AMD Radeon R9 295X2: การ์ดโคตรเทพ แรงยกกำลังสอง!

head

บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ครั้งแรกในนิตยสาร Future Gamer ฉบับที่ 212 ประจำเดือนมิถุนายน 2557

อากาศในบ้านเราช่วงที่ผ่านมาเรียกได้ว่าร้อนแทบลุกเป็นไฟ หลายคน (รวมทั้งผมด้วยนะ) จึงเลือกที่จะหาความสุขง่ายๆ ที่บ้านด้วยการเล่นเกมที่ชอบแทนที่จะออกไปเดินตากแดดให้ตัวเกรียมเล่น แต่จะด้วยเหตุบังเอิญหรืออย่างไรก็ไม่ทราบที่ AMD ก็ได้เปิดการ์ดกราฟิกสุดร้อนแรงออกมาด้วยเช่นกันหลังจากที่มีข่าวลือมานาน ซึ่งการ์ดตัวนั้นก็คือ Radeon R9 295X2 ที่ผมจะแนะนำให้เพื่อนๆ รู้จักในวันนี้

ต้องยอมรับว่า AMD ประสบความสำเร็จกับชิพกราฟิกล่าสุดอย่าง Radeon R9 ค่อนข้างมาก เพราะตัวการ์ดมีประสิทธิภาพดีเทียบเท่าคู่แข่ง อีกทั้งยังมีคุณสมบัติ Mantle ที่ทำให้เล่นเกมที่รองรับได้ไหลลื่นขึ้น เช่นเดียวกับชิพกราฟิก Radeon HD7990 ที่วางจำหน่ายเมื่อปีที่แล้ว ในวันนี้ AMD ได้จับรุ่นท็อปสุดของซีรีส์ นั่นคือ R9 290X 2 ตัวมาประกบคู่บนแผงวงจรเดียวกัน เพื่อหวังจะได้ครองตำแหน่งแชมป์ความแรงของวงกาส่งผลให้ชิพนี้มีคุณสมบัติต่างๆ ที่น่าประทับใจ ไม่ว่าจะเป็นปริมาณทรานซิสเตอร์ที่มากถึง 12.4 พันล้านตัว ปริมาณ Stream Processors ที่มากถึง 5632 ตัว กำลังในการประมวลผลที่สูงถึง 11.5 TFLOPS แรม GDD5 8GB และอินเทอร์เฟสหน่วยความจำ 512 บิตชนิดคู่ ซึ่งเมื่อรวมกันแล้วทำให้มีปริมาณแบนวิธของหน่วยความจำมากถึง 640GB/s แต่ที่เห็นเตะตามากที่สุดก็คงหนีไม่พ้นชุดระบายความร้อนด้วยของเหลว ซึ่งถ้าผมจำไม่ผิดนับว่าเป็นการ์ดตัวแรกที่มีความแรงขนาดต้องแถมหม้อน้ำมาให้ด้วยในกล่อง

ผ่าสเปค!

แน่นอนว่าหากขึ้นชื่อว่าเป็นการ์ดชิพคู่แล้วก็ต้องมีรูปร่างที่ใหญ่เป็นพิเศษ โดยเมื่อจับไม้บรรทัดมาวัดดูก็จะพบว่าการ์ดตัวนี้มีความยาว 30 เซนติเมตร หรือ 1 ไม้บรรทัดพอดี เนื่องจากโครงสร้างของตัวการ์ดส่วนใหญ่ทำมาจากโลหะ จึงทำให้สิ่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษก็คือน้ำหนักที่มาก ซึ่งหากติดตั้งไม่ดีพอก็มีสิทธิทำเมนบอร์ดงอเอาได้ง่ายๆ

สเปค AMD Radeon R9 295X2 เมื่อเทียบกับรุ่นอื่น
สเปค AMD Radeon R9 295X2 เมื่อเทียบกับรุ่นอื่น

ตรงกลางการ์ดกราฟิกจะมีพัดลมสีแดงขนาดใหญ่สวยสะดุดตา แต่เชื่อหรือไม่ครับว่าพัดลมตัวนี้ไม่ได้ทำหน้าที่ระบายความร้อนออกจากตัวชิพกราฟิก แต่จะระบายความร้อนแรงออกมาจากแรม GDDR5 และส่วนควบคุมการจ่ายไฟของตัวการ์ด เมื่อเอ่ยถึงชิพกราฟิกก็อดพูดถึงความแรงของมันไม่ได้ โดยเมื่อกางสเปคดูก็จะพบว่าชิพกราฟิกมีความเร็วที่ราว 1GHz ซึ่งก็พอๆ กับ Radeon R9 290X แต่การทำงานจริงจะมีเงื่อนไขว่าหากอุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นถึง 95 องศาเซลเซียสแล้วล่ะก็ ระบบจะลดความเร็วลงเพื่อไม่ให้การ์ดควันออกซะก่อน

