4K Monitors: ถึงเวลาเป็นเจ้าของแล้วหรือยัง?

head

บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ครั้งแรกในนิตยสาร Future Gamer ฉบับที่ 222 ประจำเดือนเมษายน 2558

ความละเอียดที่เป็นมาตรฐานของจอมอนิเตอร์และ HDTV ทั่วไปในปัจจุบันคือ 1080p (1980×1080 พิกเซล) ซึ่งก็มอบคุณภาพกราฟิกและวิดีโอความละเอียดสูงให้เรารับชมอย่างเต็มตาและสวยงาม แต่ในช่วงปีสองปีที่ผ่านมานั้นได้มีการพูดถึงความละเอียด 4K หรือ Ultra High Definition (UHD) (3840×2160 พิกเซล) กันมากขึ้น เนื่องด้วยมันมาพร้อมกับรายละเอียดที่มากกว่าถึง 4 เท่า ทำให้ได้ภาพที่คมชัดและสวยงามสมจริงยิ่งขึ้น ที่ผ่านมาเราจึงได้เห็นการเปิดตัวจอมอนิเตอร์และโทรทัศน์ที่รองรับความละเอียดดังกล่าวจากค่ายต่างๆ มาเป็นขบวน ซึ่งแน่นอนว่ามันจะค่อยๆ คืบคลานกลายมาเป็นความละเอียดมาตรฐานในไม่ช้า

สำหรับเกมเมอร์แล้วก็แน่นอนว่าความละเอียดที่สูงขึ้นก็ย่อมทำให้ได้รับชมภาพกราฟิกที่สวยงามราวกับภาพถ่าย แต่แน่นอนว่ามันต้องแลกมาด้วยการใช้ทรัพยากรจากฮาร์ดแวร์ที่ค่อนข้างสูง และเป็นที่รู้กันว่าจอมอนิเตอร์ 4K ที่วางขายในปัจจุบันยังมีราคาแพงเมื่อเทียบกับจอความละเอียด HD ทั่วๆ ไป แต่ในไม่ช้าเราจะมีตัวเลือกมากขึ้น เพราะการแข่งขันระหว่างค่ายที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกขณะ ทำให้ในตอนนี้เราเริ่มเห็นจอมอนิเตอร์ 4K ในราคาที่พอเอื้อมถึงกันบ้างแล้ว แต่คำถามคือมันคุ้มค่าหรือไม่ที่จะซื้อหามาเป็นเจ้าของ บทความนี้จะพาทุกท่านไปพบกับคำตอบครับ

ทำไมต้อง 4K?

ความละเอียดที่มากขึ้นก็หมายถึงรายละเอียดที่มากขึ้นตามไปด้วย
ความละเอียดที่มากขึ้นก็หมายถึงรายละเอียดที่มากขึ้นตามไปด้วย

ประโยชน์ของความละเอียด 4K มีอยู่มากมาย เริ่มจากปริมาณพิกเซลที่มากขึ้นกว่า 4 เท่า (8.29 ล้านพิกเซล เทียบกับ 2.07 ล้านพิเซล ในจอ HD ทั่วไป) ซึ่งสำหรับเกมเมอร์แล้วเราก็จะได้ประโยชน์จากกราฟิกที่สวยงามขึ้น ไม่ว่าจะเป็นรายละเอียดของเอ็ฟเฟ็คหรือโมเดลตัวละครในเกม รวมไปถึงสนามรบที่กว้างขวางกว่าเมื่อก่อน สำหรับบรรดาศิลปินก็จะชื่นชอบกับความสามารถในการปรับแต่งภาพถ่ายหรือตัดต่อวิดีโอภายใต้ความละเอียดที่มากขึ้น และสำหรับผู้ใช้งานทั่วไปก็จะได้รับพื้นที่การทำงานที่กว้างขวาง และสามารถทำงานหลายโปรแกรมพร้อมกันได้อย่างสะดวก

แน่นอนว่าสื่อต่างๆ ก็เริ่มที่จะหันไปใช้ความละเอียด 4K กันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสื่อบันทึกข้อมูลอย่างสมาร์ทโฟนหรือกล้องวีดิโอซึ่งเริ่มมีโมเดลที่รองรับความละเอียดดังกล่าวกันแล้ว และสำหรับผู้ใช้งานเมืองนอกนั้นบริการสตรีมมิ่งภาพยนตร์อย่าง Netflix หรือ Amazon Instant Video ก็ประกาศรองรับเนื้อหาที่ความละเอียด 4K แล้วเช่นกัน

