G-Sync: เทคโนโลยีเกมพลิกโลก

head

บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ครั้งแรกในนิตยสาร Future Gamer ฉบับที่ 206 ประจำเดือนธันวาคม 2556

ช่วงที่ผ่านมาเราได้เห็นการฟาดฟันระหว่าง NVIDA และ AMD สองค่ายชิพกราฟิกยักษ์ใหญ่ที่ต่างฝ่ายต่างพัฒนาชิพรุ่นใหม่ๆ ออกมาดูดเงินในกระเป๋าเราทุกปี แน่นอนว่าสิ่งที่ผู้ผลิตทั้งสองต่างยัดเยียดให้กับชิพรุ่นใหม่ของตนก็คือประสิทธิภาพและความสามารถที่มากขึ้น จึงทำให้ที่ผ่านมาการตัดสินว่าชิพรุ่นไหนดีกว่าก็จะขึ้นกับเฟรมเรทที่สามารถทำได้ขณะเล่นเกมโหดๆ หรือการรองรับลูกเล่นกราฟิกใหม่ๆ ที่ทำให้ภาพในเกมเหมือนโลกแห่งความเป็นจริงเข้าไปทุกวัน

เชื่อว่าเกมเมอร์ขาฮาร์ดคอร์คงรู้ดีว่าการจะเล่นเกมให้ได้อรรถรสที่แท้จริงนั้นไม่ได้อยู่ที่เฟรมเรทที่ไหลลื่นอย่างเดียว แต่ยังอยู่ที่ประสิทธิภาพในการแสดงผลของหน้าจอซึ่งต้องสามารถทำได้ไม่ติดขัด ปราศจากอาการหน่วงหรือแล็กที่อาจทำให้เราพลาดการเด็ดหัวศัตรูที่อยู่ตรงหน้าไปอย่างน่าเสียดาย ปัญหาดังกล่าวไม่ได้เกิดมาจากการกระตุกเพราะเฟรมเรทตกเสมอไป แต่ยังเกิดมาจากการเรนเดอร์ภาพบนหน้าจอที่ไม่สัมพันธ์กับการ์ดกราฟิกด้วย ดังที่จะอธิบายต่อไปครับ

ปัญหาจากเมื่อวันวาน

หลายท่านคงทราบดีจากการอ่านสเปคว่า จอมอนิเตอร์ส่วนใหญ่ที่วางขายในตลาดจะสามารถสร้างภาพใหม่ได้ในอัตราความเร็ว (refresh rate) 60 ครั้งต่อวินาที หรือ 60Hz ซึ่งเป็นมรดกตกทอดมาตั้งแต่สมัยคุณพ่อเรายังใช้จอมอนิเตอร์ CRT บวมๆ สีครีมโน่น ซึ่งในตอนนั้นเราจำเป็นต้องตั้งค่า refresh rate บนการ์ดกราฟิกให้สัมพันธ์กับที่จอภาพรองรับ เพราะไม่เป็นเช่นนั้นจอก็จะแสดงผลผิดเพี้ยนหรือจอดำไปเลย แต่ในขณะที่จอมอนิเตอร์มี refresh rate คงที่ตลอดเวลา การ์ดกราฟิกของเรากลับไม่เป็นเช่นนั้น เพราะการ์ดจอของเราอาจมีความสามารถในการเรนเดอร์เฟรมเรทในฉากไม่คงที่เสมอไป อาจมากบ้างหรือน้อยบ้างขึ้นอยู่กับปริมาณวัตถุและความซับซ้อนของเอ็ฟเฟ็คภาพขณะนั้น

