The Easy Guide to Overclock Haswell: โอเวอร์คล็อก Haswell ง่ายๆ ใครก็ทำได้

head

บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ครั้งแรกในนิตยสาร Future Gamer ฉบับที่ 204 ประจำเดือนตุลาคม 2556

โปรเซสเซอร์ Haswell จาก Intel ออกมาได้ระยะหนึ่งแล้ว และตอนนี้ก็เชื่อว่าหลายคนคงอัปเกรดไปใช้เรียบร้อย ผู้ใช้ทั่วไปหลายท่านคงพอใจกับประสิทธิภาพที่ได้รับ แต่ก็เชื่อว่ายังมีผู้ใช้อีกหลายคนที่แอบคิดว่ามันน่าจะแรงกว่านี้ได้อีก จะโอเวอร์คล็อกก็ทำไม่เป็น หรือไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร ถ้าท่านผู้อ่านอยู่ในกลุ่มหลังที่ว่านี้ก็มาถูกที่แล้วครับ เพราะในบทความนี้ผมจะมาเผยเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับการเร่งความเร็วสุดยอดชิพตัวนี้ทีละขั้นตอนแบบเข้าใจง่ายๆ ชนิดที่ลิงก็ทำได้กันเลยทีเดียว (เจี๊ยกๆ )

แต่ก่อนที่จะเข้าสู่ขั้นตอนวิธีการ ก็ขอทำความเข้าใจเบื้องต้นว่าชิพ Haswell ที่ผมจะนำมาทดสอบนั้นคือรุ่น Core i7-4770K ด้วยเหตุผลที่ว่าเป็นชิพที่มีประสิทธิภาพยอดเยี่ยมและได้รับการปลดล็อคตัวคูณมาแล้ว (ลงท้ายด้วย K) จึงทำให้สามารถโอเวอร์คล็อกได้สะดวกกว่ามาก หากท่านผู้อ่านที่เป็นแฟน Intel กำลังวางแผนเลือกซื้อคอมพิวเตอร์เพื่อนำมาโอเวอร์คล็อกแล้วล่ะก็ ปฏิเสธไม่ได้ว่าชิพดังกล่าวคือรุ่นที่น่าสนใจที่สุด ณ ตอนนี้ครับ

ความร้อน : ศัตรูตัวฉกาจของคอมพิวเตอร์

ไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคสมัย ความร้อนก็ยังเป็นศัตรูตัวสำคัญของการโอเวอร์คล็อกอยู่วันยังค่ำ แม้ปัจจุบันผู้พัฒนาจะมีความเอาใจใส่ในด้านนี้และไม่ปล่อยให้ตัวชิพไหม้ขณะที่เรากำลังเร่งความเร็วเพลินๆ เหมือนเมื่อก่อน แต่เพื่อให้ทั้งระบบสามารถทำงานได้อย่างเสถียร ผู้ใช้อย่างเราก็ควรเอาใจใส่หาซื้อชุดระบายความร้อนดีๆ สักชุดมาแทนที่ของเดิมซึ่งแถมมากับตัวชิพ อีกทั้งยังอาจจะช่วยให้เราเร่งความเร็วไปได้มากกว่าที่คาดไว้อีกด้วย

คำถามต่อมาคือ จะเลือกซื้อชุดระบายความร้อนด้วยอากาศหรือของเหลวดี คำตอบอยู่ที่ความต้องการความเร็วที่เพิ่มขึ้นของท่านผู้อ่านเอง หากท่านใดต้องการโอเวอร์คล็อกไปให้มากเกินกว่า 5GHz พร้อมกับปรับแรงดันไฟเพิ่มไปอีกสูงๆ แล้วล่ะก็ ชุดระบายความร้อนด้วยของเหลวก็ดูจะเหมาะสมกว่า แต่หากต้องการเพิ่มความเร็วไปอีกไม่มากนัก ชุดระบายความร้อนชนิดพัดลมดีๆ สักชุดก็เหลือเฟือ แถมยังติดตั้งง่ายกว่าอีกด้วยครับ

สำหรับชุดระบายความร้อนด้วยพัดลมที่ (อยาก) แนะนำก็คือ Noctua NH-D14 ซึ่งในชุดประกอบไปด้วยฮีทซิงค์และพัดลม 2 ตัว ตัวหนึ่งมีขนาด 120 มม. ส่วนอีกตัวหนึ่งมีขนาด 140 มม. ประกบคู่อยู่ด้านนอกและกึ่งกลางชุดท่อนำความร้อนทั้ง 2 ตัว ทำให้สามารถระบายความร้อนที่เกิดขึ้นออกไปได้อย่างรวดเร็วและทำให้การไหลเวียนอากาศบริเวณพื้นที่โดยรอบดีขึ้นอีกด้วย ส่วนตัวฮีทซิงค์เองก็มีฮีทไปป์ถึง 6 เส้น จึงมั่นใจได้ว่าความร้อนที่เกิดขึ้นกับโปรเซสเซอร์จะถูกนำพาออกไปอย่างรวดเร็ว

