รู้จัก Carrizo: เอพียูน้องใหม่จาก AMD

head

บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ครั้งแรกในนิตยสาร Future Gamer ฉบับที่ 224 ประจำเดือนมิถุนายน 2558

เอพียู (Accelerated Processing Unit: APU) คือชื่อที่ AMD ใช้เรียกโปรเซสเซอร์ซึ่งรวมความสามารถของซีพียูและจีพียูเข้าไว้ด้วยกันภายใต้ซิลิกอนชิ้นเดียว เพื่อการประหยัดพลังงาน แล้วยังเป็นตัวการก่อให้เกิดนวัตกรรมพีซีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นอัลตราบุ๊ก หรือเดสก์ท็อปประหยัดพลังงาน โดยเอพียูรุ่นล่าสุดที่ได้รับการเปิดตัวไปก็คือ Kaveri โดยมีให้เลือกทั้งในโน้ตบุ๊กและคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ

และในปี 2015 นี้ AMD ก็ได้ฤกษ์เปิดตัวเอพียูน้องใหม่ภายใต้ชื่อ Carrizo โดยได้รับการออกแบบให้ประหยัดพลังงานและมีประสิทธิภาพมากขึ้น แม้ว่าจะยังคงกระบวนการผลิตไว้ที่ 28 นาโนเมตร เท่าเดิมก็ตาม แน่นอนว่าคู่แข่งของมันก็คือชิพ Broadwell จาก Intel ที่ชิงเปิดตัวไปก่อนแล้ว จึงทำให้ตลาดโน้ตบุ๊กในปีนี้ระอุเดือดไปด้วยตัวเลือกจากสองฟากฝั่งผู้ผลิต

จุดเด่นทางสถาปัตยกรรมใน Carrizo

จุดเด่นของชิพ Carrizo
จุดเด่นของชิพ Carrizo

ข้อมูลที่ได้รับการเปิดเผยมาระบุว่า Carrizo จะยังคงจิตวิญญาณความเป็นเอพียูเช่นเดียวกับรุ่นพี่ของมันอย่างครบถ้วน ทั้งงานออกแบบที่จับซีพียูและจีพียูเข้าไว้ด้วยกัน ตลอดจนนวัตกรรมที่ช่วยประหยัดพลังงานยิ่งกว่าเดิม โดยมีจำนวนทรานซิสเตอร์เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 29 ในขนาดชิพที่เท่ากันเมื่อเทียบกับ Kaveri

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับรุ่นพี่ของมันก็คือ การนำสถาปัตยกรรมซีพียู Excavator มาใช้ ทำให้คาดเดาไม่ยากว่าประสิทธิภาพการประมวลผลทั่วไปจะต้องดีขึ้นเมื่อเทียบกับสถาปัตยกรรม Steamroller ในชิพรุ่นก่อน ทว่าจุดเด่นของมันจริงๆ แล้วก็คือ AMD ได้พัฒนาให้ Excavator ประหยัดพลังงานมากกว่าถึงร้อยละ 40 จึงน่าจะทำให้โน้ตบุ๊กที่ใช้ชิพ Carrizo ใช้งานได้ยาวนานกว่าต่อการชาร์จไฟหนึ่งครั้ง

การประมวลผลกราฟิกก็โดดเด่นขึ้นไม่แพ้กัน เพราะ AMD เผยว่าจะนำสถาปัตยกรรม Graphics Core Next (GCN) รุ่นใหม่มาใช้ ซึ่งจะรองรับเทคโนโลยีใหม่ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น DirectX 12 และ Mantle ซึ่งจุดเด่นที่นวัตกรรมทั้งสองมีเหมือนกันก็คือเทคนิคที่จะช่วยให้โปรแกรมเมอร์รีดประสิทธิภาพของชิพออกมาให้มากกว่าเดิม ส่งผลให้กราฟิกในเกมมีความไหลลื่นขึ้นนั่นเอง นอกจากนี้การประมวลผลรหัสไฟล์วิดีโอก็ยังได้รับการอัปเกรดให้รองรับมาตรฐาน H.265 จึงทำงานร่วมกับไฟล์ความละเอียด 4K ในระดับฮาร์ดแวร์ได้อย่างไม่มีปัญหา

