Inside AMD Kabini: AMD Kabini เอพียูสุดแจ่ม หัวใจจากัวร์

head

บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ครั้งแรกในนิตยสาร Future Gamer ฉบับที่ 202 ประจำเดือนสิงหาคม 2556

เมื่อคราวที่ AMD เข้าซื้อกิจการ ATI ใน ค.ศ. 2006 เราทุกคนต่างตั้งความหวังว่าไม่ช้าไม่นานก็จะได้เห็นชิพที่รวมเอาจุดเด่นของซีพียูและจีพียูเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อเป็นการลดอัตราการใช้พลังงาน ขนาด และนำไปสู่ฮาร์ดแวร์แห่งอนาคตที่ทุกหน่วยประมวลผลถูกรวมไว้ภายใต้ชิพแผ่นเดียว หรือที่เรียกว่าโครงสร้างสถาปัตยกรรมระบบ heterogeneous (heterogeneous system architecture) ซึ่งกำลังไปได้สวยกับชิพที่ AMD เรียกว่าเอพียู
อย่างไรก็ตาม AMD กลับต้องใช้เวลากว่า 4-5 ปี จึงสามารถผลักดันชิพที่ว่าเข้าสู่ตลาด อีกทั้งโมเดลแรกที่ใช้สถาปัตยกรรม Lynx ก็กลับมีผลตอบรับที่ไม่สู้ดีนัก เพราะโครงสร้างในส่วนของหน่วยประมวลผลกลางไม่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ แต่เป็นเพียงการนำสถาปัตยกรรม K10 ที่ใช้ในซีพียู Phenom กับ Athon เก๋ากึ๊กมาประกบคู่กับหน่วยประมวลผลกราฟิก Radeon HD 6000 เท่านั้น แต่อย่างน้อยเราก็ได้สัมผัสกับชิพเอพียูที่ AMD รังสรรค์มาทั้งในเดสก์ท้อป (Llano) โน้ตบุ๊ก (Sabine) และโน้ตบุ๊กชนิดบางเบา (Brazos) ทำให้เห็นความตั้งใจจริงในการทำให้เอพียูเป็นที่ยอมรับ แม้ว่าประสิทธิภาพในบางส่วนอาจจะยังไม่สามารถสู้กับ AMD FX ซึ่งเป็นซีพียูแบบดั้งเดิมได้ก็ตาม

และในวันนี้ AMD ขอกลับมาตอกย้ำความเป็นผู้นำในด้านนี้อีกครั้งด้วยการเปิดตัว Kabini แพลตฟอร์มเอพียูใหม่ที่ไม่เพียงแต่จะรวมหน่วยประมวลผลกลางและกราฟิกเข้าไว้ด้วยกันเท่านั้น แต่ยังรวมชิพเซ็ทหรือที่มักเรียกกันว่า Platform Controller Hub (PCH) เข้าไว้ด้วย ส่งผลใช้แพลตฟอร์มโดยรวมใช้พลังงานต่ำ และมีต้นทุนการผลิตที่ถูกกว่า จึงเป็นไปได้ว่าในอนาคตเราอาจเห็นโน้ตบุ๊กที่ใช้ Kabini วางขายในราคาถูกกว่าของคู่แข่งก็เป็นได้ และนอกจากนี้ AMD ก็ยังได้เปิดตัว Temash แพลตฟอร์มรุ่นน้องที่มีคุณลักษณะคล้ายคลึงกัน แต่ถูกออกแบบมาสำหรับแท็บเล็ต โน้ตบุ๊กแบบไฮบริด และอุปกรณ์พกพาที่ใช้พลังงานไม่มาก แต่ในบทความนี้ผมจะขอกล่าวถึง Kabini อย่างเดียวนะครับ เพราะข้อมูลค่อนข้างได้รับการเปิดเผยมากกว่า

กว่าจะมาเป็น Kabini

สไลด์สรุปประสิทธิภาพของ AMD Kabini
สไลด์สรุปประสิทธิภาพของ AMD Kabini

เอพียูสำหรับโน้ตบุ๊กบางเบาหรือ Brazos รุ่นปัจจุบันนั้นใช้สถาปัตยกรรม Bobcat ที่มีกระบวนการผลิต 40 นาโนเมตร ทำให้ตัวชิพอาจจะยังไม่ได้ประหยัดพลังงานมากเท่าที่ควร แต่ AMD ได้อัปเกรด Kabini ให้ไปใช้สถาปัตยกรรม Jaguar ที่มีกระบวนการผลิต 28 นาโนเมตรแล้ว จึงทำให้ระบบโดยรวมประหยัดพลังงานไปอีกมาก ในช่วงเริ่มต้นเราจะเห็นชิพ Kabini เปิดตัวสองโมเดลหลัก คือโมเดลที่ขึ้นต้นด้วย A ที่มีแกนประมวลผล 4 แกน และโมเดลที่ขึ้นต้นด้วย E ที่มีแกนประมวลผล 2 แกน ทั้งคู่ได้รับการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าของเดิม ทั้งในแง่ของการใช้พลังงานที่น้อยกว่า และการรองรับชุดคำสั่ง x86 ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เป็นต้น