ทีนี้ผู้ใช้ก็มีทางเลือกอยู่ 2 ทาง ทางแรกคือไม่ต้องไปสนใจค่า refresh rate ใดๆ ทั้งสิ้น และปล่อยให้การ์ดกราฟิกทำการเรนเดอร์ภาพในอัตราเฟรมเรทได้สูงกว่าค่า refresh rate ของจอมอนิเตอร์ (เช่น การ์ดจอทำเฟรมเรทได้ 120FPS ขณะที่จอมอนิเตอร์มีค่า refresh rate 60Hz) ซึ่งหลายคนคงรู้จักวิธีการนี้ในชื่อของ V-Sync Off แต่ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นคือ “ภาพฉีก” ตามแนวนอน ซึ่งอาจก่อให้เกิดความรำคาญและลดทอนประสบการณ์สุดยอดขณะเล่นเกม แต่ข้อดีก็คือเกมการเล่นที่ไหลลื่นและไม่เกิดปัญหาภาพสะดุด ส่วนอีกทางเลือกหนึ่งก็คือเปิดการใช้งานลูกเล่นดังกล่าวหรือที่เรียกว่า V-Sync On ซึ่งจะส่งผลให้ระบบไปปรับค่าเฟรมเรทที่การ์ดจอทำได้ให้เหลือเท่ากับค่า refresh rate ของจอมอนิเตอร์ ข้อดีคืออาการภาพฉีกจะหายไป แต่หากเมื่อใดเฟรมเรทที่การ์ดจอทำได้เหลือน้อยกว่าค่า refresh rate ของจอมอนิเตอร์ล่ะก็ อาการหน่วงและแล็กจะเกิดขึ้นทันที และที่สำคัญมากสำหรับนักเล่นเกมอาชีพคืออาจเกิด input lag หรืออาการที่จอมอนิเตอร์มีความไวในการตอบสนองคำสั่งที่ผู้ใช้ป้อนเข้าไปไม่สัมพันธ์กับความเป็นจริง เช่นการสั่งเคลื่อนเมาส์ หรือการกดเตะต่อยในเกมต่างๆ ทำให้อาจเกิดปัญหาในการเล่นเกมที่ต้องการตอบสนองจากผู้เล่นอย่างฉับไว อาทิ เกมเดินหน้ายิง หรือเกมต่อสู้ที่ผู้เล่นต้องออกท่าคอมโบ เป็นต้น

ตัวอย่างปัญหาภาพฉีกตามที่ลูกศรชี้
ตัวอย่างปัญหาภาพฉีกตามที่ลูกศรชี้

และที่แย่กว่านั้นก็คือ ผู้เล่นบางคนยังประสบปัญหาเมื่อยล้าสายตา ปวดหัว และไมเกรน เมื่อต้องเล่นเกมขณะที่เกิดอาการสะดุดดังกล่าว NVIDIA ได้พยายามแก้ปัญหานี้ด้วยการคิดค้นเทคโนโลยี Adaptive V-Sync ที่จะไปปลดล็อคเฟรมเรทไม่ให้มีค่าคงที่เมื่อการ์ดจอทำเฟรมเรทได้ต่ำเพื่อไม่ให้เกิดอาการภาพสะดุด และจะเริ่มล็อคเฟรมเรทไม่ให้มีค่าเกิน refresh rate ของจอมอนิเตอร์อีกครั้งเมื่อการ์ดจอสามารถทำค่าเฟรมเรทได้สูงเพื่อขจัดปัญหาภาพฉีก แต่วิธีการนี้ไม่ใช่ทางออกอย่างแท้จริงเพราะปัญหาความไม่สอดคล้องกันของจอมอนิเตอร์กับการ์ดจอและ input lag ยังอยู่นั่นเอง

G-Sync: มิติใหม่ของการเล่นเกม

นี่ล่ะครับ แผงวงจร G-Sync ที่จะช่วยเปิดมิติการเล่นเกมของเราให้ใหลลื่นขึ้น
นี่ล่ะครับ แผงวงจร G-Sync ที่จะช่วยเปิดมิติการเล่นเกมของเราให้ใหลลื่นขึ้น

จากที่กล่าวไปจะเห็นได้ว่าต้นตอของปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือ ขณะที่จอมอนิเตอร์แสดงผลภาพที่ค่า refresh rate คงที่ แต่การ์ดกราฟิกของเรากลับทำงานตรงกันข้าม แถมการที่จะมาบังคับการ์ดจอสุดแรงของเราให้มาทำงานสัมพันธ์กับจอมอนิเตอร์ด้วยการเปิด V-Sync ก็ไม่ใช่ทางออกที่เข้าท่านัก ทางแก้ปัญหาก็คือต้องทำให้จอมอนิเตอร์ทำงานสัมพันธ์กับการ์ดจอของเราด้วยการทำให้ค่า refresh rate มีความยืดหยุ่นตลอดเวลา สอดคล้องกับการเล่นเกมของเรา เพื่อเป็นการตอบโจทย์นี้ NVIDIA จึงได้คิดค้นเทคโนโลยี G-Sync ขึ้นมา ซึ่งจะมีรูปร่างเหมือนกับแผงวงจรเล็กๆ เชื่อมต่อกับมอนิเตอร์เพื่อทำหน้าที่ปรับเปลี่ยน refresh rate ของจอมอนิเตอร์ให้เท่ากับอัตราเฟรมเรทที่การ์ดจอทำได้ในตอนนั้น ภาพที่เรนเดอร์จึงถูกแสดงผลบนหน้าจอทันที ผลที่ได้คือเกมการเล่นที่ลื่นไหลและภาพที่คมชัดปราศจากอาการฉีกนั่นเอง

