มาปรับแต่งพีซีให้เล่นเกมดีขึ้นกันเถอะ!

head

ไม่เป็นที่สงสัยเลยว่าพีซีคือแพลตฟอร์มเพื่อการเล่นเกมที่มีความยืดหยุ่นมากที่สุด เพราะผู้ใช้สามารถเลือกซื้อฮาร์ดแวร์มาติดตั้งได้ตามใจ (และงบประมาณ) ของตน แน่นอนว่าฮาร์ดแวร์ประสิทธิภาพสูงย่อมมีราคาแพงและอาจไม่สามารถรองรับความโหดของเกมใหม่ๆ ได้ตลอดไป เราจึงต้องมีการอัปเกรดเครื่องให้ทันสมัยอยู่เสมอ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เหมือนกันว่าไม่ใช่เกมเมอร์ทุกคนที่คาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิดและมีเงินช็อปปิ้งฮาร์ดแวร์ใหม่กันได้ทุกปี แม้ว่าจะจริงอยู่ที่การเปลี่ยนฮาร์ดแวร์ใหม่คือวิธีการอันแน่นอนที่สุดที่เราจะสามารถเล่นเกมได้ไหลลื่นขึ้น แต่ก็อาจไม่มีความจำเป็นเสมอไปเพราะในบางครั้งการปรับแต่งซอฟแวร์เล็กๆ น้อยๆ ก็สามารถสร้างความแตกต่างได้มากมายแล้ว ฉะนั้นในบทความนี้ผมจะมาเผยวิธีเด็ดในการปรับแต่งค่าดังว่าเพื่อให้เล่นเกมใหม่ได้ดีขึ้น และที่สำคัญคือไม่เสียเงินเลยสักแดงเดียวครับ!

อัปเดตไดรเวอร์การ์ดกราฟิก

การอัปเดตไดรเวอร์การ์ดกราฟิกช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในเกมอย่างเห็นได้ชัดดังกราฟที่ NVIDIA เปรียบเทียบให้ดู
การอัปเดตไดรเวอร์การ์ดกราฟิกช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในเกมอย่างเห็นได้ชัดดังกราฟที่ NVIDIA เปรียบเทียบให้ดู

แม้ว่าจะเป็นวิธีการดั้งเดิมที่เกมเมอร์มือเก๋าน่าจะทำเป็นกิจวัตรอยู่แล้ว แต่เชื่อหรือไม่ครับว่ายังมีมือใหม่จำนวนไม่น้อยที่ละเลยวิธีนี้และอาศัยแต่ไดรเวอร์ดั้งเดิมที่แถมมาให้ในกล่อง? ที่แนะนำให้ปฏิบัติก็เพราะเป็นขั้นตอนพื้นฐานที่สุดซึ่งสามารถรับประกันได้ว่าระบบจะสามารถรีดประสิทธิภาพของฮาร์ดแวร์ออกมาได้ดีที่สุด สำหรับเว็บไซต์ที่สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ก็หนีไม่พ้นของผู้ผลิตเองทั้ง NVIDIA หรือ AMD สาเหตุที่ไม่แนะนำให้ใช้ไดรเวอร์ที่มาในกล่องหรือเวอร์ชันที่มาพร้อมกับ Windows Update ก็เพราะปัจจุบันผู้ผลิตทั้งสองรายต่างขยันออกไดรเวอร์ใหม่บ่อยมากเหลือเกิน ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพ แก้ไขข้อผิดพลาด และที่สำคัญคือรองรับเกมใหม่ๆ ที่ออกมา แน่นอนว่าถ้าเพื่อนๆ ยังฝืนใช้ไดรเวอร์เก่าเล่มเกมใหม่ล่ะก็ ประสิทธิภาพที่ได้รับย่อมไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยหรือปล่อยของออกมาไม่เต็มที่เหมือนจับเฟอร์รารีมาวิ่งบนถนนสามเสนช่วงเช้ายังไงยังงั้น

