iOS หรือ Android?: ได้เวลาเลือกค่ายแล้ว

head

บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ครั้งแรกในนิตยสาร e-commerce ฉบับที่ 189 ประจำเดือนกันยายน 2557

หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ว่าเกมการแข่งขันบนโลกไอทีในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีจะทวีความดุเดือดมากกว่าที่เคย แต่ความดุเดือดนั้นไม่ใช่ในลักษณะเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นมาในอดีต ที่ผ่านมาการต่อสู้ระหว่าง iOS และ Android มักเกิดขึ้นในสมรภูมิของฮาร์ดแวร์โดยฝ่ายหนึ่งให้ความสำคัญกับอุปกรณ์ที่สุดยอดและประสบการณ์ใช้งานที่ไหลลื่น ขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งตั้งใจมอบตัวเลือกอันหลากหลายที่มาพร้อมกับการปรับแต่งซึ่งสามารถทำได้ง่าย iOS และ Android จึงตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่มีความคาดหวังและความต้องการที่แตกต่างกันไป

ทว่านับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เส้นทางที่ระบบปฏิบัติการทั้งสองได้เดินคู่ขนานกันมานานหลายปีคงถึงเวลาบรรจบ ราวกับทั้งสองฝ่ายได้ค้นพบทางสายกลางที่สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ทุกกลุ่มก้อน อีกทั้งภูมิทัศน์ของโลกเทคโนโลยีก็กำลังจะถึงคราวปรับเปลี่ยนอีกครั้ง คราวนี้คอมพิวเตอร์จะไม่ได้อยู่บนโต๊ะ บนหน้าตัก หรือบนฝ่ามืออีกต่อไป แต่ได้ขยับเข้ามาอยู่ตามร่างกาย ในรถ หรือกระทั่งในบ้านของเรา จึงทำให้ไม่มีอีกแล้วที่การตัดสินใจเลือกค่ายระบบปฏิบัติการจะมีความสำคัญเท่ากับช่วงนี้

เมื่ออุปกรณ์พกพาเข้าสู่จุดอิ่มตัว

ปฏิเสธไม่ได้ว่าราวครึ่งทศวรรษที่ผ่านมานั้น สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตได้เข้ามาเปลี่ยนวิถีชีวิตของเราไปตลอดกาล เราจึงได้เห็นการแข่งขันกันอย่างดุเดือดของผู้ผลิตค่ายต่างๆ ซึ่งส่วนมากมักเป็นการแข่งขันในส่วนของฮาร์ดแวร์ ทำให้เราได้เห็น “ลูกเล่น” แปลกๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นจอภาพที่สามารถแสดงผลสามมิติ หรือกล้องความละเอียดระดับที่ dslr ต้องอายม้วน ความแปลกใหม่ดังกล่าวหลายคนเรียกมันว่านวัตกรรมและหลงใหลได้ปลื้มไปกับมัน แต่ถ้าวิเคราะห์กันดีๆ จะเห็นว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้ถูกสร้างมาเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคกลุ่มเล็กๆ และเป็นเพียงทรัพยากรสำหรับนักการตลาดที่จะหยิบยกมาทำแคมเปญเพื่อแสดงศักยภาพว่าสินค้าของตนมีดีเหนือกว่าคู่แข่งเท่านั้น

LG G3 หนึ่งในสมาร์ทโฟนรุ่นท็อปที่ชูธง Back to Basic
LG G3 หนึ่งในสมาร์ทโฟนรุ่นท็อปที่ชูธง Back to Basic

จึงไม่น่าแปลกที่เราจะเห็นว่าการพัฒนาสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ จะเริ่มเดินเข้าสู่กรอบ Simple is the Best กันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น LG G3 ที่ชูธงคอนเซ็ปต์ Simple is the New Smart หรือ Samsung Galaxy S5 ที่ให้ความสำคัญกับคุณสมบัติที่เสริมสมรรถนะการใช้งานทั่วไปให้ดียิ่งขึ้น ขณะที่ตัดหลายอย่างซึ่งไม่จำเป็นทิ้งไป อย่างไรก็ดี การวกกลับเข้าสู่ปรัชญาการออกแบบ “เรียบง่ายแต่ใช้งานได้จริง” ดังกล่าวเป็นเหมือนดาบสองคมสำหรับผู้ผลิตโดยแท้ เพราะด้านหนึ่งมันทำให้สินค้าเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายและทำให้พวกเขาคิดว่าได้ใช้ทุกความสามารถที่มันมอบให้ (ซึ่งมีความหมายเดียวกับคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป) แต่ขณะเดียวกันมันก็ไม่ได้สร้างความแตกต่างได้อย่างเด่นชัด และเปิดช่องว่างสำหรับผู้ผลิตหน้าใหม่เข้ามาสอดแทรกตลาดด้วยการนำเสนอสินค้าที่มีราคาถูกกว่า มีตัวเลือกให้มากกว่า และที่สำคัญคือใช้งานได้จริงเหมือนกัน ปรากฏการณ์ดังกล่าวได้สร้างปัญหาให้กับยักษ์ใหญ่อย่าง Samsung ที่พบว่าผลประกอบการในส่วนของโมบายไตรมาสล่าสุดไม่เป็นที่น่าพอใจ ด้วยสาเหตุถูกแย่งลูกค้าในกลุ่มตลาดระดับล่างโดยแบรนด์จากประเทศจีน ส่วนในตลาดระดับบนนั้นก็ไม่สามารถสู้ Apple ซึ่งมีกลุ่มลูกค้าที่จกรักภักดีในแบรนด์สูงมาก

