Windows 10: นิยามใหม่ของ Windows

head

บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ครั้งแรกในนิตยสาร Future Gamer ฉบับที่ 220 ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2558

เป็นที่ยอมรับกันว่านิยามของ “คอมพิวเตอร์” ได้ขยายอาณาเขตจากเครื่องเหลี่ยมๆ บนโต๊ะหรือบนตักไปอยู่บนฝ่ามือในรูปแบบของสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และอุปกรณ์อัจฉริยะอื่นที่เรียงแถวรอเปิดตัว ระบบปฏิบัติการที่อยู่คงกระพันมานานอย่าง Windows จึงต้องถึงเวลาปรับเปลี่ยน การเพิ่มหน้าจอเริ่มต้นใหม่เข้าไปใน Windows 8 ได้สร้างเสียงตอบรับอันหลากหลาย บ้างก็ว่ามันดีแล้วเพราะจะได้ใช้งานร่วมกับจอสัมผัสได้โดยสะดวก แต่อีกฝั่งหนึ่งก็ว่าเป็นการละทิ้งยูสเซอร์กลุ่มที่ยังพอใจกับเมาส์และคีย์บอร์ด ยากต่อการเรียนรู้ และสร้างความสับสน แต่จะถึงอย่างไร Windows 8 ก็นับเป็นเวอร์ชันของระบบปฏิบัติการอันเก่าแก่ที่ถูกศัลยกรรมเปลี่ยนโฉมไปมากที่สุด

และในปีนี้เราก็ได้รับการยืนยันจาก Microsoft แล้วว่าจะได้เห็น Windows เวอร์ชันใหม่วางตลาดแน่นอน โดยมันไม่เพียงแต่จะเป็นการยูเทิร์นกลับไปสู่สิ่งที่ Windows สามารถทำได้ดีที่สุด นั่นคือการเพิ่ม “ผลิตภาพ” (productivity) ในการทำงานให้กับผู้ใช้มืออาชีพเท่านั้น แต่ไม่แน่ว่าเราอาจได้เห็นคุณลักษะใหม่ๆ ที่อาจจะช่วยลบข้อครหาที่เคยเกิดขึ้นกับ Windows 8 อีกด้วย

ทำไมต้อง Windows 10?

Microsoft ได้ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่า Windows เวอร์ชันใหม่จะใช้ชื่อ Windows 10 คำถามคือแล้ว Windows 9 หายไปไหน? สื่อเมืองนอกบางสำนักรายงานอย่างติดตลก (ร้าย) ว่า Microsoft ไม่ต้องการให้ระบบปฏิบัติการของตัวเองฟังดู “ด้อยกว่า” OS X ของคู่แข่ง แต่ในงานเปิดตัวที่ผ่านมาทางบริษัทได้ให้เหตุผลกลางๆ ว่า Windows 10 จะไม่เป็นเพียงการอัปเกรดของเก่าให้ดีขึ้นกว่าเดิม แต่จะเป็นการมอบประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้ใช้ ไม่ว่าจะเป็นในด้านของการเสพความบันเทิงในบ้าน หรือการทำงานอย่างจริงจังในออฟฟิศ โดยไม่มีข้อจำกัดด้านอุปกรณ์ที่ใช้ การก้าวข้ามไปหนึ่งหมายเลขจึงเป็นเหมือนกับสัญลักษณ์ของการก้าวกระโดดและฉีกออกจากแนวปฏิบัติเดิมๆ นั่นเอง

Windows 10 ได้รับการออกแบบให้ใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ที่หลากหลาย
Windows 10 ได้รับการออกแบบให้ใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ที่หลากหลาย

Windows 10 ได้รับการออกแบบให้ตอบโจทย์การใช้งานกับอุปกรณ์ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเดสก์ท็อป โน้ตบุ๊ก สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต ไล่ไปจนถึงคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ในสำนักงาน หรือกระทั่งอุปกรณ์อัจฉริยะในบ้านที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้หมายความว่า Microsoft จะออกแบบอินเทอร์เฟสเดียวแล้วนำไปใช้กับทุกอุปกรณ์ แต่มันหมายถึงการออกแบบประสบการณ์ใช้งานให้เหมาะสมกับอุปกรณ์เหล่านั้น โดยมี Windows 10 เป็นพื้นฐาน

สำหรับนักพัฒนาแล้ว นี่คือสัญญาณที่ดี เพราะมันหมายความว่าพวกเขาจะสามารถออกแบบซอฟแวร์เพียงแค่ครั้งเดียวแล้วนำไปใช้กับอุปกรณ์ไฮเทคอันหลากหลายได้ เพราะภายใต้ความหลากหลายนั้นจะมีร้านค้าออนไลน์เพียงร้านเดียว ไม่ว่าผู้ใช้จะเป็นเจ้าของสมาร์ทโฟนขนาดเท่าฝ่ามือ หรือเดสก์ท็อปจอใหญ่เท่าโต๊ะ ก็จะสามารถค้นพบแอปพลิเคชันที่ต้องการและดาวน์โหลดหรืออัปเดตลงบนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีอยู่ได้ทันที

