ

ปรับแต่ง Windows 8 เวอร์ชันสำหรับชาวเกม

ถึงแม้ Windows จะสามารถทำงานร่วมกับฮาร์ดแวร์ส่วนใหญ่ได้อย่างไม่มีปัญหา แต่เพื่อเป็นการรับประกันว่าฮาร์ดแวร์แต่ละชิ้นจะสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ จึงแนะนำให้รัน Windows Update ทันทีเมื่อติดตั้งเสร็จเพื่อให้ระบบตรวจสอบอัปเดตล่าสุดทั้งในส่วนของระบบปฏิบัติการเองและฮาร์ดแวร์ที่ติดตั้งภายใน เมื่อเสร็จแล้วก็อย่าเพิ่งรีบร้อนติดตั้งโปรแกรมเพิ่มเติม แต่ให้ไปที่เว็บไซต์ของผู้ผลิตฮาร์ดแวร์หลักโดยเฉพาะในส่วนของการ์ดกราฟิก มอนิเตอร์ และการ์ดเสียง เพื่อไปโหลดไดรเวอร์และชุดซอฟแวร์ที่เข้ากันได้กับ Windows 8 มาติดตั้ง ทีนี้ก็มั่นใจได้ในอีกระดับหนึ่งแล้วว่าฮาร์ดแวร์ของเราจะไม่งอแงเมื่อมาเจอกับหน้าต่างสู่โลกกว้างบานใหม่นี้

เมื่อจัดการกับสารพันไดรเวอร์แล้วทีนี้ก็ถึงคราวหาซอฟแวร์เสริมที่น่าสนใจมาติดตั้งเสริมประสิทธิภาพคอมพิวเตอร์ของเรา โปรแกรมแรกที่ขอแนะนำคือ Defraggler โปรแกรมสำหรับจัดเรียงข้อมูลในฮาร์ดดิสก์ฟรีจากค่าย Piriform ซึ่งมีประสิทธิภาพมากกว่า disk defragmenter อยู่มากโข แต่หากฮาร์ดดิสก์ที่ลง Windows 8 ของท่านผู้อ่านเป็นชนิด SSD ก็ไม่มีความจำเป็นต้องใช้แต่อย่างใดครับ

Defraggler สุดยอดโปรแกรมจัดเรียงข้อมูลในฮาร์ดดิสก์ที่สามารถดาวน์โหลดมาใช้ได้ฟรี
Defraggler สุดยอดโปรแกรมจัดเรียงข้อมูลในฮาร์ดดิสก์ที่สามารถดาวน์โหลดมาใช้ได้ฟรี

โปรแกรมถัดมาที่ภูมิใจเสนอก็คือ CCleaner จากค่ายเดียวกัน จุดเด่นของโปรแกรมนี้คือนอกจากจะเป็นตัวเสริมให้กับ Disk Cleanup Utility ที่มาพร้อมกับ Windows ในการขจัดไฟล์ขยะเพื่อเพิ่มพื้นที่ฮาร์ดดิสก์แล้ว ตัวโปรแกรมยังมีความยืดหยุ่นในด้านการปรับแต่งโปรแกรมที่รันอยู่บนพื้นหลังเมื่อเปิด Windows ขึ้นมาด้วย ซึ่งหากท่านผู้อ่านใช้วิธีการฟอร์แม็ตฮาร์ดดิสก์แล้วติดตั้ง Windows 8 ลงไปแบบใหม่เอี่ยมขั้นตอนนี้ก็อาจไม่มีความจำเป็นมากนัก แต่หากใช้วิธีการอัปเกรดจาก Windows เวอร์ชันเก่าก็มีความเป็นไปได้สูงว่าจะยังมีไฟล์ขยะจากของเดิมหลงเหลืออยู่ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องลบทิ้งเพื่อไม่ให้สิ้นเปลืองทรัพยากรของระบบครับ

CCleaner โปรแกรมกำจัดไฟล์ขยะที่ทุกคนน่าจะคุ้นเคยกันดี
CCleaner โปรแกรมกำจัดไฟล์ขยะที่ทุกคนน่าจะคุ้นเคยกันดี