โดยทั่วไปไดรเวอร์จากผู้พัฒนาทั้งสองรายมักแบ่งออกเป็นเวอร์ชันเบต้าและตัวที่สมบูรณ์แล้ว เท่าที่พบนั้นผู้ผลิตมักปล่อยเวอร์ชันเบต้าออกมาไล่เลี่ยกับช่วงที่มีเกมฟอร์มยักษ์เปิดตัว ทั้งนี้ก็เพื่อออกมารองรับเกมดังกล่าวหรือแก้ไขข้อผิดพลาดเร่งเด่นที่พบ ข้อควรระวังคือผู้ผลิตอาจจะยังไม่ได้มีการทดสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วน ดังนั้นถ้าจะให้ดีก็คือควรรอเวอร์ชันที่สมบูรณ์แล้วจะดีกว่า แต่ถ้าหากเล่นเกมใหม่แล้วเกิดข้อผิดพลาดขึ้นจริงๆ ลองตรวจสอบกับเว็บไซต์ของผู้ผลิตแล้วอ่านรายละเอียดของเวอร์ชันเบต้าที่ออกมาขณะนั้นเพื่อดูว่าแก้ไขปัญหาที่เราพบหรือไม่แล้วจึงโหลดมาใช้งานก็ไม่เสียหายครับ

ปรับแต่งการตั้งค่ากราฟิกในไดรเวอร์

ตัวอย่างอินเทอร์เฟสปรับแต่งไดรเวอร์ของ NVIDIA
ตัวอย่างอินเทอร์เฟสปรับแต่งไดรเวอร์ของ NVIDIA

อุตส่าห์โหลดไดรเวอร์ใหม่มาทั้งทีจะไม่ลองเล่นกับมันก็กระไรอยู่ เพราะภายในนั้นมีหลายฟังชันทีเดียวที่ส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพของเกม แต่มีข้อแม้คือฟังชันเหล่านี้อาจส่งผลต่อคุณภาพกราฟิกที่จะได้รับด้วย โดยมีกฎง่ายๆ คือหากเรายอมลดคุณภาพกราฟิกลงบ้างเราก็จะเล่นเกมได้ไหลลื่นขึ้นครับ

โดยทั่วไปการตั้งค่าต่างๆ ของทั้งสองค่ายไม่มีความแตกต่างมากนัก เริ่มจากให้เข้าไปที่เมนู Manage 3D Setting สำหรับการ์ดของ NVIDIA หรือ Gaming สำหรับไดรเวอร์ Catalyst ของ AMD ภายในเมนูเหล่านี้เพื่อนๆ จะพบกับการตั้งค่ากราฟิกมากมาย อาทิ Texture Filtering (ที่ทำให้รายละเอียดพื้นผิวในระยะไกลมีความคมชัดขึ้น) Anti-Aliasing (ที่ช่วยลดรอยหยักบริเวณขอบของวัตถุ) Vertical Sync หรือ V-Sync (ที่ช่วยลดอาการภาพฉีกเมื่อค่าเฟรมเรทในเกมสูงกว่าค่า Refresh Rate ของจอมอนิเตอร์)รวมทั้งศัพท์แสงแปลกๆ อีกมากทั้ง Ambient Occlusion, Tessellation ฯลฯ ซึ่งแต่ละรายการนั้นก็ส่งผลต่อประสิทธิภาพการเล่นเกมแตกต่างกันไป แต่โดยทั่วไปการลดระดับหรือปิดการใช้งานค่าต่างๆ เหล่านี้ล้วนช่วยให้เฟรมเรทภายในเกมดีขึ้น นอกจากนั้นยังพบว่าบางรายการอนุญาตให้ผู้ใช้เลือกได้ว่าจะตั้งค่าในนี้ ซึ่งจะเป็นการบังคับใช้กับทุกเกม หรือจะไปตั้งค่าในแต่ละเกมด้วยตนเอง (Application-Controlled) แต่สองรายการหลักที่ผมมักไปตั้งในเกมก็คือ Anti-Aliasing และ V-Sync เพราะส่งผลกระทบต่อเฟรมเรทในเกมแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดคือให้ทดลองเล่นดูครับ เพื่อจะได้รู้ว่าการตั้งค่าระดับไหนเหมาะสมกับฮาร์ดแวร์เรามาที่สุด

ปิดโปรแกรมที่แอบทำงานอยู่ให้หมด!

