รวมสุดยอดเทคโนโลยีเกมพลิกโลกที่ไม่ควรพลาด

head

เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการเล่นเกมได้รับการพัฒนาไปมากในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ทั้งโปรเซสเซอร์ที่สามารถประมวลผลได้เร็วขึ้น การ์ดกราฟิกที่สามารถแสดงผลภาพได้สวยงามและไหลลื่นขึ้น รวมทั้งอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่ทำให้ผู้เล่นหลายร้อยคนสามารถเล่นเกมร่วมกันได้อย่างไม่ติดขัด แต่เชื่อหรือไม่ว่ามีภาคส่วนหนึ่งของเทคโนโลยีการเล่นเกมที่แทบจะไม่ได้รับการพัฒนาเลย หรือถึงมีก็น้อยมาก นั่นคือการควบคุมและประสบการณ์รับชม กล่าวคือผู้เล่นเกมพีซีตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันก็ยังคงยึดติดกับเมาส์และคีย์บอร์ดเป็นหลัก ส่วนผู้เล่นเกมคอนโซลก็ยังคงอาศัยจอยแพดที่ติดมากับเครื่องเป็นที่พึ่ง ผ่านมาหลายสิบปีนักเล่นเกมทั้งคอนโซลและพีซีก็ยังต้องนั่งจนคอเกร็งอยู่หน้าจอมอนิเตอร์หรือทีวีเพื่อรับชมโลกเกมอันจำกัดคับแคบ ซึ่งจนแล้วจนรอดก็ไม่สามารถทำให้เรารู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับโลกอันกว้างใหญ่ของเกมได้สักที

แต่เชื่อได้เลยว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าประสบการณ์ดังกล่าวจะเปลี่ยนไป ลองคิดดูว่าจะมันขนาดไหนหากเราสามารถควบคุมเกมได้โดยใช้ท่าทางและสายตา? หรือจะเยี่ยมเพียงใดหากเราสามารถดื่มด่ำไปกับโลกของเกมได้อย่างสมจริงชนิดโงหัวไม่ขึ้น? สำหรับบทความนี้ผมขออาสาพาเพื่อนๆ ไปพบกับเทคโนโลยีใหม่ที่จะมาเติมเต็มประสบการณ์เล่นเกมให้เหนือระดับยิ่งขึ้นจนไม่อยากหันกลับไปใช้ของเดิมๆ อีกเลยครับ

Leap Motion: ก้าวกระโดดครั้งใหญ่ของการควบคุมเกม

อุปกรณ์เล็กๆ ที่วางตรงหน้านี่ล่ะครับคือ Leap Motion ที่ให้เราควบคุมคอมพิวเตอร์ด้วยมือ
อุปกรณ์เล็กๆ ที่วางตรงหน้านี่ล่ะครับคือ Leap Motion ที่ให้เราควบคุมคอมพิวเตอร์ด้วยมือ

เชื่อว่าทุกคนคงรู้จัก Kinect จาก Microsoft เป็นอย่างดี เพราะนับเป็นอุปกรณ์ตรวจจับความเคลื่อนไหวชิ้นแรกๆ ที่ประสบความสำเร็จในด้านยอดขายและเสียงตอบรับ Leap Motion ก็มีลักษณะการทำงานคล้ายกัน แต่แทนที่จะตรวจจับการเคลื่อนไหวทั้งร่างกาย อุปกรณ์ขนาดจิ๋วตัวนี้จะตรวจจับเฉพาะท่าทางที่มาจากมือทั้งสองข้างเท่านั้น แม้ว่าจะไม่ได้ครอบจักรวาลเหมือน Kinect แต่ผู้พัฒนา Leap Motion ให้คำมั่นว่าอุปกรณ์ตัวนี้สามารถตรวจจับความเคลื่อนไหวของนิ้วมือทั้งสิบได้อย่างละเอียดและไวกว่าเทคโนโลยีใดๆ ที่มีลักษณะเดียวกันถึง 200 เท่า สามารถตรวจจับการเคลื่อนไหวในมุมที่กว้างถึง 150 องศา และยังรองรับแกน Z ที่ใช้แทนความลึก ทำให้เราสามารถเคลื่อนไหวมือในลักษณะสามมิติได้เหมือนกับที่เรากันเป็นปกติในโลกแห่งความเป็นจริง

เมื่อเราสามารถควบคุมกิจกรรมต่างๆ บนหน้าจอได้อย่างอิสระ ประโยชน์ที่เกมเมอร์จะได้รับนั่นก็คือ การปลดแอกวิธีการควบคุมแบบเดิมๆ ที่เคยมีเมื่อใช้เมาส์กับคีย์บอร์ด ลองคิดดูว่าจะสนุกขนาดไหนหากเราสามารถยิงเหล่าร้ายที่โผล่ออกมาด้วยการกวัดแกว่งนิ้วมือบนหน้าจอ? หรือบังคับเครื่องบินและรถยนต์ด้วยการทำท่าจับพวงมาลัยหมุนไปมาแทนที่จะต้องเสียเงินซื้อจอยพวงมาลัยหรือจอยสติ๊ก? หรือจะสนุกขนาดไหนหากเราสามารถปั้นวัตถุเสมือนจริงที่ปรากฏในจอคอมพิวเตอร์ด้วยสองมือเหมือนกับปั้นดินน้ำมัน? แค่คิดก็ฟินแล้ว ^^