กลุ่มเป้าหมาย (ในตอนนี้) ของจอ 4K

อย่างที่กล่าวถึงประโยชน์ไปในย่อหน้าที่แล้ว กลุ่มเป้าหมายของจอมอนิเตอร์ 4K ในตอนนี้คงหนีไม่พ้น early adopters เช่น เกมเมอร์และนักตัดต่อภาพ/วิดีโอทั้งหลาย ตลอดจนผู้ที่ชอบจับปลาหลายมือ เอ๊ย… ชอบทำงานหลายโปรแกรม เพราะความละเอียดขนาดนี้สามารถมอบพื้นที่การทำงานได้อย่างเหลือเฟือ

เกมเมอร์ก็จะได้รับประโยชน์ด้านภาพที่สวยงามไปแบบเต็มๆ
เกมเมอร์ก็จะได้รับประโยชน์ด้านภาพที่สวยงามไปแบบเต็มๆ

ถึงแม้คอภาพยนตร์อาจจะผิดหวัง (อย่างน้อยก็ในตอนนี้) เมื่อเปลี่ยนมาใช้จอ 4K เพราะยังมีเนื้อหารองรับน้อย แต่สำหรับเกมเมอร์แล้วก็ต้องขอบอกว่าในตลาดมีตัวเลือกให้ท่านอย่างเหลือเฟือ โดยเฉพาะเกมใหม่ๆ ที่ต่างรองรับความละเอียด 4K กันแทบทั้งหมดแล้ว สำหรับเกมใดที่ยังไม่รองรับเราก็ยังเอ็นจอยกับมันในโหมด window ที่ความละเอียดสูงสุดได้ ซึ่งถึงแม้อาจไม่ได้อรรถรสเทียบกับโหมด full screen แต่อย่างน้อยเราก็สามารถทำงานอื่นไปพร้อมๆ กัน

แน่นอนว่าสำหรับบรรดาศิลปินแล้ว การได้ทำงานภายใต้จอภาพขนาดใหญ่ความละเอียดสูงคือสภาพแวดล้อมการทำงานในฝัน เพราะนอกจากจะมีพื้นที่การทำงานอย่างมากมายแล้ว ก็ยังเปิดโอกาสให้สามารถตัดต่องานที่ใกล้เคียงกับความละเอียด native resolutions ได้มากยิ่งขึ้น ทำให้ไม่พลาดรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่อาจส่งผลต่อคุณภาพงานในท้ายที่สุด

จอมอนิเตอร์ 4K ราคาถูกดีจริงหรือ?

อย่างที่กล่าวไปในตอนต้นว่าเราเริ่มเห็นจอมอนิเตอร์ 4K ราคาถูกกันมากขึ้นในปัจจุบัน แต่สัจธรรมอย่างหนึ่งของโลกเทคโนโลยีคือไม่มีของดีราคาถูก หากอุปกรณ์ใดมีราคาถูกกว่าที่ควรจะเป็นเมื่อเทียบกับรุ่นอื่นในตลาดแล้วละก็ ขอให้ตั้งข้อสังเกตไว้ก่อนเลยว่าต้องมีการ “หั่นสเปค” ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ต่อไปนี้คือข้อมูลทางเทคนิคที่ควรพิจารณาก่อนเลือกซื้อจอมอนิเตอร์ 4K ในปัจจุบันครับ

สิ่งแรกที่ควรพิจารณาก่อนเลยก็คือคุณภาพของพาแนลที่ใช้ทำจอ เพราะนี่คือจุดแตกต่างสำคัญที่ทำให้จอภาพมีราคาแพงหรือถูก จอที่มีราคาแพงมักจะใช้พาแนลแบบ In-Plane switching (IPS) ที่มอบคุณภาพของภาพที่สวยงามดูสดใส และสามารถดูได้ทุกมุมมองโดยที่คุณภาพไม่ดรอปลง ซึ่งตรงข้ามกับจอที่ใช้พาแนลแบบ Twisted Nematic (TN) ซึ่งแม้ว่าจะมีราคาถูก และสามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็วเหมาะกับการนำมาใช้เล่นเกม แต่คุณภาพของภาพนั้นก็แลดูไม่สวยงาม ส่วนองศาการมองก็เรียกได้ว่า “ห่วยบรม” เพราะเพียงเรานั่งเฉจากกลางจอไปเพียงหน่อยเดียวก็สังเกตได้ว่าการแสดงผลสีมีความผิดเพี้ยน จึงทำให้ไม่เหมาะกับการทำงานกราฟิกที่ต้องการความแม่นยำในการแสดงผลเป็นอย่างยิ่ง