Mi 4 สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นล่าสุดจาก Xiaomi ผู้ผลิตแดนมังกรที่มีข่าวล่าสุดว่าสามารถทำยอดขายเอาชนะ Samsung ในตลาดประเทศจีนไปเรียบร้อย
Mi 4 สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นล่าสุดจาก Xiaomi ผู้ผลิตแดนมังกรที่มีข่าวล่าสุดว่าสามารถทำยอดขายเอาชนะ Samsung ในตลาดประเทศจีนไปเรียบร้อย

Ecosystem คือจุดขาย

แม้ว่าตลาดของสมาร์ทโฟนจะเข้าสู่จุดอิ่มตัวอย่างรวดเร็ว แต่ที่ผ่านมามันก็ได้แสดงให้เห็นว่าศักยภาพที่แท้จริงจะไม่ได้รับการปลดปล่อยออกมาได้เลยหากขาดบรรดาแอปพลิเคชันเข้ามาช่วยเติมความสามารถ จุดขายสำคัญของสมาร์ทโฟนจึงไม่ได้อยู่ที่ฮาร์ดแวร์แต่เพียงอย่างเดียว แต่ยังอยู่ที่ความสามารถในการต่อขยายคุณสมบัติที่มีอยู่แล้วออกไปมากยิ่งขึ้น

ด้วย iOS 8 และ OS X Yosemite จึงทำให้สมาร์ทโฟนและโน้ตบุ๊กทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
ด้วย iOS 8 และ OS X Yosemite จึงทำให้สมาร์ทโฟนและโน้ตบุ๊กทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

แต่นั่นจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากพื้นฐานของระบบปฏิบัติการไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้จึงเห็นได้ว่าการพัฒนาของ iOS และ Android พยายามจะอุดช่องโหว่อันเป็นที่ครหาอยู่เสมอมา ยกตัวอย่างเช่น Apple เริ่มมอบอำนาจกับผู้พัฒนาในการเพิ่มวิดเจ็ทบน Notification Center ของ iOS 8 และผู้ใช้สามารถตอบสนองการแจ้งเตือนโดยแอปพลิเคชันทันทีที่เกิดขึ้นจากหน้าโฮมสกรีน ส่วน Android เองนั้นได้รับการขัดเกลาให้การใช้งานมีความลื่นไหลและดูสมบูรณ์แบบมากขึ้นในทุกเวอร์ชันที่ออกมา จึงดูเหมือนว่าช่องว่างระหว่างความสวยงามกับการตอบสนองที่รวดเร็วที่เคยถ่างกว้างบนระบบปฏิบัติการทั้งสองจะเริ่มแคบลงทุกที