Leap Motion รองรับทั้งพีซีและแม็ค และจะเริ่มจัดส่งไปให้ผู้สั่งจองในช่วงเดือนกรกฎาคมนี้ นอกจากนี้ในเดือนเดียวกันทางผู้พัฒนายังมีแผนเปิดตัว Airspace ร้านค้าออนไลน์ที่ผู้สนใจสามารถเข้าไปเลือกซื้อโปรแกรมที่ออกแบบมาให้ใช้งานร่วมกับ Leap Motion สำหรับผู้ที่ไม่อยากซื้ออุปกรณ์เสริมมาให้รกโต๊ะก็โปรดอดใจรอสักนิด เพราะทางบริษัทได้ร่วมมือกับ HP และ ASUS ในการนำเทคโนโลยีนี้ไปใส่ไว้ในคอมพิวเตอร์ที่จะวางขายในอนาคตด้วยครับ

Eye Tribe: แค่มองก็อาจตายได้!

Eye Tribe เทคโนโลยีการควมคุมด้วยสายตา
Eye Tribe เทคโนโลยีการควมคุมด้วยสายตา

หากการควบคุมด้วยมือยังไม่เจ๋งพอ ลองควบคุมด้วยดวงตาเสียหน่อยจะเป็นไร Eye Tribe คือเทคโนโลยีที่ผู้พัฒนาคาดหวังว่าจะได้รับการนำไปใช้กับอุปกรณ์พกพาอย่างสมาร์ทโฟนกับแท็บเล็ตในอนาคตอันใกล้ และหากเป็นเช่นนั้นอีกหน่อยเราก็ไม่ต้องเสียเวลาเลื่อนนิ้วมือไปมาบนหน้าจอให้เปื้อนคราบมันให้สกปรก เพราะระบบจะตรวจจับการเคลื่อนไหวของดวงตาแล้วเลื่อนหน้าจอตามจังหวะเคลื่อนไหวให้เอง รวมทั้งยังหมายถึงการรักษาความปลอดภัยที่เพิ่มมากขึ้น เพราะต่อไปเราคงไม่ต้องจำรหัสเป็นตัวเลขหรือตัวอักษรทีเสี่ยงต่อการลืมหรือถูกแฮ็ค เพราะเพียงแต่กลอกตาไปมาให้ตรงกับค่าที่ตั้งไว้ก่อนหน้าก็สามารถปลดล็อกอุปกรณ์ให้มาใช้งานได้ดังเดิม

สำหรับประโยชน์ในแง่ของการนำมาใช้เล่นเกมก็คงหนีไม่พ้นนำมาใช้เพื่อควบคุมมุมมองของตัวละคร คงจะดีไม่น้อยหากเราสามารถควบคุมมุมมองให้ตรงกับการเคลื่อนไหวของดวงตาโดยที่ไม่ต้องจับเมาส์เลื่อนไปมาให้ปวดข้อมือ งานนี้เรียกได้ว่าใครตาไวกว่าก็ได้เปรียบล่ะครับ

Illumiroom: โลกเกมที่กว้างกว่าเดิม

Illumiroom เทคโนโลยีที่จะฉายภาพซ้อนจากเกมไปยังโลกจริง
Illumiroom เทคโนโลยีที่จะฉายภาพซ้อนจากเกมไปยังโลกจริง

สองเทคโนโลยีที่กล่าวไปนั้นเกี่ยวกับการควบคุมเป็นสำคัญ ถึงแม้ว่าอีกหน่อยเราจะมีอิสระในการควบคุมเกมมากขึ้น แต่ถ้ามุมมองของเรายังถูกจำกัดไว้ที่หน้าจอเหลี่ยมๆ แคบๆ ก็คงไม่สนุก Illumiroom จาก Microsoft คือโครงการพัฒนาที่ต้องการเข้ามาลบข้อจำกัดดังกล่าวด้วยการซ้อนภาพโลกของเกมเข้ากับสภาพแวดล้อมภายในห้องโดยอาศัยเซนเซอร์ Kinect ร่วมกับเครื่องฉายโปรเจคเตอร์ในลักษณะคล้ายกับเทคนิค Augmented Reality ที่ได้รับการพูดถึงมากขึ้นในปัจจุบัน

แม้ว่าจะยังอยู่ในขั้นตอนการทดลอง แต่ผู้พัฒนาได้แสดงให้เห็นความสามารถอันหลากหลายของ Illumiroom ที่จะมีประโยชน์กับเกมเมอร์หลากหลายประการ อาทิ ขยายมุมมองของตัวละครให้กว้างออกมาจนล้นจอ ทำให้เราเสพโลกของเกมได้อย่างสะใจมากขึ้น การแสดงผลสภาพแวดล้อมตามโลกของเกม อาทิ ฝนหรือหิมะตก รวมทั้งล้อเล่นกับวัตถุในโลกจริงด้วยการซ้อนภาพที่มีลักษณะการ์ตูนทับลงไปให้เหมือนกับว่าเราเข้าไปอยู่ในเกมจริงๆ หรือการแสดงผลเอ็ฟเฟ็คอย่างการระเบิดที่จะสามารถทำให้ตูมตามสะใจน้องๆ IMAX เลยทีเดียว ก็ต้องติดตามดูกันต่อไปครับว่าเราจะได้ใช้เทคโนโลยีที่ว่านี้เมื่อไร