เปรียบเทียบความแรงระหว่างแพลตฟอร์มใหม่กับของเดิม
เปรียบเทียบความแรงระหว่างแพลตฟอร์มใหม่กับของเดิม

แต่จุดเด่นที่สุดของ Kabini ก็คือชิพเซ็ทที่มีชื่อรหัส Yangtze ซึ่งได้รับการติดตั้งไว้ภายใน ทำให้ไม่ต้องการชิพเซ็ทใดๆ จากเมนบอร์ดอีกในการทำงาน ประกอบกับหน่วยประมวลผลกราฟิกที่ใช้สถาปัตยกรรม Graphics Core Next (GCN) ภายใต้แบรนด์ Radeon HD 8000 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านกราฟิก โดยรวมแล้ว AMD กล่าวว่า Kabini จะมีประสิทธิภาพมากกว่าชิพรุ่นเก่าถึงร้อยละ 88 สามารถทำงานต่อเนื่องได้นานถึง 10 ชั่วโมงต่อการชาร์จแบตเตอรี่ 1 ครั้ง โดยสามารถท่องเว็บไซต์ได้นานมากกว่า 9 ชั่วโมง และสามารถรับชมภาพยนตร์ HD 1080p ได้นานกว่า 6 ชั่วโมง อีกทั้งผู้ใช้จะยังได้สัมผัสกับคุณภาพกราฟิกระดับเครื่องเล่นเกมคอนโซลเลยทีเดียว

ข้างในมีอะไรบ้าง?

ตารางเปรียบเทียบ AMD Kabini โมเดลต่างๆ
ตารางเปรียบเทียบ AMD Kabini โมเดลต่างๆ

ขณะที่ผมเขียนบทความนี้อยู่ AMD ได้เปิดตัวเอพียู Kabini พร้อมกัน 5 รุ่น โดยแบ่งเป็น AMD-E ที่มีแกนประมวลผล Jaguar 2 แกน 3 รุ่น และ AMD-A ที่มี 4 แกน 2 รุ่น (A4-5000 กับ A6-5200) โดยความเร็วในส่วนของแกน Jaguar ของรุ่น A4-5000 นั้นจะอยู่ที่ 1.5GHz มีแคชระดับสอง 2MB และมีแกนประมวลผลกราฟิก Radeon HD 8330 ที่มีความเร็ว 500MHz ด้วยสเปคเท่านี้ AMD จึงตั้งเป้าให้ชิพรุ่นดังกล่าวแรงเทียบเท่ากับ Intel Pentium เท่านั้น ขณะที่รุ่น A6-5200 จะมีความเร็วถึง 2GHz และใช้แกนประมวลผลกราฟิก Radeon HD 8400 ที่มีความเร็ว 600MHz จึงทำให้เหมาะสมคู่คี่กับ Intel Core i3

ความแรงของ AMD Kabini เมื่อเทียบกับคู่แข่งระดับเดียวกัน
ความแรงของ AMD Kabini เมื่อเทียบกับคู่แข่งระดับเดียวกัน

AMD กล่าวว่าเมื่อเทียบกับสถาปัตยกรรม Bobcat แล้ว Jaguar ที่อยู่ใน Kabini จะมีประสิทธิภาพมากกว่าภายใต้อัตราการใช้พลังงานที่เท่ากัน รวมทั้งชุดคำสั่งก็ยังถูกเพิ่มเข้าไปมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น SSE4.1, SSE4.2 และ AES เป็นต้น และสำหรับชิพเซ็ทภายในก็ใช่ย่อย เพราะรองรับพอร์ตเชื่อมต่อมากมาย ไม่ว่าจะเป็น USB 3.0 และ SATA 5Gb/s อย่างละสองช่อง รวมทั้งยังรองรับการเชื่อมต่อการ์ด SD ได้ในตัวอีกด้วย
ด้านหน่วยประมวลผลกราฟิกภายในก็มีซ่อนเขี้ยวเล็บไว้เยอะไม่แพ้กัน เพราะ AMD กล่าวว่า Kabini คือเอพียูตัวแรกที่แกนประมวลผลกราฟิกใช้สถาปัตยกรรม GCN เช่นเดียวกับการ์ดจอภายนอกแบรนด์เดียวกัน จึงทำให้หมดห่วงเรื่องความสามารถที่พกมาอย่างล้นหลาม ไม่ว่าจะเป็นการรองรับลูกเล่นใหม่ๆ ใน DirectX 11.1 และ OpenGL 4.3 รวมทั้งคุณสมบัติในการทำ Compute ทั้ง OpenCL 1.2 และ DirectCompute เป็นต้น และที่สุดยอดยิ่งกว่าคือการรองรับ Eyefinity และการแสดงผลแบบไร้สาย (wireless display) ด้วยครับ ลูกเล่นน่าสนใจไม่แพ้การ์ดจอภายนอกจริงๆ

