Google X ห้องทดลองลับของ Google

head

บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ครั้งแรกในนิตยสาร e-commerce ฉบับที่ 176 ประจำเดือนสิงหาคม 2556

ปัจจุบันหากจะกล่าวถึงบริษัทเกิดใหม่ (Startup) หลายคนคงนึกถึงภาพโปรแกรมเมอร์และนักออกแบบจำนวนหนึ่งกำลังขะมักเขม้นทำงานหามรุ่งหามค่ำเพื่อพัฒนาแอปพลิเคชันให้กับอุปกรณ์พกพาหรือบริการใหม่บนเว็บไซต์ที่จะมาช่วยให้เราใช้ชีวิตได้ง่ายดายมากขึ้น บริษัทไอทีชั้นนำระดับโลกอย่าง Google และ Apple ก็ถือกำเนิดมาจากจุดเริ่มต้นเล็กๆ ที่คล้ายกัน พนักงานแต่ละคนทำงานด้วยไฟแห่งความคิดสร้างสรรค์และพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงโลก แต่เมื่อเวลาผ่านไปไฟดังกล่าวเริ่มที่จะดับมอบด้วยลมพายุแห่งการแข่งขันที่รุนแรง แรงกดดันจากผู้ถือหุ้นที่หวังแต่ผลกำไรระยะสั้น รวมทั้งความต้องการของผู้บริโภคที่ไม่สามารถใช้เป็นเชื้อไฟในการจุดประกายไอเดียใหม่ได้เท่าใดนัก ดังที่ Henry Ford ผู้ก่อตั้งรถยนต์ฟอร์ด เคยกล่าวไว้ว่า “หากผมมัวแต่ฟังความต้องการของลูกค้า ผมก็คงแค่หาม้าที่วิ่งเร็วขึ้นให้พวกเขา”

ทุกคนคงรู้จัก Google ในฐานะที่เป็นผู้พัฒนาเสิร์ชเอ็นจิ้นอันดับหนึ่งของโลก ระบบปฏิบัติการ Android รวมทั้งบริการบนเว็บอื่นๆ อีกมาก แต่คงด้วยข้อจำกัดทางธุรกิจที่กล่าวไปทางบริษัทจึงได้แอบสร้างแผนกวิจัยย่อยอย่างลับๆ ที่รู้จักกันในชื่อ Google X ซึ่งตั้งอยู่ห่างออกไปจากสำนักงานใหญ่ Googleplex ในเมืองเมาน์เทนวิว รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ด้วยความตั้งใจจะให้เป็นที่สรรค์สร้างสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ซึ่งไม่เพียงแต่จะใช้ระยะเวลาและเงินลงทุนมหาศาลเท่านั้น แต่ยังต้องอาศัยโชคและแรงศรัทธาเป็นอย่างสูงอีกด้วย

จากยานยนต์ไร้คนขับ…

จุดเริ่มต้นของ Google X มาจากโครงการทดลองยานยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติที่ประสบความสำเร็จอย่างสวยงามของก่อนที่จะขยายออกเป็นห้องทดลองอย่างเต็มตัว ในอดีตห้องทดลองลับเหล่านี้มักได้รับการก่อตั้งเพื่อใช้พัฒนาเทคโนโลยีสำหรับศึกสงคราม อาทิ โครงการแมนฮัตตันที่พัฒนาระเบิดอะตอมได้เป็นผลสำเร็จ และ Bletchley Park ในสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นสถานที่ที่ฝ่ายสัมพันธมิตรใช้ในการถอดรหัสข้อความของฝ่ายอักษะสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง หลังจากสงครามสิ้นสุดคอนเซ็ปต์ห้องทดลองเหล่านี้ก็ถูกเปลี่ยนมาอยู่ในมือของหน่วยงานเอกชน อาทิ Bell Labs ของ AT&T และ Xerox PARC อันเป็นสถานที่ให้กำเนิดเทคโนโลยีสื่อสารสมัยใหม่ ทรานซิสเตอร์ และคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่เราใช้กันในปัจจุบัน

คอนเซ็ปต์ของ Google X ก็ไม่แตกต่างกัน ปัจจุบันเชื่อกันว่ามีไอเดียใหม่กว่า 100 โครงการที่กำเนิดขึ้นจากห้องทดลองแห่งนี้ ไล่ไปตั้งแต่รถยนต์วิ่งได้เองไปจนถึงหุ่นยนต์ช่วยงานที่บ้าน โดยทั้ง Sergey Brin และ Larry Page สองผู้ก่อตั้ง Google เข้าไปมีส่วนรู้เห็นเป็นใจ ทั้งเพื่อให้การช่วยเหลือทางเทคนิคอนุมัติการเข้าซื้อกิจการบริษัทเกิดใหม่ที่มาพร้อมความคิดสุดบรรเจิด ซึ่งล่าสุดได้ควบรวมกิจการ Makani Power ผู้พัฒนาเครื่องกำเนิดพลังงานลมที่มีลักษณะคล้ายเครื่องบินลำเล็ก และให้แน่ใจว่าโครงการทั้งหลายทั้งปวงจะสามารถนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการหารายได้ให้กับบริษัทในอนาคต