สรุปขั้นตอนที่ควรทำหลังจากที่ติดตั้ง Windows 8 ก็คือ เริ่มจากใช้ Windows Update ในการตรวจหาอัปเดตสำหรับ Windows และเข้าไปที่เว็บไซต์ของผู้ผลิตฮาร์ดแวร์หลักเพื่อไปดาวน์โหลดชุดซอฟแวร์กับไดรเวอร์สำหรับ Windows 8 จากนั้นก็ให้ไปดาวน์โหลด CCleaner กับ Defraggler มาติดตั้ง ถัดจากนั้นก็ให้ใช้ Disk Cleanup Utility ในการกำจัดไฟล์ขยะทิ้งไปเสียแล้วจึงตามด้วย CCleaner ซ้ำอีกครั้งเมื่อความสะอาดเอี่ยมอ่อง และสำหรับขั้นตอนสุดท้ายก็คือให้ใช้ Defraggler ในการจัดเรียงข้อมูลของฮาร์ดดิสก์ให้เป็นระเบียบ แต่หากใช้ฮาร์ดดิสก์ชนิด SSD อยู่แล้วก็ข้ามขั้นตอนสุดท้ายไปได้เลยครับ

ปรับแต่งให้ดีขึ้นไปอีก!

เมื่อทำตามกระบวนการปรับแต่งเบื้องต้นตามที่แนะนำไปเสร็จเรียบร้อยแล้ว เครื่องคอมพิวเตอร์ของเพื่อนๆ ก็พร้อมใช้งานได้ทันที แต่หากยังต้องการให้แน่ใจว่าระบบจะสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพโดยแท้ ก็แนะนำให้สละเวลาอ่านอีกสักหน่อยเพื่อที่ผมจะได้แนะนำเกร็ดเล็กๆ น้อยๆ ในการเพิ่มความเร็วให้กับระบบครับ

เริ่มจากการเข้าไปปรับแต่งค่าของหน่วยความจำเสมือน หน้าที่ของมันก็คือเป็นการสละพื้นที่ฮาร์ดดิสก์ส่วนหนึ่งภายในเครื่องไว้ให้ระบบได้เรียกใช้งานเวลาที่แรมในเครื่องไม่พอ ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้เมื่อคอมพิวเตอร์มีแรมน้อยหรือเปิดโปรแกรมค้างไว้มากเกินไป ขั้นตอนคือ เริ่มจากเข้าสู่ Desktop Mode จากนั้นก็ให้กดที่ไอคอน Libraries ที่อยู่ตรงท๊าซบาร์ด้านล่าง คลิ้กขวาที่ Computer เลือก Properties แล้วเลือก Advanced System Setting ที่ฝั่งซ้ายมือ แล้วก็จะเห็นหน้าจอ Advanced ที่แบ่งออกเป็นสามส่วน ให้เลือก Setting ที่ส่วน Performance ซึ่งอยู่บนสุด จากนั้นเลือกแท็บ Advanced ก็จะเห็นส่วนที่เขียนว่า Virtual memory ทีนี้ก็ให้กดปุ่ม Change เพื่อเข้าไปตั้งค่าใหม่ได้เลย

ทีนี้ขอทำความเข้าใจก่อนสักเล็กน้อยว่า ตามปกติแล้วเพื่อนๆ สามารถปล่อยให้ระบบจัดการตั้งค่าในส่วนนี้โดยอัตโนมัติโดยที่เราไม่ต้องเข้าไปยุ่งอะไรด้วยก็ได้ เพราะหากเกิดแรมไม่พอขึ้นมาจริงๆ ระบบก็จะทยอยกันพื้นที่ฮาร์ดดิสก์เพิ่มขึ้นทีละน้อยตามปริมาณแรมที่ต้องการเพิ่ม แต่หากต้องการเข้าไปกำหนดค่าด้วยตัวเองก็สามารถทำได้ด้วยการนำเครื่องหมายถูกหน้าออกจากช่อง Automatically manage paging file size for all drives แล้วในส่วนของ Custom size ก็ให้ใส่ค่าเริ่มต้น (Initial) และมากที่สุด (Maximum) เป็นหน่วย MB ตามที่เราต้องการ ส่วนคำถามที่ว่าควรต้องกำหนดค่าเท่าไรนั้นก็ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนนัก แต่โดยทั่วไปให้ยึดหลักว่ามีแรมเท่าใดก็ให้ใส่เท่านั้น เมื่อกำหนดค่าเสร็จก็กด Set แล้วรีสตาร์ทเครื่องเพื่อเริ่มต้นระบบใหม่

หน้าจอตั้งค่าหน่วยความจำเสมือนบน Windows 8
หน้าจอตั้งค่าหน่วยความจำเสมือนบน Windows 8

หลังจากที่จัดการกับหน่วยความจำเสมือนเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนถัดมาในการเพิ่มความเร็วให้กับระบบคือปิดการทำงานของโปรแกรมซึ่งทำงานอยู่บนพื้นหลังที่เราอาจไม่ต้องการ ยกตัวอย่างเช่น Live Tiles บางอันและโปรแกรมที่รันพร้อมกับ Windows บางตัว เป็นต้น