รูปร่างของการ์ดที่ประกบคู่กับหม้อน้ำแล้ว
รูปร่างของการ์ดที่ประกบคู่กับหม้อน้ำแล้ว

ในส่วนของหน่วยความจำก็น่าประทับใจไม่แพ้กัน โดยเมื่อดูสเปคจะพบว่าความเร็วในส่วนนี้ยังอยู่ที่ 1250MHz และมีอัตราการรับส่งข้อมูลที่ 5.0Gbps ซึ่งเท่ากับชิพ R9 290X แต่สิ่งที่การ์ดตัวนี้มีความเหนือกว่าก็คือปริมาณแรมที่มีมาให้มากถึง 8GB และอินเทอร์เฟสหน่วยความจำที่ 512 บิต x2 เพราะต้องทำงานร่วมกับชิพ 2 ตัวภายในการ์ด ด้วยปริมาณแรมที่มากและอัตราการรับส่งข้อมูลที่รวดเร็วจึงทำให้การ์ดตัวนี้พร้อมใช้เล่นเกมความละเอียด Ultra HD (4K) หรือไม่เช่นนั้นก็ต่อออกจอมอนิเตอร์สัก 2 หรือ 3 ตัวให้มันสะใจไปเลย

ดับร้อนด้วยน้ำ เลี้ยงด้วยไฟ

เช่นเดียวกับร่างกายมนุษย์ สิ่งที่ใช้ในการคลายร้อนให้กับคอมพิวเตอร์นั้นก็หนีไม่พ้นลมเย็นๆ หรือสาดน้ำเสียให้ชุ่ม แต่เนื่องจากเราคงไม่สามารถหยิบน้ำจากตู้เย็นมาสาดกับตัวการ์ดได้ตรงๆ AMD จึงได้ร่วมมือกับ asetek ผู้ผลิตชุดระบายความร้อนชื่อดังที่นักประกอบเครื่องน่าจะรู้จักเป็นอย่างดี ในการพัฒนาชุดระบายความร้อนด้วยของเหลวให้กับการ์ดชิพคู่สุดร้อนแรงนี้โดยเฉพาะ

โครงสร้างของการ์ดเมื่อจับแยกส่วน จะเห็นบล็อกน้ำคู่จาก asetek อย่างชัดเจน
โครงสร้างของการ์ดเมื่อจับแยกส่วน จะเห็นบล็อกน้ำคู่จาก asetek อย่างชัดเจน

ช่วงสองสามปีที่ผ่านมาเราได้เห็นปรากฏการณ์ที่นักประกอบคอมพิวเตอร์หันมาใช้ชุดระบายความร้อนด้วยของเหลวกันมากขึ้น เพราะราคาที่ถูกลงและมีไม่น้อยที่มาในลักษณะครบชุดพร้อมติดตั้งได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องกังวลของเหลวจะรั่วจากท่ออีกต่อไป ชุดที่ติดมากับการ์ดตัวนี้ก็เช่นกันที่ประกอบไปด้วยบล็อคน้ำคู่ประกบติดกับตัวชิพ โดยที่จะมีสายโยงออกจากตัวการ์ดไปยังหม้อน้ำ (Radiator) ที่ติดอยู่ภายในเคส พัดลมที่ติดบนหม้อน้ำมีขนาดใหญ่มากถึง 120 มิลลิเมตร ทำให้โดยรวมแล้วในส่วนของหม้อน้ำจะมีความหนาทั้งสิ้นร่วม 7 เซนติเมตรเลยทีเดียว เรียกได้ว่าใหญ่ทั้งการ์ดและชุดระบายความร้อน ใครอยากหามาเป็นเจ้าของก็คงต้องหาเคสใหญ่ๆ มาทำเป็นบ้านให้อยู่สบายๆ แล้วล่ะ

แน่นอนว่าการ์ดระดับนี้ย่อมต้องเลี้ยงด้วยปริมาณไฟที่มากเป็นพิเศษ สเปคของการ์ดตัวนี้ระบุว่าต้องการไฟที่มากถึง 500 วัตต์ จึงทำให้ PSU ที่ใช้นั้นควรต้องมีกำลังวัตต์อย่างน้อย 1000 หรือ 1200 วัตต์ จึงจะปลอดภัย และต้องการหัวจ่ายไฟขนาด 8 พินเพิ่มอีกสองหัวอีกด้วย แต่เพื่อเป็นการปลอดภัยไว้ก่อนก็แนะนำให้เข้าไปที่เว็บไซต์ของ AMD เพื่อตรวจสอบรุ่นของ PSU ที่รองรับจะดีกว่าครับ