อย่างไรก็ดี สำหรับผู้ที่ไม่อยากรอให้จอ 4K ที่ใช้พาแนลแบบ IPS มีราคาต่ำลงมากกว่านี้ ก็อาจลองมองหาจอที่ใช้พาแนล TN มาใช้แก้ขัดไปก่อนก็ได้ แต่สำหรับผู้ที่ไม่มีปัญหาด้านงบประมาณก็อาจลองมองหา Dell UltraSharp UP2414Q ซึ่งเป็นจอ 4K ที่ใช้พาแนล IPS สนนราคาเริ่มต้นที่ราว 25,000 บาท อาจจะดูไม่แพงเมื่อเทียบกับจอ 4K รุ่นแรกๆ ที่ราคาเหยียบแสน แต่ต้องไม่ลืมว่าจอรุ่นนี้มีขนาดเพียง 24 นิ้ว ซึ่งอาจไม่ใหญ่สะใจพอสำหรับผู้ใช้งานบางท่านก็เป็นได้

ประเด็นที่สองก็คือ refresh rate ที่จอมอนิเตอร์รองรับ จอมอนิเตอร์ทั่วไปที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันจะรองรับ refresh rate ที่ 60Hz ภายใต้ความละเอียด native resolution ซึ่งก็มากพอที่จะทำให้เราไม่รู้สึกปวดตาเมื่อใช้ไปนานๆ แต่ทว่าจอมอนิเตอร์ 4K ราคาถูกบางรุ่นนั้นกลับรองรับที่เพียง 24 หรือ 30Hz เท่านั้น ซึ่งเพียงลากเมาส์ก็รู้สึกถึงความแล็คแล้ว ไม่ต้องพูดถึงเมื่อนำมาใช้เล่นเกมเลย ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะข้อจำกัดของมาตรฐาน HDMI 1.4a ที่ใช้ๆ กันอยู่นั่นเอง เพราะฉะนั้นใครที่รักจะใช้ก็แนะนำให้รอมาตรฐาน HDMI 2.0 ซึ่งรองรับความละเอียด 4K ที่ refresh rate 60Hz เป็นที่แพร่หลายเสียก่อน ซึ่งก็ต้องตรวจสอบให้ดีนะครับว่าทั้งการ์ดกราฟิกและจอมอนิเตอร์รองรับจึงจะถือว่าสมบูรณ์ หรือไม่เช่นนั้นก็ต้องเช็คสเปคของจอให้ดีว่ารองรับการแสดงผล 4K ที่ 60Hz ผ่าน DisplayPort 1.2 หรือไม่ ซึ่งถ้าเป็นจอรุ่นสูงๆ ราคาแพงก็มักจะรองรับอยู่แล้ว (เช่นจอของ Dell ที่แนะนำไปในย่อหน้าที่แล้ว)

ประเด็นสุดท้ายที่ควรหยิบมาพิจารณาอย่างยิ่งโดยเฉพาะเกมเมอร์นั่นก็คือฮาร์ดแวร์ที่รองรับ เพราะความละเอียดสูงมากขนาดนี้ย่อมต้องการฮาร์ดแวร์ที่สูงมาก แต่โดยทั่วไปแล้วการ์ดกราฟิกที่วางจำหน่ายในช่วงสองสามปีที่ผ่านมาน่าจะรองรับความละเอียด 4K ได้อย่างไม่มีปัญหา แต่แน่นอนว่าอาจต้องลดความงามของกราฟิกให้ลดลงมาบ้างจึงจะสามารถแสดงผลได้อย่างไหลลื่นโดยเฉพาะกับเกมใหม่ๆ ส่วนผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการทำงานอย่างเดียวและไม่ได้ใช้การ์ดกราฟิกแยก แต่อยากต่อออกจากจอ 4K ก็แนะนำให้เข้าไปที่เว็บไซต์ของผู้ผลิตอีกทีว่าฮาร์ดแวร์รองรับความสามารถดังกล่าวได้หรือไม่ ตลอดจนมีข้อจำกัดใดบ้างหรือเปล่า