อนาคตของเอพียู

เป็นที่เห็นโดยชัดเจนแล้วว่าการแข่งขันของหน่วยประมวลผลในอนาคตคงไม่ได้อยู่ที่ความเร็วอีกต่อไป แต่อยู่กับความสามารถว่ารุ่นไหนโมเดลใดจะทำได้มากกว่า รวมทั้งความยืดหยุ่นในการนำไปใช้กับอุปกรณ์ที่นับวันจะทวีความหลากหลายมากขึ้น AMD ตระหนักถึงแนวโน้มดังกล่าวเป็นอย่างดีจึงได้ริเริ่มโครงงาน Fusion เมื่อหลายปีก่อน จนกระทั่งมาเป็นเอพียูดังที่เราเห็นอยู่ในปัจจุบัน แม้ว่าในจุดเริ่มต้นอาจจะมีอุปสรรคอยู่บ้าง แต่เอพียูในรุ่นหลังๆ ก็ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพและความสามารถมากขึ้น เช่นเดียวกับ Kabini ที่นับเป็นหน่วยประมวลผลรุ่นแรกๆ ที่รวมชิพเซ็ทเข้าไปอยู่ในชิพแผ่นเดียว ทำให้อุปกรณ์ที่ใช้ชิพนี้สามารถพัฒนาให้มีความบางและประหยัดพลังงาน ในขณะที่ประสิทธิภาพกลับได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้น จนไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจหากจะซื้อมาใช้ทำงานบางอย่างแทนซีพียูแบบดั้งเดิม

ผังแสดงโครงสร้างภายในของ AMD Kabini จะเห็นว่ามีการรวม PCH หรือชิพเซ็ทไว้ภายในด้วย
ผังแสดงโครงสร้างภายในของ AMD Kabini จะเห็นว่ามีการรวม PCH หรือชิพเซ็ทไว้ภายในด้วย

หลายคนอาจสงสัยว่าจุดเด่นของเอพียูจาก AMD มีเพียงการประหยัดพลังงานเท่านั้นหรือ? คำตอบก็คือ ส่วนหนึ่ง เพราะต้องทำความเข้าใจก่อนว่าเอพียูนั้นไม่ได้รับการพัฒนาให้เอามาเล่นเกมหรือเอามาทำ benchmark แข่งกันอย่างเดียว แต่อย่างน้อย AMD ก็ยังไม่ทิ้งลูกค้ากลุ่มที่ต้องการความแรงเพียวๆ ไปเสียทีเดียว เพราะในปีนี้เราคงได้เห็นชิพ Richland ซึ่งเป็นรุ่นต่อจาก Trinity วางจำหน่าย แม้ว่าหน่วยประมวลผลกลางใช้สถาปัตยกรรม Piledriver เช่นเดียวกับรุ่นก่อนหน้า แต่ AMD กล่าวว่าประสิทธิภาพที่ได้รับจะมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะกับการเล่นเกมที่จะเพิ่มขึ้นระหว่างร้อยละ 39-72 เลยทีเดียว อีกทั้งโน้ตบุ๊กที่ใช้ชิพนี้จะพร้อมกับซอฟแวร์เพิ่มความสามารถ อาทิ การตรวจจับความเคลื่อนไหวของท่าทาง ใบหน้า และรองรับการแสดงผลแบบไร้สาย เรียกได้ว่ามากทั้งประสิทธิภาพและความสามารถเลยทีเดียว

และเท่านั้นยังไม่พอ เพราะผมได้ยินข่าวแว่วๆ มาว่า AMD อาจเปิดตัวชิพ Kaveri ซึ่งเป็นรุ่นต่อจาก Richland ภายในปีนี้ โดยจะมีจุดเด่นคือสถาปัตยกรรมภายในที่จะเปลี่ยนไปใช้ Steamroller แทนที่ Piledriver แบบเดิม น่าเสียดายที่รายละเอียดอื่นยังมีไม่มาก แต่ผมเชื่อว่า AMD ต้องกำลังไม้ตายเด็ดเอาไว้ปล่อยทีเดียวในวันเปิดตัวแน่นอน

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s