Wing 7 เครื่องกำเนิดพลังงานลมรูปเครื่องบินจาก Makani Power บริษัทที่เพิ่งถูก Google X ซื้อกิจการ
Wing 7 เครื่องกำเนิดพลังงานลมรูปเครื่องบินจาก Makani Power บริษัทที่เพิ่งถูก Google X ซื้อกิจการ

…สู่โปรเจ็คโลกพระจันทร์

องค์ประกอบของไอเดียที่ Google เรียกว่า Moonshot
องค์ประกอบของไอเดียที่ Google เรียกว่า Moonshot

Moonshot คือคำที่ Google ใช้เรียกแทนโครงการหรือไอเดียที่มุ่งแก้ไขปัญหาในระดับใหญ่ด้วยการนำเสนอทางออกโดยใช้เทคโนโลยีอันสุดยอด มีต้นกำเนิดมาจากคำแสลงที่ใช้เรียกโครงการสำรวจดวงจันทร์ อาทิ โครงการอะพอลโลของนาซ่า แสดงให้เห็นถึงความทะเยอทะยานอันไร้ขีดจำกัดของห้องทดลองลับแห่งนี้ อย่างไรก็ตามปัจจุบันได้มีเพียง 3 โครงการ เท่านั้นที่ได้รับการเปิดเผยสู่สาธารณชน อันประกอบไปด้วยรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ Glass แว่นไฮเทคเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ และ Loon บอลลูนลอยฟ้าที่หวังสร้างเครือข่ายอินเทอร์เน็ตให้กับพื้นที่ห่างไกลทั่วโลก

รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติทำงานโดยใช้ระบบเรดาร์นำทางและเซ็นเซอร์อันซับซ้อนเพื่อรักษาระดับความเร็วและหลีกเลี่ยงการเฉี่ยวชนกับรถคันอื่น ข้อมูลล่าสุดระบุว่าทีมพัฒนาได้ประสบความสำเร็จในการทดลองขับเคลื่อนไปได้มากกว่า 500,000 กิโลเมตร โดยปราศจากอุบัติเหตุใดๆ และเมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว Google ได้โพสต์วิดีโอบน Youtube แสดงให้เห็นถึงประโยชน์การนำไปใช้งานจริงของนวัตกรรมนี้ด้วยการนำนาย Morgan Hill ชายตาบอดชาวแคลิฟอร์เนีย ไปนั่งในรถยนต์ที่ตั้งโปรแกรมให้พาเขาจากบ้านไปยังร้านอาหาร ร้านซักรีด และกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย แม้จะยังอยู่ในขั้นเริ่มต้นแต่ก็ได้มีรัฐในสหรัฐอเมริกาผ่านกฎหมายอนุญาตให้รถยนต์อัตโนมัติวิ่งบนท้องถนนได้แล้ว 3 รัฐ ด้วยกันคือ เนวาดา, ฟลอริดา และแคลิฟอร์เนีย อีกทั้ง Google ยังหวังต่อยอดทางธุรกิจร่วมกับบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ต่อไป

รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติจาก Google X
รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติจาก Google X

โครงการจาก Google X ที่สร้างเสียงฮือฮาและใกล้ตัวเราเข้ามาอีกหน่อยก็คงหนีไม่พ้น Glass แว่นไฮเทคเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อแสดงข้อมูลผ่านจอเล็กๆ ที่อยู่ตรงหน้าราวกับในนิยายไซไฟ อาจกล่าวได้ว่าโครงการนี้ประสบความสำเร็จและเป็นรูปเป็นร่างมากที่สุด เพราะมีผู้ทดลองใช้งานจริงแล้วมากมาย รวมทั้งมีการเปิดตัวแอปพลิเคชันไปแล้วบางส่วน ประโยชน์ของการนำไปใช้งานจริงนั้นมีอยู่มากล้น ไม่ว่าจะเป็นการอัปเดตข่าวสารในแบบเรียลไทม์ หรือการค้นหาข้อมูลเร่งด่วนโดยใช้ Google Now จะเหลือก็แต่รอวันวางจำหน่ายจริงที่ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะเป็นปีนี้หรือปีถัดไป

