NVIDIA Geforce GTX 780 แรงระดับยักษ์ในราคาที่เอื้อมถึง

head

บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ครั้งแรกในนิตยสาร Future Gamer ฉบับที่ 201 ประจำเดือนกรกฎาคม 2556

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา NVIDIA ได้เปิดตัวการ์ดกราฟิก Geforce GTX TITAN ที่เปลี่ยนไปใช้ชิพ GK110 ซึ่งเป็นรุ่นอัปเกรดจาก GK104 ที่ใช้ใน Geforce GTX 680 ตัวแรงระดับเทพในตอนนั้น ผลที่ได้คือประสิทธิภาพความแรงระดับพระกาฬที่ยากจะหาการ์ดอื่นมาเทียบเคียง แต่ก็แน่นอนว่าราคาก็แรงตามไปด้วยที่ประมาณตัวละ 40,000 บาท NVIDIA ตระหนักดีว่าไม่ใช่เกมเมอร์ทุกคนที่จะมีงบประมาณมากขนาดนั้น จึงได้เปิดตัวการ์ดกราฟิก Geforce GTX 780 ออกมาแทนการ์ดระดับเดียวกันในซีรีส์เก่า 
โดยกล่าวว่ามีประสิทธิภาพโดยรวมดีกว่าถึงร้อยละ 35 ขณะที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนกับ GTX TITAN 
มากแทบไม่ผิดเพี้ยน!


ยักษ์เล็กประสิทธิภาพสุดแกร่ง

การ์ดกราฟิก NVIDIA Geforce GTX 780
การ์ดกราฟิก NVIDIA Geforce GTX 780

แม้ว่าจะยังใช้สถาปัตยกรรม Kepler เช่นเดียวกับการ์ดรุ่นเดิม แต่สิ่งที่ทำให้ Geforce GTX 780 
มีความเหนือกว่า (เช่นเดียวกับ GTX TITAN) ก็คือตัวชิพได้เปลี่ยนไปใช้รุ่น GK110 ทำให้มีปริมาณ CUDA Cores มากกว่า Geforce GTX 680 ถึงกว่าร้อยละ 50 ที่ 2304 ตัว จากเดิมใน GTX 680 ที่มีอยู่ 1536 ตัว ฉะนั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่าประสิทธิภาพจะมากกว่าขนาดไหน สำหรับความเร็วสัญญาณนาฬิกามาตรฐานในส่วนของจีพียูนั้นก็จะอยู่ที่ 863MHz และในโหมด Boost Clock ก็จะอยู่ที่ 900MHz ตัวการ์ดมีแรม GDDR5 มาให้ถึง 3GB ทำให้เล่นเกมความละเอียดสูงหรือต่อออกมอนิเตอร์หลายตัวได้สบาย ตัวการ์ดใช้ไฟที่ 250 วัตต์ และต้องการหัวจ่ายไฟชนิด 6 และ 8 พินเพิ่มอย่างละหัว ส่วนพอร์ตต่อออกจอภายนอกก็มีมาให้ครบครัน ไม่ว่าจะเป็น DVI, HDMI และ DisplayPort

ด้านประสิทธิภาพก็แรงสมกับเป็นการ์ดระดับบน NVIDIA กล่าวว่าประสิทธิภาพโดยรวมของ Geforce GTX 780 จะแรงกว่า GTX 680 ราวร้อยละ 35 แต่กับบางเกมนั้นก็อาจแรงมากกว่าถึงร้อยละ 50 เกมใหม่ที่กินสเปคเครื่องอย่าง Metro: Last Light ก็สามารถรองรับได้อย่างดี เพราะสามารถรันเกมได้อย่างลื่นไหลที่ความเร็ว 54FPS ภายใต้ความละเอียด 1080p โดยเร็วกว่า GTX 680 ถึงร้อยละ 25 ส่วนที่ความละเอียด 2650×1600 พิกเซลนั้น ตัวการ์ดก็ทำความเร็วได้ดีกว่าถึงร้อยละ 22

กราฟแสดงประสิทธิภาพของ Geforce GTX 780
กราฟแสดงประสิทธิภาพของ Geforce GTX 780

แรงแบบเงียบๆ

แน่นอนว่าถึงแม้การ์ดจะแรงสักเพียงใด แต่หากมีเสียงดังราวกับพายุถล่มแล้วล่ะก็คงไม่เป็นที่พึงประสงค์ของเกมเมอร์ระดับฮาร์ดคอร์อย่างเรา NVIDIA จึงได้นำซอฟแวร์ที่เรียกว่า Adaptive Temperature Controller มาใช้เพื่อควบคุมความเร็วรอบพัดลมให้มีความคงที่ตลอดการทำงานมากขึ้น โดยก่อนหน้านี้พัดลมระบายความร้อนจะลดความเร็วรอบเมื่อตรวจจับว่าการ์ดมีความร้อนไม่สูงมากนัก แต่ทันทีที่เราเปิดเกมและตัวการ์ดมีอุณหภูมิสูงขึ้นนั้นพัดลมก็จะเพิ่มความเร็วรอบทันทีเช่นกัน ทำให้เกิดเสียงรบกวนจากการเพิ่มความเร็วกะทันหัน ซอฟแวร์นี้จะช่วยบรรเทาปัญหาที่ว่า เราจึงเล่นเกมได้อย่างมีอภิรมย์มากขึ้น

GPU Boost 2.0 แรงติดเทอโบเวอร์ชันสอง!

