AMD Richland: เอพียูใหม่ รุ่มรวยด้วยความแรง!

head

บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ครั้งแรกในนิตยสาร Future Gamer ฉบับที่ 205 ประจำเดือนพฤศจิกายน 2556

เมื่อปีที่แล้ว AMD ได้เปิดตัวเอพียู Trinity ซึ่งเป็นรุ่นที่ได้รับการพัฒนามาจาก Llano ที่เป็นเอพียูรุ่นแรกๆ ที่เราสามารถหาซื้อมาใช้งาน ถึงแม้ว่าประสิทธิภาพของ Trinity จะจัดว่าอยู่ในระดับปานกลางเมื่อเทียบกับของคู่แข่ง แต่ความแรงด้านกราฟิกของตัวชิพนั้นกลับสามารถเอาชนะได้อย่างขาดลอย จึงทำให้ Trinity คือเอพียูที่เหมาะกับผู้ต้องการคอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพดีสำหรับมาใช้งานเพื่อความบันเทิงหรือใช้งานทั่วไป แต่สำหรับเกมเมอร์ขาฮาร์ดคอร์ก็ยังคงต้องซื้อการ์ดกราฟิกแยกเพื่อประสบการณ์รับชมภาพสวยงามสูงสุด

มาในปีนี้ AMD ได้ปล่อยเอพียูรุ่นใหม่ออกมาอีกครั้งภายใต้ชื่อ Richland ซึ่งโมเดลบนสุด หรือ A10-6800K นั้นมีความเร็วมากถึง 4.1GHz และสามารถเพิ่มไปได้ถึง 4.4GHz ในโหมดเทอโบ ส่วนแกนประมวลผลก็ยังคงใช้ Piledriver เช่นเดียวกับ Trinity โดยได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นเล็กน้อย ส่วนแกนประมวลผลกราฟิกภายในก็ได้รับการปรับปรุงให้เป็นรุ่นใหม่ เพื่อตอบสนองการใช้งานพีซีในปัจจุบันที่มีความหลากหลายขึ้นนั่นเอง

ขอต้อนรับสู่ Richland ดินแดนอันรุ่มรวย!?

ข้อมูลจาก AMD เปรียบเทียบเอพียูทั้ง 3 รุ่น จะเห็นได้ว่า Richland มีประสิทธิภาพดีกว่า Trinity จริง แต่ไม่มากนัก
ข้อมูลจาก AMD เปรียบเทียบเอพียูทั้ง 3 รุ่น จะเห็นได้ว่า Richland มีประสิทธิภาพดีกว่า Trinity จริง แต่ไม่มากนัก

หลายคนที่ปัจจุบันเป็นเจ้าของชิพ Llano หรือ Trinity อยู่คงเกิดความสงสัยว่า เจ้าทายาทเอพียูรุ่นที่สามนี้มันมีดีอะไร? คำตอบสั้นๆ คือโดยทั่วไปแล้ว Richland แทบไม่มีอะไรแตกต่างไปจาก Trinity เลย เพราะสถาปัตยกรรมภายในก็ใช้ Piledriver เหมือนกัน ใช้กระบวนการผลิต 32 นาโนเมตร เหมือนกัน แถมยังใช้ซ็อกเก็ต FM2 เหมือนกันอีกด้วย โดยผลการทดสอบประสิทธิภาพทั่วไปพบว่า Richland มีประสิทธิภาพดีกว่าราวร้อยละ 5-10 เท่านั้น

แต่ว่าสิ่งที่ AMD ได้เสริมเขี้ยวเล็บให้กับ Richland เพื่อสร้างความแตกต่างเมื่อเทียบกับ Trinity อย่างเห็นได้ชัดนั่นคือแกนประมวลผลกราฟิกภายในที่ได้รับการอัปเกรดไปใช้ซีรีส์ Radeon 8000 แทนที่ 7000 (ใน Trinity) และ 6000 (ใน Llano) จึงทำให้ประสิทธิภาพด้านการประมวลผลกราฟิกดีขึ้นยิ่งกว่า นอกจากนี้ในส่วนของวงจรควบคุมหน่วยความจำ DDR3 ก็ได้รับการอัปเกรดให้รองรับได้ที่ความเร็วสูงสุด 2133MHz (เฉพาะรุ่น A10-6800K เท่านั้น ส่วนรุ่นอื่นยังรองรับที่ความเร็ว 1866MHz) ความเร็วที่มากขึ้นนี้หมายความว่าคอขวดที่จะเกิดขึ้นขณะรับส่งข้อมูลก็จะลดน้อยลงด้วย

แกนประมวลผลกราฟิกใหม่มีดีอย่างไร?