เริ่มจากการเข้าไปปิดการทำงานของ Live Tiles โดยจากหน้าจอเริ่มต้นก็ให้คลิ้กขวาไปที่ Live Tile อันที่เราอาจไม่ได้ใช้งานบ่อยนัก อาทิ Travel หรือ Weather ที่มักถูกตั้งค่าเป็นแอ็คทีฟเพื่ออัปเดตข้อมูลตลอดเวลา จากนั้นก็ให้เลือกปิดการทำงานเป็นอันเสร็จพิธี วิธีนี้จะป้องกันไม่ให้ Windows คอยดึงข้อมูลที่ไม่จำเป็นขณะที่เรากำลังง่วนกับโปรแกรมอื่น เป็นการประหยัดทรัพยากรอีกทางหนึ่ง

ตามปกติแล้วตอนที่เราติดตั้งระบบปฏิบัติการเสร็จใหม่ๆ ก็มักจะยังไม่มีโปรแกรมแอบเปิดตัวเองพร้อมกับ Windows คอยหม่ำแรมในเครื่องของเราอย่างเงียบๆ แต่เมื่อเริ่มติดตั้งสารพัดยูทิลิตี้และโปรแกรมมากขึ้น ก็จะเริ่มมีโปรแกรมบางตัวหวังดีแอบเปิดตัวเองอยู่ตลอดเวลาเพื่อที่เราจะได้เรียกใช้งานได้ทันที แต่วิธีนี้กลับทำให้สิ้นเปลืองทรัพยากรโดยที่ไม่จำเป็น วิธีการเข้าไปปิดบริการของโปรแกรมเหล่านี้คือ ให้กดคีย์ WIN+R แล้วพิมพ์ msconfig จากนั้นก็กด Enter เพื่อเรียกฟังชัน System Configuration utility จากนั้นไปที่แท็บ Startup กด Open Task Manager แล้วจึงเลือกปิดการใช้งานโปรแกรมที่ต้องการได้เลย แต่ขอเตือนสักหน่อยว่าหากไม่แน่ใจโปรแกรมใดก็ให้ลอง Google ค้นหาก่อนปิดเพื่อป้องกันระบบมีปัญหาครับ

ขั้นตอนสุดท้ายที่แนะนำให้ทำก็คือปิดการแจ้งเตือน User Account Control (UAC) ที่สุดแสนจะรำคาญเพราะมักขึ้นป็อบอัพแจ้งเตือนแทบทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้นกับคอมพิวเตอร์ วิธีการบน Windows 8 ก็ง่ายแสนง่ายเริ่มจากนำเมาส์ไปวางที่มุมบนหรือล่างขวาของจอเพื่อเปิด Charm แล้วคลิ้กไอคอน Search เลือก Setting แล้วพิมพ์คำว่า UAC ลงไปก็จะเห็นตัวเลือก Change User Account Control setting ปรากฏทางซ้ายมือ คลิ้กเข้าไปแล้วก็เลื่อนสไลด์เพื่อปรับความถี่การแจ้งเตือนตามที่ต้องการ ส่วนตัวผมเลือกเป็น Never notify เพื่อไม่ให้ขัดจังหวะเวลาทำงาน แต่สำหรับผู้ใช้งานมือใหม่อาจปรับขึ้นมาเป็นขั้นที่สองจากล่างสุดหรือมากกว่า เป็นการให้ระบบแจ้งเตือนเพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจเกิดจากการปรับค่าโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ครับ

หน้าจอตั้งค่า UAC เลื่อนสี่เหลี่ยมลงมาล่างสุดหากไม่ต้องให้ระบบเตือนบ่อยจนรำคาญ
หน้าจอตั้งค่า UAC เลื่อนสี่เหลี่ยมลงมาล่างสุดหากไม่ต้องให้ระบบเตือนบ่อยจนรำคาญ