GPU Boost 2.0
GPU Boost 2.0

ใครที่อยู่ในแวดวงฮาร์ดแวร์มานานน่าจะพอคุ้นเคยกับ GPU Boost ของ NVIDIA เป็นอย่างดี หลักการทำงานของคุณสมบัติที่ว่าก็คือระบบจะเพิ่มความเร็วสัญญาณนาฬิกาของจีพียูโดยอัตโนมัติตามกำลังงานที่ต้องเครื่องต้องการ โดยจะเร่งความเร็วเพิ่มไปจนกว่าตัวการ์ดจะหม่ำไฟถึงจุดที่กำหนด ยกตัวอย่างเช่น 170 วัตต์ สำหรับ Geforce GTX 680 เป็นต้น

แต่หลักการทำงานของ GPU Boost 2.0 จะแตกต่างออกไป เพราะปัจจัยซึ่งจะไปกำหนดความเร็วที่เพิ่มขึ้นนั้นจะเป็นอุณหภูมิของตัวการ์ดแทนที่จะเป็นการใช้พลังงาน โดยค่าเริ่มต้นของทั้ง Geforce GTX TITAN และ 780 นั้นก็คือ 80 องศาเซลเซียส แต่ผู้ใช้สามารถปรับเปลี่ยนตามที่ต้องการได้ผ่านทางซอฟแวร์เสริม อาทิ EVGA Precision X เป็นต้น ลองคิดดูว่าเมื่อรวมฟังชันนี้เข้ากับระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวที่สามาถนำพาความร้อนได้ดีกว่าแล้วล่ะก็ เราจะสามารถเร่งความเร็วไปได้มากขนาดไหน

Display Overclocking : เมื่อจอมอนิเตอร์ก็โอเวอร์คล็อกได้!?

อ่านมาถึงตรงนี้เพื่อนๆ อาจงงว่าจอมอนิเตอร์ที่เราจ้องอยู่ทุกวันนี้มันสามารถโอเวอร์คล็อกได้ด้วยหรือเนี่ย :/ คำตอบคือ ได้ครับ แต่อาจไม่ใช่ในความหมายที่เราเข้าใจกัน เพราะฟังชัน Display Overclocking ของ NVIDIA เขาก็คือการเข้าไปปรับเปลี่ยนค่า refresh rate ของมอนิเตอร์ให้มากกว่าค่ามาตรฐานทั่วไปที่ 60Hz ทำให้เมื่อเปิดใช้งาน VSync ร่วมด้วยแล้ว ภาพที่ได้จึงไหลลื่นมากกว่า อีกทั้งยังไม่มีปัญหาภาพฉีกด้วย

Geforce Experience : พบประสบการณ์เกมระดับ Geforce

ผมเคยเขียนถึง Geforce Experience ไปแล้วในคอลัมน์ Hard Stuff หลายฉบับก่อน ซึ่งในตอนนั้นระบบยังอยู่นเวอร์ชันเบต้า จึงยังใช้งานได้ไม่สมบูรณ์แบบมากนัก แต่ในวันที่ผมเขียนบทความนี้อยู่ NVIDIA ได้เปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบแล้ว และพร้อมนำพาเพื่อนๆ ไปสู่ประสบการณ์เล่นเกมแบบใหม่ที่ทั้งสวยงามและไหลลื่นยิ่งกว่า

โดยทั่วไป Geforce Experience ก็คือโปรแกรมเล็กๆ สำหรับติดตั้งในเครื่อง ซึ่งนอกจากจะมีหน้าที่อัปเดตไดรเวอร์ให้ทันสมัยอยู่ตลอดเวลาแล้ว ก็ยังมีลูกเล่นปรับแต่งรายละเอียดกราฟิกภายในเกมให้เหมาะสมกับเครื่องของเราโดยอัตโนมัติอีกด้วย ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องเสียเวลาครึ่งวันเพื่อหาค่ากราฟิกที่เหมาะสมอีกต่อไป

NVIDIA กล่าวว่าปัจจุบันมีเกมกว่า 70 เกมแล้วที่รองรับการใช้งานร่วมกับ Geforce Experience อีกทั้งยังสามารถใช้งานในโหมด 3D Vision และ SLI ได้ ช่วยเติมเต็มประสบการณ์เล่นเกมของพวกเราให้สุดยอดมากขึ้น