Noctua NH-D14 ชุดระบายความร้อนชนิดพัดลมประสิทธิภาพสูงที่ (อยาก) แนะนำ
Noctua NH-D14 ชุดระบายความร้อนชนิดพัดลมประสิทธิภาพสูงที่ (อยาก) แนะนำ

ข้อมูลเบื้องต้นที่ควรทราบ

วิธีการโอเวอร์คล็อกโปรเซสเซอร์ Haswell ไม่ได้มีขั้นตอนที่ซับซ้อนหรือยุ่งยากอะไรนัก แต่ขอเน้นย้ำอีกครั้งว่า ขอให้ซื้อรุ่นที่มี K ต่อท้ายเท่านั้น เพราะรุ่นที่ปลดล็อคตัวคูณจะช่วยให้งานของเราง่ายขึ้นมาก

การโอเวอรคล็อกโปรเซสเซอร์ Haswell สามารถกระทำได้ 2 วิธี คือเพิ่มตัวคูณ หรือเพิ่มความเร็วในส่วนของ base clock ที่มักเรียกกันง่ายๆ ว่า ค่า BCLK เพราะความเร็วของโปรเซสเซอร์ที่ได้คือการนำ 2 ค่านี้มาคูณกัน ยกตัวอย่างเช่น Core i7-4770K ตัวนี้มีความเร็ว 3,500MHz (3.5GHz) โดยมาจากการนำตัวคูณ 35 มาคูณกับค่า BCLK 100MHz ฉะนั้น 35×100 = 3,500MHz นั่นเอง

จากที่มาดังกล่าว หากเพื่อนๆ อยากให้ชิพวิ่งแรงๆ ที่ความเร็ว 4GHz ก็เพียงแต่เปลี่ยนตัวคูณให้เป็น 40 เท่านั้น หรือถ้าไม่เช่นนั้นก็อาจจะลองเพิ่มความเร็วในส่วนของ BCLK แทน แต่ด้วยข้อจำกัดทางเทคนิคของตัวชิพ การเพิ่มความเร็วด้วยการเปลี่ยนตัวคูณนั้นสามารถทำได้สะดวกกว่ามากครับ

ค่าแรงดันไฟและอุณหภูมิ : อีกปัจจัยที่ต้องไม่มองข้าม

ฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์ทุกชิ้นต้องใช้แรงดันไฟเป็นตัวหล่อเลี้ยง ยิ่งฮาร์ดแวร์มีความเร็วมากขึ้นเท่าใดก็ยิ่งต้องการแรงดันไฟฟ้าที่เพิ่มมากขึ้นเพื่อให้การจ่ายพลังงานเป็นไปอย่างมีเสถียรภาพ แต่ก็จะส่งผลให้ความร้อนที่เกิดขึ้นมีปริมาณมากกว่าเดิม และนี่คือเหตุผลหลักที่ทำไมเราจึงต้องเสียเงินซื้อชุดระบายความร้อนใหม่ที่มีประสิทธิภาพยิ่งกว่า

สำหรับผู้ที่สงสัยว่าจะสามารถตรวจสอบตัวเลขดังกล่าวได้อย่างไรนั้น ก็ขอแนะนำสุดยอดโปรแกรมฟรี 2 ตัว นั่นคือ Real Temp และ CPU-Z โดย Real Temp จะทำหน้าที่ตรวจสอบอุณหภูมิที่เกิดขึ้น ขณะที่ CPU-Z ก็จะแสดงค่าแรงดันไฟ ตัวคูณ ความเร็วสัญญาณนาฬิกา ฯลฯ ของโปรเซสเซอร์

Real Temp โปรแกรมคุณภาพดีสำหรับวัดอุณหภูมิโปรเซสเซอร์
Real Temp โปรแกรมคุณภาพดีสำหรับวัดอุณหภูมิโปรเซสเซอร์
CPU-Z โปรแกรมดูรายละเอียดโปรเซสเซอร์ที่ใช้มาตั้งแต่จำความได้
CPU-Z โปรแกรมดูรายละเอียดโปรเซสเซอร์ที่ใช้มาตั้งแต่จำความได้

ผมแนะนำว่าก่อนที่จะโอเวอร์คล็อกนั้นให้ท่านผู้อ่านใช้ 2 โปรแกรมที่ว่าตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นเสียก่อน โดยเฉพาะค่าแรงดันไฟและอุณหภูมิที่เกิดขึ้นขณะใช้งาน เพื่อดูเป็นแนวทางว่าเราควรที่จะเร่งความเร็วเพิ่มขึ้นไปอีกเท่าไรจึงจะเหมาะสม เพราะอุณหภูมิอาจเกิดมาจากปัจจัยภายนอกด้วย เช่น อุณหภูมิห้อง และการไหลเวียนอากาศภายในเคส กฎง่ายๆ มีอยู่ว่า เราสามารถเร่งความเร็วเพิ่มเข้าไปได้อีกหากตัวชิพมีอุณหภูมิต่ำ แต่ในขณะเดียวกันตัวชิพก็สามารถรันที่อุณหภูมิสูงกว่าที่กำหนดได้หากมีค่าแรงดันไฟที่ไม่มากนัก แต่ถ้าเมื่อไรที่ทั้งค่าแรงดันไฟและอุณหภูมิสูงมากเกินไปล่ะก็ ตัวชิพอาจเกิดความเสียหายได้ครับ

ด้วยเหตุที่ว่าผมไม่ได้เลือกใช้ชุดระบายความร้อนที่วิเศษอะไรมากนัก ผมจึงเพิ่มแรงดันไฟไปอีกไม่มากเพียงร้อยละ 10 เพื่อความปลอดภัย ทำให้จากเดิมที่ค่าแรงดันไฟอยู่ที่ราว 1.104 โวลต์ ก็กลายมาเป็นราว 1.21 โวลต์

มาลงมือกันเลย!