แม้ว่า Richland จะมีประสิทธิภาพการประมวลผลกราฟิกดีขึ้น แต่ AMD เองก็แนะนำให้ใช้งานร่วมกับการ์ดกราฟิกแยกเพื่อประสิทธิภาพที่แรงกว่า
แม้ว่า Richland จะมีประสิทธิภาพการประมวลผลกราฟิกดีขึ้น แต่ AMD เองก็แนะนำให้ใช้งานร่วมกับการ์ดกราฟิกแยกเพื่อประสิทธิภาพที่แรงกว่า

ผู้ที่ชอบงัดแงะประกอบคอมพิวเตอร์สมัยก่อนน่าจะพอคุ้นกับคำว่า “การ์ดจอออนบอร์ด” หรือชิพกราฟิกที่ติดมาพร้อมกับตัวเมนบอร์ดกันมาบ้าง ซึ่งก็มักมีชื่อเสีย(ง)ในแง่ประสิทธิภาพที่ไม่ได้เรื่อง และไม่เหมาะจะนำมาใช้ทำอย่างอื่นนอกจากเปิดเครื่องให้ติด แม้ว่าในปัจจุบันชิพกราฟิกที่ว่าจะถูกโยกมาไว้ในตัวโปรเซสเซอร์แทบทั้งหมดแล้ว แต่กระทั่งรุ่นใหม่อย่าง Haswell ของ Intel นั้นก็ยังมีประสิทธิภาพการประมวลผลกราฟิกที่ไม่น่าพอใจอยู่ดี สิ่งที่ AMD พยายามทำมาโดยตลอดกับชิพเอพียูของตนก็คือปรับปรุงส่วนประมวลผลกราฟิกให้มีคุณภาพดีขึ้นเรื่อยๆ เผื่อว่าจะสามารถใช้งานแทนการ์ดกราฟิกแยกได้สักวันหนึ่งในอนาคต

และกับเอพียู Richland นี้ก็เช่นกัน แม้ว่า Shader Cores จะมีปริมาณมากพอๆ กับที่อยู่ใน Trinity แต่โครงสร้างได้ถูกเปลี่ยนมาใช้ Radeon 8000 ที่มีประสิทธิภาพดีกว่า และได้รับการอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีใหม่มากมาย ไม่ว่าจะเป็น DirectX 11 และ UVD3 ที่รองรับการเล่นไฟล์ภาพยนตร์ Full HD และ 3D Blu-ray ได้อย่างเต็มที่ รวมทั้งยังมีตัวเข้ารหัส H.264 ซึ่งทำหน้าที่เหมือนกับ Quick Sync ของ Intel สำหรับการต่อออกจอมอนิเตอร์นั้น เบื้องต้นก็รองรับการต่อออกจอพร้อมกัน 2 จอ โดยสามารถใช้งานร่วมกับพอร์ต HDMI, DVI, DisplayPort หรือกระทั่ง VGA

Turbo Core 3.0 : แรงติดเทอโบยกกำลังสาม!

แน่นอนว่าคุณลักษณะเด่นของเอพียู AMD ที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้เลยก็คือ Turbo Core ที่ตอนนี้ได้รับการพัฒนามาเป็นเวอร์ชัน 3.0 โดยมีหลักการทำงานพื้นฐานคืออัลกอริธึมภายในตัวชิพจะทำหน้าที่ตรวจสอบกำลังงาน (threaded workload) แรงดันไฟ และอัตราการใช้พลังงานของเอพียู ณ ตอนนั้น แล้วนำมาวิเคราะห์เพื่อเพิ่มความเร็วตามความเหมาะสม ยกตัวอย่างเช่น หากเรากำลังใช้ฟิลเตอร์ใน Photoshop เพิ่มความสวยงามให้กับภาพซึ่งต้องใช้กำลังจากซีพียูมาก ระบบก็จะไปเพิ่มความเร็วในส่วนดังกล่าว แต่หากเรากำลังใช้โปรแกรมที่กินกำลังกราฟิกมากกว่า ระบบก็อาจเข้าไปลดความเร็วซีพียูลงแล้วไปเพิ่มความเร็วในส่วนของกราฟิกแทน เป็นต้น

ชิพเซ็ต A85 และซ็อกเก็ต FM2 : คู่หูที่คู่ควร

แพลตฟอร์มเอพียูแห่งปี 2013
แพลตฟอร์มเอพียูแห่งปี 2013

แม้ว่าชิพเอพียูของ AMD จะยก Northbridge เข้าไปไว้อยู่ภายในเป็นที่เรียบร้อย แต่ระบบยังคงต้องการชิพ Southbridge เพื่อควบคุมการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอกอยู่ดี แต่เพื่อความเก๋ไก๋ AMD จึงได้เปลี่ยนชื่อเรียกมาเป็น Fusion Controller Hub (FCH) แทน ปัจจุบันมีชิพ FCH อยู่สามรุ่นรองรับการใช้งานร่วมกับซ็อกเก็ต FM2 ที่รองรับ Richland ซึ่งก็คือชิพ A55, A75 และ A85X แต่ในที่นี้จะขอกล่าวถึง A85X อย่างเดียวเพราะเป็นรุ่นที่รองรับคุณสมบัติต่างๆ มากที่สุด

จุดเด่นของ A85X ก็คือรองรับการต่อการ์ดกราฟิก PCI Express ที่ความเร็ว 16x ได้ 1 ตัว หรือ 2 ตัว เชื่อมด้วยกันผ่านทาง CrossFire ที่ความเร็ว 8x นอกจากนี้ก็ยังรองรับพอร์ต SATA 6Gb/s ได้มากถึง 8 ช่อง USB3.0 4 ช่อง และ USB2.0 10 ช่อง เท่านี้ก็น่าจะพอเดาได้ว่าระบบที่ใช้ Richland จะมีความพร้อมในการรองรับอุปกรณ์ต่างๆ มากขนาดไหน

แล้วมีรุ่นอะไรให้เลือกซื้อบ้าง?