CCleaner สุดยอดโปรแกรมฟรีสารพัดประโยชน์ที่ให้เราปิดโปรแกรมที่แอบทำงานอยู่ได้ด้วย
CCleaner สุดยอดโปรแกรมฟรีสารพัดประโยชน์ที่ให้เราปิดโปรแกรมที่แอบทำงานอยู่ได้ด้วย

อีกวิธีหนึ่งที่มักใช้บ่อยก็คือปิดการทำงานสารพันโปรแกรมที่มักรันตัวเองตอนที่บู๊ตเข้า Windows และแอบทำงานอยู่เบื้องหลัง รวมทั้งกินแรงเครื่องโดยที่เราไม่รู้ตัว วิธีนี้จะสามารถช่วยให้ระบบนำทรัพยากรจากโปรเซสเซอร์และหน่วยความจำมาใช้เสริมแรงตอนที่กำลังเล่นเกมได้เต็มที่มากขึ้น ซึ่งมักเห็นผลได้ชัดเมื่อใช้กับเครื่องที่ยังใช้ฮาร์ดแวร์เก่าๆ

ปกติแล้ว Windows มักมีวิธีการเข้าไปปิดโปรแกรมจอมแอบทั้งหลายได้อย่างไม่ยากเย็น สำหรับ Windows 7 นั้นก็ให้เข้าไปที่ Run พิมพ์ MSConfig กด Enter แล้วดูที่แท็บ Startup จากนั้นก็ให้ยกเลิกเครื่องหมายถูกหน้าโปรแกรมที่ต้องการ ส่วน Windows 8 นั้นก็คล้ายกันโดยจะอยู่ที่ส่วน Startup ใน Task Manager แต่ถ้าเห็นว่าวิธีการนี้ยุ่งยากไปก็แนะนำให้ใช้โปรแกรมฟรีอย่าง CCleaner ซึ่งจะใช้งานง่ายกว่าและไม่ต้องปวดหัวกับการพิมพ์คำสั่งให้วุ่นวาย

ทั้งนี้หากเพื่อนๆ ยังไม่แน่ใจว่าควรจะปิดการทำงานของโปรแกรมใดดีก็แนะนำให้ลอง Google ดูก่อนครับ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วโปรแกรมที่ปรากฏขึ้นสามารถปิดได้เลยโดยที่จะไม่ส่งผลเสียใดๆ ต่อระบบ แต่อย่างน้อยโปรแกรมที่แนะนำให้ยังคงเปิดไว้ก็คือพวกแอนตี้ไวรัสทั้งหลายนะครับ เพื่อไม่ให้ระบบเกิดช่องโหว่ขึ้น

ปรับแต่งค่ากราฟิกภายในเกม

เมนูแสดงรายการปรับแต่งค่ากราฟิกในเกม Crysis 3 โอ้ว! เยอะแยะไปหมดเบย
เมนูแสดงรายการปรับแต่งค่ากราฟิกในเกม Crysis 3 โอ้ว! เยอะแยะไปหมดเบย

แน่นอนว่าการปรับแต่งค่ากราฟิกภายในเกมคือวิธีที่จะส่งผลกระทบกับเกมเองมากที่สุดทั้งในแง่ของประสิทธิภาพและคุณภาพที่จะได้รับ โดยการตั้งค่าในเกมจะส่งผลกระทบเช่นเดียวกับการตั้งผ่านไดรเวอร์ นั่นคือยิ่งเรายอมลดคุณภาพของกราฟิกลงเท่าใดเฟรมเรทที่จะได้รับก็มากขึ้นเท่านั้น เกมต่างๆ ในปัจจุบันมีตัวเลือกการปรับแต่งค่ากราฟิกมากมายตามเอ็นจิ้นที่เกมใช้ แต่โดยทั่วไปแล้วเราจะพบการตั้งค่าพื้นฐานที่เหมือนกันดังต่อไปนี้