และสำหรับผู้บริโภคนั้นก็หมายความว่า ไม่ว่าพวกเขาจะใช้อุปกรณ์ใด Windows 10 ก็พร้อมที่จะตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างเหมาะสมทุกเมื่อ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่พวกเขาเป็นเจ้าของจะสามารถคุยกันรู้เรื่อง และถ่ายโอนข้อมูลระหว่างกันได้โดยง่าย ไม่ว่าอุปกรณ์นั้นจะถูกควบคุมด้วยเมาส์/คีย์บอร์ด ปากกา หน้าจอสัมผัส ท่าทาง หรือสลับไปมาได้หลายโหมด

คุณสมบัติใหม่

แม้ว่า Windows 8 จะหาญกล้านำเสนอหน้าจอเริ่มต้นใหม่ที่ (ดูเหมือน) จะใช้งานได้ง่าย แต่นี่คือคุณสมบัติที่ได้รับการประณามมากที่สุด เพราะมันตรงข้ามกับการรับรู้และความคุ้นชินของผู้ใช้งาน Windows ส่วนใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการหายไปของปุ่ม Start ที่ได้สร้างความไม่พึงพอใจให้กับผู้ใช้หลายกลุ่มจนถึงขั้นมีการออกแบบยูทิลิตี้เฉพาะเพื่อนำปุ่มที่ว่ากลับคืนมา

Microsoft ได้น้อมรับความผิดพลาดดังกล่าวพร้อมกับยืนยันว่าปุ่ม Start จะกลับมาอีกครั้งใน Windows 10 ซึ่งแน่นอนว่าคราวนี้มันได้รับการเปลี่ยนโฉมใหม่ แต่ยังคงความดั้งเดิมของมันไว้ เมื่อคลิกไปก็จะพบว่าเมนูได้ถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนซ้ายจะแสดงรายการแอปพลิเคชันเป็นแถวๆ เรียงลงมาเหมือนกับที่เห็นใน Windows 7 แต่ทางขวานั้นจะเป็นพื้นที่แสดงไลฟ์ไทล์ที่ได้รับการอัปเดตตลอดเวลาของแอปพลิเคชันซึ่งเราปักหมุดเอาไว้ ในส่วนนี้ผู้ใช้สามารถยืดหดไทล์ดังกล่าวหรือปรับแต่งอื่นๆ ได้ตามใจชอบ รวมทั้งขยายหรือย่อพื้นที่ดังกล่าวด้วย พูดง่ายๆ ก็คือเมนู Start ใหม่นี้เป็นการรวมคุณสมบัติที่ผู้ใช้คุ้นเคยใน Windows 7 เข้ากันกับส่วนหน้าจอเริ่มต้นใหม่ใน Windows 8 นั่นเอง

เมนู Start ใหม่ จะเห็นว่ามีการรวมคุณสมบัติเดิมเข้ากับลูกเล่นไลฟ์ไทล์ของ Windows 8
เมนู Start ใหม่ จะเห็นว่ามีการรวมคุณสมบัติเดิมเข้ากับลูกเล่นไลฟ์ไทล์ของ Windows 8

นอกจากนี้ Microsoft ยังกำหนดให้แอปพลิเคชันที่ดาวน์โหลดจาก Windows Store ทำงานในเดสก์ท็อปได้ด้วย โดยแต่เดิมนั้นหากเรารันแอปประเภทดังกล่าวระบบจะเข้าสู่อินเทอร์เฟสโมเดิร์นแบบเต็มจอโดยอัตโนมัติ แต่ตอนนี้แอปทั้งหมด ไม่ว่าจะมาจาก Windows Store หรือโปรแกรมดั้งเดิมที่พวกเราคุ้นเคยนั้นจะถูกรันภายใต้รูปแบบเดิมบนเดสก์ท็อปทั้งหมด นั่นหมายความว่าผู้ใช้สามารถย่อขนาดหรือใช้เมาส์ลากไปรอบๆ ได้เหมือนที่เคยทำมา แล้วยังมีท๊าซบาร์ด้านบนที่ประกอบไปด้วยปุ่มย่อ ขยาย และปิดแบบเดียวกับที่เคยเป็นมานั่นเอง

ต่อจากนี้ไม่ว่าแอปจะมาจากไหนก็จะรันที่หน้าตาแบบนี้ทั้งหมด
ต่อจากนี้ไม่ว่าแอปจะมาจากไหนก็จะรันที่หน้าตาแบบนี้ทั้งหมด