ทดสอบประสิทธิภาพ

กล่องบรรจุตัวการ์ดที่ AMD ส่งไปให้สื่อมวลชนทดสอบ ราวกับกระเป๋ากดปุ่มระเบิดนิวเคลียร์
กล่องบรรจุตัวการ์ดที่ AMD ส่งไปให้สื่อมวลชนทดสอบ ราวกับกระเป๋ากดปุ่มระเบิดนิวเคลียร์

ผลการทดสอบจากสื่อหลายสำนักต่างชี้ไปในทางเดียวกันว่า การ์ดตัวนี้มีประสิทธิภาพที่น่าประทับใจสุดๆ โดยสามารถทำคะแนนผลการทดสอบได้ใกล้เคียงกับ Radon R9 290X หรือ GeForce GTX780 Ti 2 ตัวประกบคู่กันเลยทีเดียว ซึ่งก็ไม่หลีกหนีไปจากความคาดหมายมากนัก แต่การใช้การ์ดตัวนี้จะมีข้อดีนั่นก็คือไม่ต้องเสียช่องเสียบ PCIe เพิ่มอีกช่องหนึ่งนั่นเอง

ตัวการ์ดสามารถทำคะแนนผลการทดสอบกับโปรแกรม 3DMark 2013 Fire Strike ไปได้ราว 15500 แต้ม ซึ่งมากกว่าผลคะแนนที่ได้จากการ์ด Radeon R9 290X และ GeForce GTX 780 Ti ถึงกว่าเท่าตัว ส่วนกับโปรแกรม 3DMark 11 ที่โหมด Performance ก็สามารถทำคะแนนได้สูงถึง 20000 แต้ม เรียกได้ว่ามากที่สุดเท่าที่เคยเห็นมาเลยทีเดียว

นอกจากนี้ก็ยังทำคะแนนในส่วนของการเล่นเกมจริงได้น่าประทับใจไม่แพ้กัน โดยกับเกม Thief (1080p, DX11 Very High Quality) ที่ขึ้นชื่อกินสเปคเครื่องอย่างสุดๆ นั้นก็สามารถทำค่าเฟรมเรทเฉลี่ยไปได้มากถึง 71 FPS ส่วนกับเกม Battlefield 4 (1080p, DX11, Ultra, 2xMSAA, HBAO enabled) ก็สามารถทำค่าเฟรมเรทเฉลี่ยไปได้มากถึง 110 FPS แรงทะลุโลกไปเลย แน่นอนว่าการ์ดระดับนี้ผมคงต้องนำผลการทดสอบที่ความละเอียด 4K (3840×2160) มาให้ชมด้วย เริ่มจากเกม BioShock Infinite (DX11, Ultra Quality, FXAA) ที่ผลการทดสอบพบว่าเกมสามารถรันได้ลื่นไหลที่ 57 FPS ส่วนเกม Tomb Raider (DX11, Ultra Quality, FXAA) ก็พบว่าเกมสามารถรันได้สะดวกโยธินที่ 70 FPS ด้านเกมใหม่อย่าง Thief (DX11, Very High Quality) นั้นก็ยังเล่นได้สบายที่ 40 FPS เช่นกัน

ในส่วนของอุณหภูมินั้นต้องยอมรับว่า AMD ทำการบ้านมาอย่างดีเยี่ยม เพราะพบว่าขณะ idle ความร้อนจะอยู่ที่เพียง 33 องศาเซลเซียส ขณะที่ Full Load ก็จะอยู่ที่ราว 68 องศา นับว่าการระบายความร้อนด้วยของเหลวมีส่วนช่วยอย่างมากจริงๆ

สรุป

อาจกล่าวได้ว่า AMD Radeon R9 295X2 คือการ์ดกราฟิกที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดแล้วในเวลานี้ เพราะสามารถเอาชนะทุกการทดสอบไปได้อย่างง่ายดายแม้กระทั่งการทดสอบภายใต้ความละเอียดระดับ 4K แต่ด้วยราคาค่าตัวของมันที่มากถึง 5 หมื่นกว่าบาทก็คงทำให้แทบทุกคนต้องถอยห่าง แน่นอนว่าฝั่ง NVIDIA ก็คงกำลังเตรียมอาวุธลับที่มีชื่อว่า GeForce GTX TITIAN Z ที่ได้มีการเปิดเผยรายละเอียดไปบางส่วน ซึ่งก็ไม่แน่ว่าอาจวางขายแล้วก็ได้ขณะที่เพื่อนๆ กำลังอ่านบทความนี้ หากเป็นเช่นนั้นก็เตรียมพบกับบทความเกี่ยวกับการ์ดดังกล่าวได้ไม่นานเกินรอครับ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s