ความละเอียดหน้าจอ (resolution)

กล่าวได้ว่าความละเอียดหน้าจอคือการตั้งค่ากราฟิกที่เห็นผลเป็นรูปธรรมมากที่สุด ในหน้าเดสก์ท็อปนั้นความละเอียดหน้าจอที่สูงมากขึ้นก็หมายความว่าเราจะได้รับพื้นที่ทำงานมากขึ้น เนื่องจากมีจำนวนเม็ดพิกเซลเพิ่มขึ้น สำหรับประโยชน์ในเกมก็คือเราจะได้เห็นภาพที่คมชัดมากขึ้น และขอบของวัตถุมีความเรียบเนียนยิ่งกว่านั่นเอง

ถึงแม้ว่าการเพิ่มความละเอียดหน้าจอภายในเกมจะส่งผลต่อค่าเฟรมเรทได้อย่างชัดเจน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ายิ่งความละเอียดสูงขึ้นเท่าไรภาพในเกมก็จะยิ่งดูดีขึ้นมากเท่านั้น จึงแนะนำให้ท่านผู้อ่านตั้งค่าความละเอียดหน้าจอในเกมให้เท่ากับความละเอียด native resolution ของจอมอนิเตอร์ที่ใช้ เพราะหากตั้งต่ำกว่านั้นภาพจะดูหยาบ เหมือนกับเวลาเราซูมเข้าไปดูภาพถ่ายดิจิตัลใกล้ๆ แต่หากการ์ดจอที่ใช้ไม่ไหวจริงก็คงต้องยอมปรับลดลงมาหน่อย เพราะดีกว่าเล่นไม่ได้เลยจริงไหมครับ?

การลบรอยหยัก (Anti-Aliasing หรือ AA)

ภาพเปรียบเทียบระหว่างเปิดกับปิด AA
ภาพเปรียบเทียบระหว่างเปิดกับปิด AA

AA จัดว่าเป็นเทคนิคเก่าแก่ในการเพิ่มความสวยงามของภาพเพราะว่าอยู่มานาน ปัจจุบันมีเทคนิค AA แยกย่อยไปมากมายแต่ในภาพรวมแล้วมันก็คือกลวิธีในการลบรอยหยักบริเวณขอบวัตถุที่แสดงผล ซึ่งมักถูกนำมาใช้ในกรณีที่ไม่สามารถเพิ่มความละเอียดหน้าจอไปได้สูงกว่าที่เป็นอยู่ สำหรับเทคนิค AA ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันและอาจเคยผ่านตาเพื่อนๆ มาบ้างแล้วก็คือ Multisample Anti-Aliasing หรือ MSAA นั่นเอง

น่าเสียดายที่ AA นั้นเป็นวิธีการเพิ่มความสวยงามให้กับภาพที่กินแรงเครื่องสูงมาก เป็นผลให้เฟรมเรทภายในเกมหล่นฮวบฮาบอย่างน่าใจหาย ที่ยิ่งไปกว่านั้นก็คือ หากเราตั้งค่าความละเอียดหน้าจอไว้สูงมากเท่าใด AA ก็ยิ่งจะส่งผลต่อเฟรมเรทมากขึ้นเท่านั้น ทั้งนี้ ตัวเลือกการตั้งค่า AA ที่เรามักพบเจอจะมีด้วยกันสามระดับ คือ 2x, 4x, และ 8x โดยที่ยิ่งตัวเลขสูงขึ้นเท่าใดภาพที่ได้ก็จะสวยงามมากขึ้นเท่านั้น แต่ก็จะทำให้เฟรมเรทในเกมลดลงเช่นกัน เอาเข้าจริงแล้วเพื่อนๆ ไม่ต้องปรับไปถึง 8x หรอกครับ เพราะความแตกต่างด้านความสวยงามของภาพระหว่าง 4x กับ 8x นั้นมีน้อยมาก เพราะฉะนั้น หากทนกับรอยหยักของภาพไม่ได้จริงๆ ก็แนะนำให้ปรับให้อยู่ระหว่าง 2x กับ 4x ก็พอ