หนึ่งในคุณสมบัติของ Windows ที่ผมชอบมากที่สุดนั่นก็คือ Snap ที่จะแบ่งพื้นที่การแสดงผลของจอให้กับแอปที่เปิดทั้งเอาไว้ ทำให้สามารถทำงานจากหลายหน้าต่างไปพร้อมกันได้ Microsoft ได้เพิ่มเติมคุณสมบัติดังกล่าวให้กับ Windows 10 ด้วยการอนุญาตให้รันแอปในรูปแบบ Snap พร้อมกันถึง 4 ตัว โดยจะแบ่งหน้าจอเป็น 4 ส่วน นอกจากนี้ยังฉลาดถึงกับแนะนำแอปเพิ่มเติมเต็มพื้นที่ว่างให้กับผู้ใช้ได้อีกด้วย

Snap ที่รองรับได้ถึง 4 แอปในหน้าจอเดียว
Snap ที่รองรับได้ถึง 4 แอปในหน้าจอเดียว

คุณสมบัติเพิ่มเติมที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือ Multiple desktops ซึ่งจะเป็นการสร้างพื้นที่การทำงานเฉพาะอย่าง ซึ่งจะมีประโยชน์มากสำหรับผู้ใช้งานที่ชอบจับปลาหลายมือ เอ๊ย… ทำงานหลายอย่างไปพร้อมกัน โดยอาจกำหนดให้ desktop แรกเป็นพื้นที่สำหรับทำงานเอกสาร อันที่สองเป็นการตัดต่อภาพถ่าย อันที่สามเป็นการเล่นเกม เป็นต้น และเพื่อให้การสลับไปมาระหว่างเดสก์ท็อปทำได้โดยง่าย ก็ได้มีการเพิ่มปุ่ม task view บนท๊าซบาร์ด้านล่างเพื่อให้เปลี่ยนไปใช้งานได้โดยสะดวก

Multiple desktops สำหรับมืออาชีพที่ชอบทำงานหลายอย่างไปพร้อมกัน
Multiple desktops สำหรับมืออาชีพที่ชอบทำงานหลายอย่างไปพร้อมกัน

สุดท้าย File Explorer ยังได้รับการอัปเกรดให้แสดงรายชื่อไฟล์ที่ผู้ใช้เข้าถึงเมื่อเร็วๆ นี้และโฟลเดอร์ที่ถูกเข้าถึงบ่อยๆ ทำให้ผู้ใช้ค้นหาไฟล์ที่ต้องการได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น

สรุป

ปัจจุบันนิยามของคอมพิวเตอร์ไม่ได้จำกัดอยู่ที่อุปกรณ์ซึ่งควบคุมด้วยเมาส์และคีย์บอร์ดอีกต่อไป แต่มันครอบคลุมถึงอุปกรณ์อัจฉริยะทุกตัวที่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตหรือส่งข้อมูลไปมาระหว่างกันได้ หัวใจหลักของการออกแบบระบบปฏิบัติการใหม่จึงควรให้ความสำคัญต่อการมาถึงของอุปกรณ์ลูกเล่นใหม่ๆ นี้ ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์ใช้งานที่ไหลลื่น ไม่ฝืนความรู้สึก และต้องให้แน่ใจว่ามีนักพัฒนาพร้อมผลิตแอปป้อนให้กับผู้บริโภค

Windows 8 คือความพยายามแรกที่จะหลอมรวมโลกของเดสก์ท็อปเข้ากับโลกของจอสัมผัสไว้เป็นหนึ่งเดียว แต่ผลที่ได้รับกลับกลายเป็นเหมือน “บังคับ” ให้ผู้ใช้กระโจนเข้าสู่โลกของหน้าจอสัมผัสและละเลยรูปแบบการใช้งานที่คุ้นเคยไปเสียสิ้น ถึงแม้ Microsoft จะลงทุนพัฒนา Surface เพื่อแสดงศักยภาพที่แท้จริงของระบบปฏิบัติการดังกล่าว แต่มันก็เป็นคนละเรื่องกับสิ่งที่ผู้ใช้ต้องการอย่างแท้จริง นั่นคือระบบปฏิบัติการที่ใช้งานได้ง่ายและเข้ากันได้ดีกับอุปกรณ์พกพาที่พวกเขาเป็นเจ้าของ

Windows 10 คือก้าวกระโดดที่สำคัญ เพราะมันไม่เพียงแต่จะเป็นการหันไปพิจารณาจุดเด่นที่แท้จริงของ Windows และพัฒนามันให้ดีขึ้นกว่าเก่าเท่านั้น แต่มันยังหมายถึงการแตกหักจากความเข้าใจเดิมๆ และเปลี่ยนตัวเองให้พร้อมรองรับกับการมาถึงของโลกเทคโนโลยีใหม่ แน่นอนว่าเรายังอาจต้องรอถึงครึ่งปีกว่า Windows 10 จะวางตลาด และคิดว่าคุณสมบัติใหม่ที่กล่าวไปคงเป็นเพียงของเรียกน้ำย่อย แต่จากแนวคิดและวิสัยทัศน์ที่กล่าวไปผมว่ามันก็คุ้มค่ากับการรอคอยครับ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s