จอมอนิเตอร์ที่ได้รับการติดตั้ง G-Sync
จอมอนิเตอร์ที่ได้รับการติดตั้ง G-Sync

แม้ว่าจะเพิ่งได้รับการเปิดตัว แต่ NVIDIA ให้คำมั่นว่าภายในต้นปีหน้าเราจะได้เห็นจอมอนิเตอร์รุ่นใหม่ๆ จากค่ายดังอย่าง ASUS, BenQ, Phillips และ ViewSonic ที่รองรับลูกเล่นนี้ออกมาให้ซื้อหาเป็นเจ้าของ สำหรับจอมอนิเตอร์ปัจจุบันที่ผู้ใช้สามารถอัปเกรด G-Sync ได้ก็คือ ASUS VG248QE แต่อาจต้องใช้ความสามารถทางเทคนิคเล็กน้อย และขณะที่ผมเขียนบทความอยู่นี้เจ้าแผง G-Sync ยังไม่มีวางขายแต่อย่างใด อ้อ… เกือบลืมไปครับว่าผู้ใช้ต้องมีการ์ดจอ NVIDIA Geforce GTX 650 Ti Boost หรือดีกว่าพร้อมด้วยระบบปฏิบัติการ Windows 7 เป็นต้นไปด้วยนะครับ จึงจะสามารถใช้ได้ สำหรับเกมที่ประกาศออกมาว่ารองรับกับลูกเล่นนี้ร้อยเปอร์เซ็นต์ก็คือ Assassin’s Creed IV Black Flag, Batman: Arkham Origins, Call of Duty: Ghosts และ Watch Dogs แต่ก็เชื่อว่าถ้าเทคโนโลยีได้รับการนำไปใช้อย่างกว้างขวางก็จะต้องมีเกมรองรับเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

ตารางเปรียบเทียบสเปคจอมอนิเตอร์ ASUS VG248QE เวอร์ชันธรรมดา และที่ติดตั้ง G-Sync แล้ว เห็นได้ค่า G-Sync Refresh Rates ของตัวหลังจะวิ่งระหว่าง 30-144Hz
ตารางเปรียบเทียบสเปคจอมอนิเตอร์ ASUS VG248QE เวอร์ชันธรรมดา และที่ติดตั้ง G-Sync แล้ว เห็นได้ค่า G-Sync Refresh Rates ของตัวหลังจะวิ่งระหว่าง 30-144Hz

สรุป

แน่นอนว่าความใฝ่ฝันสูงสุดของเกมเมอร์ทุกคนก็คือการที่จะได้เล่นเกมกราฟิกสวยๆ ภายใต้เฟรมเรทที่ลื่นไหล แต่ที่ผ่านมาเกมเมอร์ก็มักถูกบังคับให้ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งเพราะเทคโนโลยียังพัฒนาไปไม่ถึง แต่ด้วย G-Sync เกมเมอร์จึงมีตัวเลือกมากขึ้น โดย NVIDIA กล่าวว่านอกจากจะทำให้ภาพในเกมดูสวยงามและมีความต่อเนื่องมากขึ้นด้วยการกำจัดปัญหาภาพฉีกแล้ว ผู้เล่นเกมมือโปรที่ทุกคลิกเป็นเงินเป็นทองก็จะต้องชื่นชอบเพราะปัญหา input lag จะไม่เกิดขึ้นอีกต่อไป ทำให้สามารถสังหารศัตรูได้เร็วทันใจสั่งมายิ่งขึ้น สิ่งที่เหลืออยู่ในตอนนี้ก็คือรอให้เจ้า G-Sync นี้ออกวางตลาด แล้วหากได้ลองของจริงเมื่อไรผมจะนำความรู้สึกมาเล่าสู่กันฟังแน่นอนครับ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s