FXAA

เทคนิค AA นี้เพิ่งจะได้รับความนิยมมากขึ้นในช่วงที่ผ่านมาและสามารถพบตัวเลือกนี้ได้ในเกมใหม่หลายเกม ความสามารถของ FXAA โดยทั่วไปไม่ต่างจาก AA แบบอื่นมากนัก นั่นคือสามารถกลบรอยหยักให้ดูเนียนขึ้น แต่จะใช้กลวิธีที่ต่างออกไปทำให้ไม่กินแรงการ์ดจอจนเกินไปนัก แต่ความสวยงามก็อาจไม่มากเท่าเช่นกัน

ซึ่งนั่นก็คือข้อดีของ FXAA ครับ เพราะเพื่อนๆ สามารถเปิดใช้งานได้โดยแทบไม่ต้องกังวลกับค่าเฟรมเรทเลย ไม่ว่าจะการ์ดจอที่เพื่อนๆ มีจะอยู่ในระดับราคาใดก็สามารถเอ็นจอยกับภาพที่ดูสวยงามขึ้น แต่ส่วนตัวผมกลับพบว่า FXAA กลับทำให้ภาพดูเบลอขึ้น ซึ่งอาจทำให้ดูรำคาญมากกว่ารอยหยักเสียอีก ดังนั้น หากใครที่มีการ์ดจอประสิทธิภาพสูงอยู่แล้วก็แนะนำให้ใช้ AA ธรรมดาแทนจะให้คุณภาพดีกว่าครับ

คุณภาพพื้นผิว (Texture Quality)

วัตถุภายในเกมประกอบไปด้วยรูปหลายเหลี่ยมหรือที่เรียกว่าโพลีกอน (polygon) ซึ่งจะถูกเรนเดอร์ขึ้นก่อนที่จะถูกฉาบทับอีกทีด้วยพื้นผิวที่มีรายละเอียดแตกต่างกันไปตามที่นักออกแบบกำหนดเท่ากับว่ายิ่งพื้นผิวมีความละเอียดมากขึ้นเท่าใด เราก็จะได้เห็นวัตถุที่สวยงามมากขึ้น ขณะที่พื้นผิวความละเอียดต่ำจะทำให้วัตถุดูเบลอและทำให้หน้าตัวละครเหมือนตุ๊กตายางมากกว่าของจริง

โดยทั่วไปคุณภาพพื้นผิวจะไม่ส่งผลต่อค่าเฟรมเรทในเกมมากนัก ดังนั้นเพื่อนๆ จึงสามารถปรับให้เป็นค่าสูงสุดได้สบายมาก แต่ข้อเสียคือกินแรมการ์ดจอค่อนข้างมาก หากการ์ดจอใครแรมน้อยๆ ก็อาจพบว่าเกมสะดุดเป็นพักๆ (คนละอาการกับเฟรมเรทต่ำ) แต่อย่างไรก็ตาม แนะนำให้ลองปรับคุณภาพพื้นผิวเพิ่มขึ้นไปจนสุดก่อน แล้วลองเล่นดูว่าเกมสะดุดหรือไม่ หากพบอาการดังว่าก็ค่อยลดลงมาจนอาการหายไปครับ

คุณภาพเงา (Shadow Quality)

ซ้ายคือคุณภาพเงาระดับต่ำ ขวาคือระดับสูง จะเห็นว่าความสวยงามต่างกันมาก
ซ้ายคือคุณภาพเงาระดับต่ำ ขวาคือระดับสูง จะเห็นว่าความสวยงามต่างกันมาก