เมื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับรายละเอียดต่างๆ แล้วก็ถึงเวลาลงมือกันได้ เริ่มจากการเข้าไปที่ BIOS แล้วก็เข้าไปปรับค่าแรงดันไฟให้เป็น 1.21 โวลต์ แล้วจึงเข้าไปปรับค่าตัวคูณให้เป็น 42 จึงทำให้ได้ความเร็วที่ 4.2GHz (42x100MHz BCLK = 4200MHz) จากนั้นก็เซฟค่าและรีบู๊ตเครื่องให้เข้าสู่ Windows เพื่อทดสอบความเสถียรต่อไป

สำหรับโปรแกรมที่ใช้ทดสอบความเสถียรนั้นก็ไม่มีกฎตายตัว แต่ผมเลือกที่จะใช้ Cinebench และ 3DMark โดยทดสอบหลายรอบติดต่อกันพร้อมกับวัดอุณหภูมิไปด้วย ซึ่งโดยทั่วไปแล้วอุณหภูมิที่เกิดขึ้นขณะใช้งาน Full Load ไม่ควรเกิน 80 องศาเซลเซียส แต่ขณะที่ทดสอบนั้นพบว่าอุณหภูมิอยู่ที่ราว 70 องศา ผมจึงตัดสินใจเร่งความเร็วเพิ่มขึ้นไปอีกด้วยวิธีการเดิม

CINEBENCHCH โปรแกรมสำหรบวัดประสิทธิภาพและความเสถียรของระบบที่ใช้งานได้ฟรี
CINEBENCHCH โปรแกรมสำหรบวัดประสิทธิภาพและความเสถียรของระบบที่ใช้งานได้ฟรี

คราวนี้ผมเปลี่ยนค่าตัวคูณไปที่ 48 ทำให้ได้ความเร็วสัญญาณนาฬิกาทั้งสิ้น 4.8GHz (4,800MHz) แต่เมื่อทดสอบดูปรากฏว่าระบบล่มไม่เป็นท่า เนื่องจากชุดระบายความร้อนที่ใช้ไม่ได้เป็นของเหลวที่อาจมีประสิทธิภาพดีกว่า ผมจึงไม่เพิ่มค่าแรงดันไฟให้มากขึ้นเพื่อทำให้ระบบเสถียร (เพราะเกรงว่าอุณหภูมิจะสูงเกิน) แต่ไปลดค่าตัวคูณให้เหลือ 46 เพื่อให้ได้ความเร็ว 4,600MHz (4.6GHz) และเมื่อทำการทดสอบก็พบว่าระบบสามารถทำงานได้เสถียรดี เบ็ดเสร็จแล้วผมได้ความเร็วที่เพิ่มขึ้นจากเดิมถึงกว่า 1GHz เลยทีเดียว

บทสรุป

ปัจจุบันการโอเวอร์คล็อกไม่จัดว่าเป็นเรื่องน่ากลัวอีกต่อไป เพราะผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ทั้งหลายทั้งปวงต่างใช้คุณสมบัตินี้เป็นจุดขายสินค้าของตนเป็นว่าเล่น ไม่ว่าจะเป็นโปรเซสเซอร์ที่ปลดล็อคตัวคูณ เมนบอร์ดที่รองรับการปรับแต่งได้อย่างเหลือเฟือ หรือการ์ดกราฟิกที่มีพัดลมระบายอากาศขนาดใหญ่เบิ้ม อีกทั้งขั้นตอนต่างๆ ก็ลดความยุ่งยากซับซ้อน ประกอบกับตัวฮาร์ดแวร์เองที่ได้รับการพัฒนาให้ใช้กระบวนการผลิตเล็กลง เป็นผลให้เกิดความร้อนน้อยลงไปด้วย จึงอาจกล่าวได้ว่าคงไม่มีฮาร์ดแวร์ยุคไหนที่เอื้อให้กับขาฮาร์ดคอร์มากเท่านี้

แต่การโอเวอร์คล็อกอย่างไรให้ระบบมีความเสถียรและใช้งานได้นานๆ ก็ยังนับว่าเป็นความท้าทาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งมือใหม่ที่ยังไม่เข้าใจเรื่องที่มาของความเร็วต่างๆ รวมทั้งการเลือกซื้ออุปกรณ์เสริมให้เหมาะสมกับความต้องการ ก็หวังว่าบทความนี้จะช่วยไขข้อข้องใจได้ในระดับหนึ่งนะครับ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s