เมื่อพื้นฐานของระบบปฏิบัติการเริ่มมีความแข็งแกร่งก็ถึงเวลาแล้วที่จะต้องขยับขยายอาณาเขตออกไป การเปิดตัว iOS 8 และ Android L ที่ผ่านมาได้แสดงให้เราเห็นแล้วว่าอุปกรณ์พกพาในอนาคตจะเป็นศูนย์กลางการควบคุมและฐานข้อมูลของผู้ใช้ ซึ่งจะถูกแบ่งปันและเชื่อมต่อไปยังคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป รถยนต์ บ้าน หรือกระทั่งเป็นคุณหมอที่คอยเฝ้าระวังโรคภัยไข้เจ็บ iOS 8 กับ OS X Yosemite เปิดโอกาสให้มือถือและโน้ตบุ๊กทำงานสอดประสานกันได้อย่างไม่เคยทำได้มาก่อน ไม่ว่าจะเป็นการรับสายเรียกเข้า หรือการทำงานบนแอปพลิเคชันที่สามารถต่อยอดชิ้นงานให้เสร็จได้บนอีกอุปกรณ์หนึ่ง ส่วน Chrome กับ Android ที่สามารถซิงค์การแจ้งเตือนร่วมกันได้ ขณะที่ iOS มี CarPlay สำหรับเชื่อมต่อกับระบบในรถยนต์ Android ก็มี Android Auto ที่รองรับการทำงานคล้ายคลึงกัน iOS มี HomeKit ที่เป็นแพลตฟอร์มให้อุปกรณ์ในบ้านพูดคุยกันได้ Android ก็มี Android@Home และขณะที่ iOS มี HealthKit อีกค่ายหนึ่งก็มี Google Fit ที่จะคอยตรวจสอบฟิตของร่างกาย ความเคลื่อนไหวเหล่านี้ทำให้โลกของทั้งสองดูใกล้เคียงกันมากขึ้นทุกที

Google Fit จะพร้อมทำงานร่วมกับอุปกรณ์เสริมในการตรวจความฟิตของร่างกายได้เร็วๆ นี้
Google Fit จะพร้อมทำงานร่วมกับอุปกรณ์เสริมในการตรวจความฟิตของร่างกายได้เร็วๆ นี้

แล้วจะเลือกค่ายไหนดี?

จะเห็นได้ว่าสิ่งที่ทั้งสองค่ายพยายามทำก็คือการพัฒนาระบบนิเวศของตนเองให้สามารถหล่อเลี้ยงทุกความความต้องการของผู้บริโภคตั้งแต่ต้นยันปลายน้ำ ซึ่งเป็นความฝันเดียวกันแฟชั่นแบรนด์ทั้งหลายที่พยายามเกี่ยวยึดผู้บริโภคไว้ด้วยการออกผลิตภัณฑ์ตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ ทว่าความแตกต่างของแกดเจ็ทแบรนด์ก็คือผู้บริโภคไม่ต้องการแต่เฉพาะความสวยงามที่จะมาตอบสนอง need ทางอารมณ์เท่านั้น แต่ต้องรองรับความต้องการใช้งานทั้งในปัจจุบันและอนาคตที่ตามมาอีกด้วย

หากย้อนกลับไปในอดีตจะเห็นได้ว่าปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้คนเลือกระหว่าง iOS กับ Android มักจะเป็นความชอบในตัวฮาร์ดแวร์หรือความยืดหยุ่นในการปรับแต่ง นั่นทำให้การตัดสินใจสามารถทำได้อย่างง่ายดาย แต่ในอนาคตเมื่อโลกของระบบปฏิบัติการทั้งสองเริ่มมีความคล้ายคลึงกันมากทุกทีนั้น สิ่งที่จะมาเป็นตัวชี้วัดว่าใครดีกว่าใครคงไม่ใช่ปัจจัยภายใน หากแต่เป็นปัจจัยภายนอกที่จะมาจากเสียงตอบของผู้ใช้และผู้พัฒนาฮาร์ดแวร์เสริมรายอื่น อาทิ อุปกรณ์ fitness tracker ผู้ผลิตรถยนต์ และอุปกรณ์ IoT (Internet of Things) ปัจจัยดังกล่าวนี้จะว่าไปก็เหมือนปัญหา “ไก่หรือไข่ใครเกิดก่อนกัน?” เพราะการที่จะให้ผู้บริโภคหันมาจงรักภักดีกับระบบปฏิบัติการของตนนั้นก็ต้องอาศัยการรองรับของผู้ผลิตฮาร์ดแวร์รายอื่น แต่ขณะเดียวกันการที่จะทำให้ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ที่ว่าหันมารองรับระบบปฏิบัติการนั้นพวกเขาก็ต้องมั่นใจว่าผู้บริโภคจะเข้ามาซื้อสินค้า คล้ายๆ กับการที่นักพัฒนาแอปพลิเคชันในยุคแรกๆ ต้องเผชิญว่าจะให้ความสำคัญกับฝ่ายไหนก่อนดีระหว่าง iOS หรือ Android

ทางออกของความท้าทายดังกล่าวยังไม่มีทีท่าว่าจะปรากฏตัวออกมาให้เห็นในเร็ววัน เพราะคุณสมบัติหลายๆ อย่างยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนา แต่ความเป็นจริงที่เกิดขึ้นแล้วก็คือ การเลือกมือถือสักเครื่องจะมีผลต่อการเลือกสินค้าที่มีเทคโนโลยีเป็นส่วนผสมต่อไปแน่นอนครับ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s