ตัวเลือกนี้จะกำหนดว่าคุณภาพเงาภายในเกมจะดูดีมากน้อยขนาดไหน ยิ่งเราตั้งค่าไว้สูง เงาของวัตถุและตัวละครภายในเกมก็จะยิ่งดูคมชัดและสมจริงมากขึ้น ขณะที่เงาคุณภาพต่ำจะเป็นบล็อกเหลี่ยมๆ ดูน่าเกลียด

การแสดงผลเงาภายในเกมต้องอาศัยการคำนวณที่ซับซ้อนมาก เนื่องจากเกมต้องประมวลผลแสงที่ตกกระทบวัตถุในทุกด้าน ระยะห่างระหว่างวัตถุกับแหล่งกำเนิดแสง รวมทั้งการกระทำของตัวละครเมื่อไม่อยู่กับที่ด้วย ด้วยเหตุนี้คุณภาพเงาจึงส่งผลต่อเฟรมเรทในเกมไม่น้อยไปกว่า AA เลย แต่จะว่าไปแล้ว คุณภาพเงาก็ไม่ได้มีความสำคัญอะไรมากนัก เพราะเราคงไม่จ้องเงาของตัวละครตลอดเวลา ดังนั้น หากเพื่อนๆ พบว่าเฟรมเรทภายในเกมไม่เป็นที่น่าพอใจนัก การปรับลดคุณภาพเงาจึงถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีก่อนที่จะไปลดคุณภาพกราฟิกส่วนอื่นครับ

Anisotropic Filtering (AF)

ฟังชันนี้จัดว่าเป็นตัวเลือกกราฟิกในเกมที่อยู่คู่เกมพีซีมานานไม่น้อยไปกว่า AA โดยมีหน้าที่หลักคือทำให้พื้นผิวที่อยู่ในระยะไกลมีความคมชัดมากขึ้น วิธีสังเกตง่ายๆ คือหากเราปิดฟังชันนี้จะพบว่าเมื่อเราก้มลงมอง พื้นผิวที่เห็นจะมีความคมชัดดี แต่หากเงยหน้าขึ้นมองเส้นทางที่อยู่ไกลออกไปก็จะเห็นว่าวัตถุมีความเบลอจนบางครั้งดูแทบไม่รู้เรื่องว่าคืออะไร

เช่นเดียวกับ AA ฟังชัน AF มีให้เลือกปรับหลายระดับตามกำลังการ์ดกราฟิก แต่ข้อดีคือฟังชันนี้กินกำลังการ์ดจอน้อยมากจนสามารถปรับไปได้สูงสุดที่ 16x โดยที่เฟรมเรทยังลื่นไหลอยู่ บอกตามตรงว่าผมไม่แนะนำให้ปิดการทำงานฟังชันนี้แม้ว่าเพื่อนๆ จะมีการ์ดจอที่มีประสิทธิภาพไม่สูงมากนักก็ตาม แต่ให้ลองดูอย่างน้อยๆ ก็ที่ระดับ 2x แทนนะครับ แล้วจะเห็นว่าภาพโดยรวมภายในเกมดูดีขึ้นจริงๆ

View Distance และ Field of View

สองฟังชันนี้มีทำงานคล้ายๆ กัน กล่าวคือจะเป็นตัวกำหนดมุมมองของตัวละครในเกมว่าสามารถเห็นฉากได้ไกลและกว้างแค่ไหน จึงมักพบกับเกมแนวสำรวจโลกหรือ Open World เป็นหลัก View Distance จะกำหนดระยะทางที่สายตาตัวละครสามารถมองเห็น ยิ่งเราปรับค่านี้ให้สูงมากเท่าใดเราก็จะยิ่งเห็นวัตถุที่เส้นขอบฟ้ามากขึ้นเท่านั้น และหากตัวเลือกนี้มีค่าต่ำก็จะพบว่าวัตถุที่เส้นขอบฟ้าจะทยอยโผล่มาให้เราเห็นเมื่อเราขยับตัวละครเข้าไปใกล้แทนที่จะเห็นตั้งแต่แรกเริ่ม