Oculus Rift: ก้าวเข้าสู่โลกของเกมอย่างแท้จริง

แว่น Oculus Rift หากได้ใส่คงถอนตัวไม่ขึ้น
แว่น Oculus Rift หากได้ใส่คงถอนตัวไม่ขึ้น

หากเทคโนโลยีสามมิติยังไม่สามารถเติมเต็มประสบการณ์เล่นเกมได้อย่างต้องการแล้วล่ะก็ เห็นทีต้องลอง Oculus Rift เทคโนโลยีน่าสนใจอีกตัวที่กำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนาสำหรับพีซีโดยเฉพาะ จะว่าไปแล้วอุปกรณ์ตัวนี้ไม่ใช่เทคโนโลยี Virtual Reality สวมหัวตัวแรกที่ถูกคิดค้นขึ้น เพราะผมจำได้ว่าเคยได้ยินมาตั้งแต่เมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว การกลับมาอีกครั้งของเทคโนโลยีนี้ได้รับการเฝ้าจับตามองอย่างมาก เนื่องจากได้รับแรงหนุนอย่างเต็มที่จาก Valve Software ที่ประกาศจะพัฒนาโหมดเฉพาะให้กับ Team Fortress 2 สำหรับใช้งานร่วมกับแว่นตาตัวนี้ รวมทั้ง John Carmack หัวเรือใหญ่จาก ID Software ผู้พัฒนา Doom ที่สนใจอุปกรณ์นี้เป็นอย่างมากถึงกับประกาศว่าจะพัฒนาโครงการในอนาคตให้รองรับด้วยเช่นกัน

ปัจจุบัน Oculus Rift กำลังอยู่ในระหว่างการทดสอบโดยนักพัฒนากลุ่มเล็กๆ และยังไม่มีการประกาศราคาและวันวางจำหน่ายให้กับผู้บริโภคทั่วไปแต่อย่างใด ด้านสเปคก็มีการเปิดเผยออกมาเพียงเล็กน้อย โดยตัวแว่นสามารถแสดงผลขณะสวมใส่ได้กว้าง 110 องศาตามแนวขวาง ส่วนเวอร์ชันสำหรับผู้พัฒนาขณะนี้จะต้องใช้งานร่วมกับพีซีผ่านทางพอร์ต DVI หรือ HDMI เท่านั้น เครื่องเล่นเกมคอนโซลและอุปกรณ์ตัวอื่นหมดสิทธิ ส่วนความละเอียดที่แว่นสามารถแสดงผลได้ก็อยู่ที่เพียง 1280×800 พิกเซล ไม่ใช่ 1080p อย่างที่จอมอนิเตอร์สมัยใหม่ยึดเป็นมาตรฐาน สามารถแสดงผลในลักษณะสามมิติได้ แต่ยังไม่สามารถใช้งานร่วมกับการรับชมภาพยนตร์สามมิติจากคอมพิวเตอร์หรือท่องเว็บ พูดง่ายๆ คือการเริ่มต้นใช้งานยังถูกจำกัดอยู่กับเกมที่รองรับซึ่ง ณ ปัจจุบันก็มีเพียงสองเกมคือ Team Fortress 2 และ Hawken แต่เชื่อว่าพอถึงวันวางจำหน่ายต้องมีเกมและโปรแกรมที่รองรับเยอะกว่านี้แน่นอนครับ

สรุป

เทคโนโลยีเกมส่วนใหญ่ที่มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องคือกราฟิกที่นับวันจะสมจริงมากขึ้นทุกที และ AI ที่มีความเฉลียวฉลาดมากขึ้น แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเทคโนโลยีทั้งสองไม่สามารถมอบความรู้สึกให้เหมือนกับเราเข้าไปอยู่ในโลกของเกมหรือเป็นส่วนหนึ่งของมันได้มากเท่าไร การควบคุมเกมในอนาคตนั้น ไม่ว่าจะเป็นด้วยสายตาหรือท่าทางล้วนมีเป้าหมายให้เรารู้สึกมีปฏิสัมพันธ์กับโลกเสมือนมากขึ้น ส่วนการแสดงผลรูปแบบใหม่ก็ถูกออกแบบมาให้เหมือนกับเราเข้าไปอยู่ในโลกของเกมจริงๆ แม้ว่าเทคโนโลยีหลายชิ้นยังอยู่ในระหว่างการทดลอง แต่เมื่อดูจากศักยภาพก็เดาได้ไม่ยากว่าอีกไม่นานการเล่นเกมจะต้องเปลี่ยนไปตลอดกาลอย่างแน่นอนครับ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s