แถมอีกนิด : วิธีนำปุ่ม Start กลับมาและการทำให้เครื่องบู๊ตเร็วขึ้น

ท่านผู้อ่านสามารถสังเกตได้ว่า ขั้นตอนการปรับแต่งทั้งหมดที่ได้แนะนำไปนั้นไม่มีส่วนไหนที่ไปเกี่ยวโยงกับปุ่ม Start เลย (แหงล่ะก็มันไม่มีมาให้นี่) ก่อนที่จะหันกลับไปใช้ Windows เวอร์ชันเก่าผมแนะนำให้เปิดใจให้กว้างแล้วทำความคุ้นเคยกับหน้าจอเริ่มต้นใหม่ซึ่งมีหลายฟังชันที่สามารถใช้ให้เป็นประโยชน์ แต่หากท่านผู้อ่านคิดถึงปุ่ม Start ที่ว่าจริงๆ ก็สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันอย่าง Classic Shell, Start8 และ Pokki มาติดตั้งได้ แต่ในที่นี้ผมจะเลือก Classic Shell นะครับเพราะดูเหมือนว่าจะได้รับความนิยมที่สุด

หน้าตาของ Windows 8 หลังจากติดตั้ง Start8 ที่นำปุ่ม Start กลับคืนมา
หน้าตาของ Windows 8 หลังจากติดตั้ง Start8 ที่นำปุ่ม Start กลับคืนมา

หลังจากที่เรานำปุ่ม Start กลับมาด้วย Classic Shell แล้ว ทีนี้ก็ถึงเวลาทำให้เครื่องบู๊ตเข้า Windows ได้ไวขึ้นกันบ้างล่ะ เริ่มด้วยการกดปุ่ม Shift ค้างไว้พร้อมกับปุ่ม Windows เพื่อเปิดหน้าจอเริ่มต้น จากนั้นให้พิมพ์ gpedit.msc แล้วคลิ้กที่แอปพลิเคชันซึ่งปรากฏขึ้นมา จากนั้นให้ไปที่ Computer Configuration > Administrative Templates > Control Panel > Personalization แล้วก็ดับเบิลคลิ้กส่วนที่เขียนว่า Do not display the lock screen แล้วเลือกเป็น Enabled กด OK วิธีนี้จะช่วยลบหน้าจอล็อคสกรีนอันแสนน่ารำคาญออกไปได้

ต่อมาผมจะแนะนำวิธีการทำให้ Windows 8 ล็อกเข้าบัญชีผู้ใช้โดยอัตโนมัติ เริ่มจากหน้าจอเริ่มต้นแล้วพิมพ์ netplwiz แล้วคลิ้กบนแอปพลิเคชันที่ปรากฏขึ้นมา เลือกชื่อผู้ใช้แล้วยกเลิกเครื่องหมายตรงช่องที่เขียนว่า User must enter a user name and password to use this computer แล้วเลือก OK ใส่รหัสผ่านสองครั้งแล้วเลือก OK อีกครั้ง จากนั้นก็รีสตาร์ทเครื่องเป็นอันเสร็จพิธี

สรุป

มาถึงตอนนี้ก็คงไม่มีข้อกังขาอีกว่า Windows 8 คือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของแพลตฟอร์มนี้ โดยเกิดขึ้นมาจากแรงกดดันของคู่แข่งและผู้บริโภคที่นับวันจะหันหน้าหนีออกจากเดสก์ท็อปแล้วไปปันใจให้กับอุปกรณ์พกพาอย่างสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตที่ใช้งานได้ง่ายกว่า ด้วยเหตุนี้จึงได้มีการคิดค้นนำเอาหน้าจอเริ่มต้นใหม่ที่ได้แรงบันดาลใจด้านการออกแบบมาจากการมีปฏิสัมพันธ์กับอุปกรณ์ดังกล่าว เพื่อมาเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ใช้งานด้วยเมาส์และคีย์บอร์ดดั้งเดิมซึ่งเริ่มสูญเสียที่ทางให้กับอุปกรณ์ที่ทุกคนมีติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด นั่นก็คือ “นิ้วมือ”

แม้ว่าจะมีอินเทอร์เฟสใหม่เพิ่มเข้ามา แต่เอาเข้าจริงๆ ก็ไม่ได้ส่งผลอะไรกับเกมเมอร์มากนัก ฟังชันในโหมดเดสก์ท็อปต่างก็ยังอยู่ครบ (ยกเว้นแต่ปุ่ม Start ที่หายไป) ความสามารถในการเข้าไปปรับแต่งไฟล์ของระบบที่ยังคงไว้ รวมทั้งความเข้ากันได้กับโปรแกรมที่ออกแบบมาสำหรับ Windows ก่อนหน้าที่ไม่ขาดตกบกพร่อง แม้ว่าอาจต้องใช้เวลาทำความคุ้นเคยกับอินเทอร์เฟสใหม่ซึ่งอาจสร้างความสับสนบ้างในตอนแรก แต่สุดท้ายเราก็ไม่อาจเลี่ยงการเปลี่ยนแปลงได้อยู่ดีจริงไหมครับ?

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s