ส่วน Field of View ก็จะคล้ายๆ กันแต่จะส่งผลต่อเกมการเล่นมากกว่า กล่าวคือ หากตัวเลือกนี้มีค่าสูง สายตาตัวละครก็จะสามารถเห็นฉากที่อยู่ข้างๆ ได้มากขึ้น ขณะที่วัตถุที่อยู่ตรงหน้าจะดูเล็กลงและดูเหมือนอยู่ห่างออกไป เหมือนเราใช้เลนส์มุมกว้างกับกล้องถ่ายรูปนั่นเองครับ

ข้อดีคือ ตัวเลือกทั้งสองไม่ส่งผลกระทบภายในเกมมากนัก เพื่อนๆ สามารถปรับค่าเหล่านี้ไปที่ระดับสูงสุดได้ตามใจชอบ เพราะอย่างไรเสียก็สามารถปรับลดมาได้เมื่อเฟรมเรทไม่เป็นที่น่าพอใจ แต่มีข้อสังเกตบางประการเกี่ยวกับ Field of View ครับว่า ตัวเลือกที่สูงอาจไม่เหมาะกับเกมประเภทเดินหน้ายิงมากนัก เพราะทำให้วัตถุที่อยู่ตรงหน้ามีขนาดเล็กลงเลยอาจทำให้เล็งยากขึ้น

Refresh Rate และ VSync

ตัวอย่างอาการ “ภาพฉีก” ในเกม
ตัวอย่างอาการ “ภาพฉีก” ในเกม

Refresh Rate หมายถึง ปริมาณครั้งต่อวินาทีที่จอมิเตอร์รีเฟรชภาพที่ปรากฏบนหน้าจอ ดังนั้น ถ้าเพื่อนๆ มีจอมอนิเตอร์ที่มีค่าดังกล่าว 60Hz ก็หมายความว่า จอจะรีเฟรชภาพ 60 ครั้งต่อวินาทีนั่นเอง ซึ่งก็หมายความว่า ในทุกๆ วินาทีเพื่อนๆ จะเห็นภาพที่มีค่าเฟรมเรท 60FPS แม้ว่าจริงๆ แล้วตัวเกมจะสามารถทำให้ได้มากกว่านั้นก็ตาม ดังนั้น ค่าเฟรมเรทที่เราเห็นตามบททดสอบวัดความแรงการ์ดจอทั่วไปจึงเป็นค่าที่เกมสามารถทำได้ ไม่ใช่ค่าที่จอมอนิเตอร์สามารถแสดงผลได้

ทีนี้ปัญหาคือ หากตัวเกมสามารถทำค่าเฟรมเรทได้มากกว่าที่จอมอนิเตอร์สามารถแสดงผลได้ก็จะก่อให้เกิดเอ็ฟเฟ็ค “ภาพฉีก” ซึ่งสามารถแก้ปัญหาได้ด้วยการเปิด VSync ซึ่งจะไป “ซิงค์” ค่าเฟรมเรทภายในเกมให้เหลือเท่ากับที่จอมอนิเตอร์สามารถแสดงผล ปัญหาดังกล่าวก็จะหมดไป แต่ว่าวิธีนี้มีข้อสังเกตคือ หากเกมเพลย์ช่วงใดมีค่าเฟรมเรทต่ำกว่า 60FPS แล้วล่ะก็ VSync จะไปลดเฟรมเรทของเกมให้เหลือเพียง 30FPS ทันที ทำให้เกิดอาการภาพกระตุกได้ง่ายมาก แต่ก็มีทางแก้อีกคือ ให้เปิดการทำงานของ Triple Buffering ควบคู่ไปด้วยเพราะจะสามารถช่วยบรรเทาอาหารเฟรมเรทหายได้ แต่น่าเสียดายที่บางเกมไม่รองรับฟังชันนี้