ShadowPlay : บันทึกวินาทีเด็ดได้อย่างไม่มีสะดุด

ShadowPlay บันทึกภาพวิดีโอในเกมได้อย่างไม่มีสะดุด
ShadowPlay บันทึกภาพวิดีโอในเกมได้อย่างไม่มีสะดุด

งานอดิเรกยามว่างของผมอย่างหนึ่งก็คือการนั่งดูคลิปวิดีโอที่บรรดาปรมาจารย์เกมทั้งหลายโพสต์อวดความสามารถบน Youtube ซึ่งมีทั้งตั้งแต่ดูเอาฮาไปจนถึงเพื่อศึกษากลวิธีเด็ดไว้สำหรับดวลศึกออนไลน์ครั้งต่อไป ซึ่งก่อนหน้านี้เราก็มักอาศัยซอฟแวร์เสริมช่วยในการบันทึกคลิบวิดีโอ ซึ่งผลที่ได้นั้นก็ไม่แน่นอนเสมอไป และหลายครั้งก็ยังไปทำให้เกมหน่วงขึ้น รวมทั้งฮาร์ดดิสก์ต้องทำงานหนักตลอดเวลาขณะกำลังบันทึกวิดีโอที่ได้มาจากหน้าจอความละเอียดสูง

แต่ ShadowPlay จะทำให้ปัญหาดังกล่าวหมดไป เพราะซอฟแวร์จะไปเรียกใช้คุณสมบัติการเข้ารหัส H.264 ของตัวการ์ดในการบันทึกวิดีโอ ทำให้เราได้คลิปคุณภาพสูงความละเอียดเดียวกับหน้าจอที่ใช้เล่นเกม การเข้ารหัสและบีบอัดวิดีโอจะเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ คลิปที่ได้จะออกมาเป็นไฟล์ .mp4 พร้อมอัปโหลดลง Youtube อวดสายตาชาวโลกในทันที! น่าเสียดายที่คุณสมบัตินี้ยังไม่พร้อมใช้ขณะผมกำลังเขียนบทความนี้อยู่ แต่ไม่แน่ว่าขณะที่เพื่อนๆ กำลังอ่านอยู่ Youtube ก็อาจเต็มไปด้วยคลิปเด็ดๆ จากฝีมือของ ShadowPlay ก็เป็นได้ครับ

สรุป

คงเป็นที่แน่นอนแล้วว่า NVIDIA จะออกการ์ดกราฟิกใหม่มาให้เราเสียเงินเล่นแทบทุกปี และแต่ละปีที่ออกรุ่นใหม่มานั้นก็ไม่มีคำว่าผิดหวัง เพราะนอกจากการ์ดรุ่นใหม่จะอัดแน่นไปด้วยประสิทธิภาพแล้ว ก็ยังเสริมทัพด้วยเทคโนโลยีและความสามารถใหม่ๆ ที่จะช่วยยกระดับประสบการณ์เล่นเกมของเราให้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Geforce Experience ที่ช่วยให้การตั้งค่ากราฟิกสามารถทำได้โดยง่ายเพียงกดเมาส์แค่ครั้งเดียว Display Overclocking ที่ช่วยเพิ่มค่า refresh rate ของมอนิเตอร์เพื่อภาพเคลื่อนไหวที่ลื่นไหล และ ShadowPlay ที่ช่วยให้การบันทึกวินาทีเด็ดภายในเกมให้ง่ายสะดวกอย่างไม่ติดขัด แน่นอนว่าเพื่อนๆ คงไม่มีความจำเป็นต้องใช้สารพันฟังชันทั้งหมดที่กล่าวไป แต่อย่างน้อยก็ได้แสดงให้เห็นว่า NVIDIA เอาใจใส่กับประสบการณ์การเล่นเกมมากกว่าที่จะเอาแต่พัฒนาการ์ดให้แรงขึ้นอย่างเดียว

ปัจจุบันเพื่อนๆ สามารถหาซื้อการ์ดกราฟิกที่ใช้ชิพ Geforce GTX 780 ได้แล้วตามร้านขายฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์ชั้นนำด้วยราคาเริ่มต้นราว 25,000 บาท สำหรับใครที่ยังเห็นว่าแพงไปก็มีรุ่น Geforce GTX 770 ตัวน้องคลอดตามออกมาติดๆ ให้ได้หาซื้อกันที่ราคาเริ่มต้นราว 15,000 บาท แต่ก็จะมีประสิทธิภาพลดหลั่นลงมาตามราคาที่ถูกลง และสำหรับใครที่กำลังรอการ์ดซีรีส์ใหม่ในราคาหมื่นต้นาให้เราได้ซื้อหากันแน่นอนแล้วล่ะก็ ผมเชื่อว่าในปีนี้คงคลอดออกมาให้เราได้ซื้อหากันแน่นอน

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s