Glass แว่นไฮเทคที่ยังต้องรอการพิสูจน์
Glass แว่นไฮเทคที่ยังต้องรอการพิสูจน์

สำหรับ Loon ก็มีความทะเยอทะยานไม่แพ้กัน เป้าหมายของอินเทอร์เน็ตติดบอลลูนนี้ก็คือต้องการให้ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกลหรือโครงสร้างพื้นฐานยังไม่มีความแน่นอนนั้นสามารถเชื่อมเข้าสู่โลกออนไลน์ เพื่อเพิ่มโอกาสและความเท่าเทียมด้านการเรียนรู้ (และโฆษณา lol) หลักการทำงานคือบอลลูนที่ได้รับการบรรจุเครื่องมือสื่อสารนี้จะถูกปล่อยขึ้นไปสู่ชั้นบรรยากาศในระดับที่สูงกว่าเครื่องบินโดยสาร ระบบต่างๆ จะถูกควบคุมโดยคอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูงเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่หลุดลอยไปไหน และจะปล่อยสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่ผู้ให้บริการภาคพื้นดินนำใช้กับผู้รับบริการได้ต่อไป แน่นอนว่าโครงการการนี้ยังอยู่ในช่วงตั้งไข่ แต่ก็ได้เริ่มโครงการนำร่องแล้วในประเทศนิวซีแลนด์กับผู้เข้าร่วมการทดสอบ 50 ราย ด้วยบอลลูนกว่า 30 ตัว เชื่อว่าจะต้องลอยมาถึงเมืองไทยเข้าสักวัน

Loon โครงการอินเทอร์เน็ตลอยฟ้าเพื่อคนทั่วโลก
Loon โครงการอินเทอร์เน็ตลอยฟ้าเพื่อคนทั่วโลก

ความท้าทาย

แน่นอนว่าโครงการทดลองต่างๆ เหล่านี้ยังต้องเผชิญกับความท้าทายและกระแสต่อต้านอีกมาก รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติต้องได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานของรัฐก่อนที่จะนำมาใช้งานได้จริง ซึ่งอาจต้องผ่านกระบวนการล็อบบี้กันไม่มากก็น้อย อีกทั้งการที่ทดลองวิ่งแล้วยังไม่ได้เกิดอุบัติเหตุใดๆ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ ส่วน Glass นั้นก็ได้รับการครหาว่าเป็นแกดเจ็ตของพวกเนิร์ดที่ดูตลกๆ และไม่ได้มีประโยชน์ในชีวิตประจำวันของคนทั่วไปที่ไม่ได้พึ่งพาโลกออนไลน์มากนัก ปัญหาด้านการรักษาความเป็นส่วนตัวที่อาจเกิดขึ้นในที่สาธารณะจากการใช้แว่นดังกล่าวเพื่อการ “แอบถ่าย” รวมทั้งอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นขณะใช้งานขณะขับขี่รถยนต์ ส่วน Loon ก็แน่นอนว่าต้องเผชิญหน้ากับการเมืองระหว่างประเทศที่คงไม่มีใครหน้าไหนยอมให้ต่างชาติปล่อยบอลลูนขึ้นไปลอยเล่นเหนือน่านฟ้าของตน ประกอบกับบรรยากาศความไม่ไว้วางใจที่เกิดขึ้นจากกรณีที่นาย Edward Snowden ได้ออกมาเปิดเผยโครงการลับของรัฐบาลสหรัฐอเมริการ่วมมือกับบริษัทไอทีชั้นนำในการล้วงข้อมูลของผู้ใช้งานโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น ก็ยิ่งทำให้การดำเนินโครงการในลักษณะเช่นนี้ต้องเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น

Google คือบริษัทที่อยู่เบื้องหลังนวัตกรรมบนโลกออนไลน์มากมาย การที่บริษัทมีแผนขยายไปสู่พื้นที่เทคโนโลยีอื่นนอกเหนือจากบนเว็บจึงนับเป็นความเคลื่อนไหวที่น่าติดตาม โครงการไม่น้อยที่อยู่ในห้องวิจัยลับแห่งนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ส่วนอีกหลายโครงการก็ยังเป็นเพียงความคิด นอกจากนี้สิ่งใหม่ๆ ทั้งหลายก็ยังต้องเผชิญหน้ากับการยอมรับของผู้คน ข้อกำหนด และกฎหมายต่างๆ หลายคนอาจมองว่า Google ลงทุนพัฒนาโครงการต่างๆ เหล่านี้เพื่อความมั่งคั่งของตัวเอง ซึ่งก็อาจจะจริง แต่อย่างน้อยก็ยังไม่ใช่ตอนนี้ดังที่ Astro Teller ผู้อำนวยการ Google X กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg Businessweek ว่า “ขอเราทำเพื่อสร้างโลกใบนี้ให้ดีขึ้นก่อน และเมื่อถึงเวลานั้นเงินทองก็จะวิ่งมาหาเราเอง

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s