ส่วนตัวผมไม่รู้สึกรำคาญกับปัญหาภาพฉีกมากนัก ดังนั้นผมจึงปิด VSync ไว้เสมอเพื่อป้องกันเฟรมเรทหาย แต่หากเพื่อนๆ ไม่ชอบอาการนี้ก็สามารถเปิดใช้งานได้ ทว่าก็อย่าลืมมองหา Triple Buffering ตามที่บอกไปด้วยนะครับ

ลูกเล่นใหม่ๆ Post Processing และ Tessellation

ตัวอย่างการให้เทคนิค Post Processing ในเกม ทำให้ภาพดูเหมือนฝันมากขึ้น
ตัวอย่างการให้เทคนิค Post Processing ในเกม ทำให้ภาพดูเหมือนฝันมากขึ้น

เนื่องจากปัจจุบันเทคโนโลยีกราฟิกในเกมได้รับการพัฒนาไปมาก เราจึงเห็นตัวเลือกกราฟิกใหม่ผุดขึ้นมามากมาย ที่พบได้บ่อยครั้งขึ้นในเกมปัจจุบันก็คือ Post Processing และ Tessellation โดย Post Processing นั้นจะเป็นเหมือนกับการนำเอ็ฟเฟ็คด้านแสงและเงามาใช้กับวัตถุภายในเกมหลักจากที่ได้รับการเรนเดอร์แล้ว ทำให้ภาพในเกมดู “ดราม่า” ยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ทำให้ภาพในเกมดูฟุ้งๆ หรือสีสันมีความเปรียบต่าง (contrast)  มากขึ้น ทำให้ดูสดเกินจริง เป็นต้น ส่วน Tessellation ก็คือเทคนิคการแบ่งซอยปริมาณโพลิกอนในเกมให้มากขึ้นในแบบรีลไทม์ ผลก็คือทำให้วัตถุดูมีความละเอียดสมจริง

น่าเสียดายที่ฟังชันทั้งสองต้องอาศัยการประมวลผลที่สูงมาก จึงแนะนำให้เปิดใช้งานเฉพาะกับเครื่องที่มีการ์ดจอแรงๆ เท่านั้นนะครับ

สรุป

แม้ว่าพีซีจะมีความยืดหยุ่นมากเท่าใด แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการสละเวลาทำความเข้าใจรายละเอียดยิบย่อยต่างๆ ที่ได้พบ สมัยที่ผมเริ่มเล่นเกมพีซีใหม่ๆ (ขออย่าให้บอกจำนวนปีเลย มันเฮิร์ทมาก…) จำได้ว่าเคยใช้เวลาแทบทั้งวันไปกับการปรับนู่นแต่งนี่แล้วใช้โปรแกรมวัดผลออกมาดูเป็นตัวเลยว่ามันโอเคไหม ยังไม่นับเวลาที่เคยหมดไปกับการทดสอบไดรเวอร์ต่างๆ ที่ได้มาจากทั้งผู้ผลิตและผู้ใช้งานทั่วไปที่ปรับแต่งเองแล้วนำมาโพสต์แจกตามเว็บบอร์ด (ส่วนใหญ่เป็นเว็บไซต์เมืองนอก) แต่ปัจจุบันเพื่อนๆ ไม่จำเป็นต้องทุ่มทุนสร้างขนาดนั้นก็สามารถเอ็นจอยกับประสบการณ์เล่นเกมที่ไหลลื่นได้ไม่ยาก เพราะผู้ผลิตฮาร์ดแวร์เอาใจใส่กับเกมเมอร์มากขึ้น มีการปล่อยซอฟแวร์ฟรีที่ให้เราปรับแต่งค่าต่างๆ ได้สะดวก พัฒนาไดรเวอร์ใหม่ๆ อย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งปรับปรุงเมนูการตั้งค่ากราฟิกให้เข้าใจง่ายกว่าเดิม เหล่านี้ล้วนแต่เป็นเสน่ห์ที่ทำให้ผมยังหลงใหลเกมพีซีตราบจนปัจจุบันครับ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s