เอพียู Richland 5 รุ่นแรกที่ได้รับการเปิดตัวพร้อมกัน
เอพียู Richland 5 รุ่นแรกที่ได้รับการเปิดตัวพร้อมกัน

ขณะที่ผมเขียนบทความอยู่นั้น AMD ได้วางจำหน่ายเอพียู Richland ทั้งหมด 5 รุ่นด้วยกัน เริ่มจากรุ่น A10-6800K ซึ่งเป็นรุ่นท็อปสุดและออกมาแทนที่ A10-5800K หรือ Trinity ที่ออกมาเมื่อปีที่แล้ว โดยมีความแตกต่างหลักก็คือความเร็วเริ่มต้นที่เพิ่มขึ้นเป็น 4.1GHz จากเดิม 3.8GHz ส่วนความเร็วในโหมดเทอโบก็เพิ่มเป็น 4.4GHz จากเดิม 4.2GHz ส่วนแกนประมวลผลกราฟิกภายในก็เปลี่ยนมาใช้ Radeon 8670D ตามที่กล่าวไปนั่นเอง

ส่วนรุ่นรองลงมาก็คือ A10-6700 ซึ่งออกมาแทนที่ A10-5700 โดยมีความแตกต่างคือความเร็วที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย พร้อมกับแกนประมวลผลกราฟิกภายในที่เปลี่ยนมาใช้ Radeon 8670D เช่นเดียวกับรุ่นท็อปและรองรับความเร็วแรม DDR3 ที่ 1866MHz สำหรับรุ่นรองลงมาอีกอย่าง A8-6600K และ A8-6500 นั้นก็ใช้แกนกราฟิก Radeon 8570D ที่มี Shader Cores 256 หน่วย แต่รุ่น A8-6500 นั้นจะวิ่งที่ความเร็ว 800MHz และรุ่นสุดท้าย A6-6400K นั้นจะมีแกนประมวลผลเพียง 2 แกน เท่านั้น และใช้แกนกราฟิก Radeon 8470D ที่มี Shader Cores 192 หน่วย ซึ่งน้อยกว่าใครเขา ประสิทธิภาพจึงอาจไม่ดีเท่ารุ่นอื่น แต่ก็จะมีราคาที่ถูกกว่าด้วยเช่นกัน อ้อ… ผมลืมบอกไปครับว่ารุ่นที่ลงท้ายด้วย K จะได้รับการปลดล็อคตัวคูณมาแล้ว จึงทำการโอเวอร์คล็อกได้ง่ายกว่าครับ

สรุป

แม้ว่า Richland จะไม่ได้มีอะไรที่หวือหวาหรือแตกต่างไปจาก Trinity ซึ่งออกมาเมื่อปีที่แล้วมากนัก เพราะโครงสร้างโดยรวมของตัวชิพแทบจะเหมือนกันทุกอย่าง โดยมีแต่แกนกราฟิกเท่านั้นทีเปลี่ยนแปลงไป แต่อย่างน้อยก็ได้แสดงให้เห็นถึงความพยายามที่ไม่หยุดยั้งของ AMD ในการที่จะทำให้ชิพเอพียูติดตลาด ทั้งนี้ ผลการทดสอบพบว่าประสิทธิภาพโดยรวมของ Richland ไม่ได้ห่างจาก Trinity มากนัก ใครที่ใช้ Trinity อยู่แล้วก็คงไม่ต้องอัปเกรดให้เสียสตางค์ สำหรับเกมเมอร์นั้น Richland คงไม่ใช่ชิพสำเร็จรูปที่พร้อมรองรับเกมแรงๆ ได้โดยไม่ต้องซื้อการ์ดกราฟิกเพิ่ม เพราะผลการทดสอบพบว่าเฟรมเรทที่ได้ยังมีค่าไม่มากพอที่จะเล่นเกมกราฟิกสวยๆ ได้อย่างลื่นไหล ผมจึงแนะนำให้หันไปใช้ AMD FX คู่กับการ์ดจอแยกจะเหมาะสมกว่า แต่สำหรับใครที่ต้องการคอมพิวเตอร์ใช้งานทั่วไปหรือเล่นเกมออนไลน์นิดหน่อย Richland ก็เหมาะสมเป็นอย่างยิ่งด้วยราคาที่ไม่แพงและรองรับฟังชันการใช้งานที่ครบครันครับ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s