อนาคตของจอมอนิเตอร์

แน่นอนว่าอนาคตของจอมอนิเตอร์คงไม่ได้หยุดอยู่ที่ความละเอียด 4K เป็นแน่ เพราะในงาน CES 2015 ที่ผ่านมาเราก็เห็นผู้ผลิตหลายค่ายเช่น Samsung, Dell, HP และ LG ต่างพาเหรดกันเปิดตัวจอมอนิเตอร์แบบโค้งที่ได้รับการอวดอ้างสรรพคุณว่าสามารถมอบประสบการณ์รับชมที่เป็นธรรมชาติยิ่งกว่า แต่ก็แน่นอนว่ามันต้องมาพร้อมกับราคาเหนือธรรมชาติตามไปด้วย ซึ่งก็ต้องติดตามดูกันต่อไปว่านวัตกรรมนี้จะเป็นที่ยอมรับได้มากน้อยแค่ไหน หรือจะฟุบพับเสื่อกลับบ้านไปเหมือนกับ 3D หรือเปล่า

เทคโนโลยีใหม่ที่น่าติดตามก็คือ G-SYNC ของ NVIDIA และ FreeSync ของ AMD ซึ่งทั้งสองให้ผลคล้ายกันคือขจัดปัญหาภาพฉีกและ input lag ที่เกิดขึ้นเนื่องจากจอมิเตอร์ทำงานไม่สัมพันธ์กับการ์ดกราฟิก ซึ่งตอนนี้เราก็เริ่มเห็นจอมอนิเตอร์ที่รองรับเทคโนโลยีดังกล่าวกันบ้างแล้ว แต่ส่วนใหญ่ยังใช้พาแนลแบบ TN อยู่ แต่อีกไม่นานเราคงได้เริ่มเห็นจอที่ใช้พาแนลแบบ IPS วางขายบ้าง

NVIDIA G-SYNC อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่น่าติดตาม
NVIDIA G-SYNC อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่น่าติดตาม

สุดท้ายก็คือความละเอียด 5K ที่ถูกบุกเบิกด้วยการเปิดตัว iMac รุ่นล่าสุดที่มีราคาเฉียดแสน ประกอบกับการเปิดตัวจอมอนิเตอร์จากทั้ง HP และ Dell ที่มีราคาเกินครึ่งแสนแทบทั้งสิ้น ปัญหาสำหรับจอดังกล่าวในตอนนี้ก็คือไม่ค่อยมีซอฟแวร์รองรับเท่าไร ทำให้พอนำมาใช้งานจริงก็พบปัญหาการสเกลภาพที่ไม่ได้ขนาด ทำให้การแสดงผลผิดเพี้ยน และใช้ประโยชน์จากความละเอียดที่มากกว่าได้อย่างไม่เต็มที่

สรุป

สำหรับคำถามในตอนต้นที่กล่าวว่าคุ้มหรือไม่ที่จะหาซื้อจอมอนิเตอร์ 4K มาใช้ในตอนนี้? คำตอบคือเมื่อพิจารณาจากปัจจัยหลายอย่างแล้วก็ขอตอบว่า “ขอให้รออีกสักระยะ” เพราะไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่อที่ยังไม่ลงตัว (รอ HDMI 2.0 เถิดจะเกิดผล) ฮาร์ดแวร์ที่อาจจะยังแรงไม่พอ ตลอดจนราคาที่ยังไม่น่ารักสักเท่าไร โดยอาจจะต้องใช้เวลาอีกสักปีสองปีกว่าที่ทุกอย่างจะลงตัว

ปัจจุบันจอใหญ่ราคาสมเหตุสมผลคงไม่มีใครเกิน Dell U2713HM ตัวนี้
ปัจจุบันจอใหญ่ราคาสมเหตุสมผลคงไม่มีใครเกิน Dell U2713HM ตัวนี้

สำหรับผู้ที่เบื่อความละเอียด 1080p แล้วและอยากลองเล่นจอความละเอียดที่สูงกว่าเดี๋ยวนี้ทันที ก็ขอแนะนำให้ใช้ Dell U2713HM ที่มีราคาขาย 18,000 บาท เพราะนอกจากจะได้จอใหญ่ถึง 27 นิ้วแล้ว ก็ยังได้มีโอกาสรับชมภาพคุณภาพสูงด้วยพาแนล IPS ภายใต้ความละเอียดมากถึง 2560×1440 พิกเซล ซึ่งก็ไม่ได้ขี้เหร่ไปกว่า 4K เท่าไรเลย อีกทั้งการ์ดกราฟิกส่วนใหญ่ก็รองรับได้อย่างไม่มีปัญหาอีกด้วย

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s