นอกจากนี้ Carrizo ยังถือว่าเป็นเอพียูตัวแรกที่รวมเอาฟังชันของชิพ South bridge เช่น การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอกผ่านพอร์ต USB และ SATA เข้ามาไว้ภายใน เราจึงเรียกมันได้อย่างเต็มปากว่า “ชิพอเนกประสงค์” (System-on-a-Chip: SoC) ได้อย่างแท้จริง จุดเด่นของมันนอกเหลือจากประหยัดพลังงานแล้ว ก็ยังลดขนาดพื้นที่เมนบอร์ดที่ใช้งานด้วยกัน อันจะส่งผลให้ระบบโดยรวมมีขนาดกะทัดรัดมากขึ้น เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายของมันนั่นก็คือโน้ตบุ๊กที่นับวันจะมีความบางและเบาน้อยลงกว่าเดิมทุกที

คุณสมบัติเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน

งานออกแบบใหม่ ประหยัดพลังงานมากกว่าเดิม
งานออกแบบใหม่ ประหยัดพลังงานมากกว่าเดิม

ตัวแทนจาก AMD ระบุว่า งานดีไซน์ของ Carrizo จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพต่อพลังงาน (Performance-per-Watt) สูงสุดอย่างที่ไม่เคยทำได้มาก่อน โดยได้เพิ่มทางเลือกใหม่ในการพัฒนาประสิทธิภาพของโปรเซสเซอร์ โดยหนึ่งในนั้นก็คือสถาปัตยกรรม Heterogeneous Systems (Heterogeneous Systems Architecture: HSA) ซึ่งเป็นการรวมการประมวลผลของซีพียูและจีพียูเข้าไว้ด้วยกัน อย่างไรก็ตาม เป็นน่าสังเกตว่าสถาปัตยกรรม HSA ยังอยู่ในระยะเริ่มต้น และยังต้องอาศัยการพัฒนาเพิ่มเติมร่วมกับผู้พัฒนาซอฟแวร์เพื่อให้มีความสมบูรณ์แบบมากขึ้น แต่ก็พอจะกล่าวได้ว่า Carrizo คงจะเป็นชิพตัวแรกๆ ที่นักพัฒนาเหล่านั้นใช้ในการทดสอบความเข้ากันได้กับซอฟแวร์ของตน

นอกจากนี้ AMD ยังได้นำเทคโนโลยี AVFS (Adaptive Voltage and Frequency Scaling) ซึ่งเป็นเหมือนกับเซ็นเซอร์ตรวจจับแรงดันไฟฟ้า ติดตั้งไว้ทั่วบริเวณตัวชิพ ทำให้ช่วยประหยัดพลังงานได้มากถึงกว่าร้อยละ 30 และอย่างที่กล่าวไปในข้างต้น AMD ได้พัฒนาเทคโนโลยีขนาด 28 นาโนเมตร ให้มีประสิทธิภาพด้านพลังงานที่มากขึ้น รวมทั้งปรับการทำงานในส่วนของแกนประมวลผลกราฟิกให้ทำงานได้อย่างเหมาะสม ผลก็คือการใช้พลังงานที่ลดลงกว่าร้อยละ 20 ในระดับความถี่เท่ากันเมื่อเทียบกับชิพ Kaveri

เทคโนโลยี AVFS ช่วยตรวจจับการใช้พลังงานของชิพ
เทคโนโลยี AVFS ช่วยตรวจจับการใช้พลังงานของชิพ

แล้วเอพียูสำหรับเดสก์ท็อปล่ะ?

สังเกตได้ว่าเท่าที่ผมได้บรรยายสรรพคุณของชิพ Carrizo ไปนั้นจะมีการเน้นใช้คำโน้ตบุ๊กซะเป็นส่วนมาก เพราะมันเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของชิพนี้ ที่น่าแปลกก็คือขณะที่เอพียู Kaveri ได้รับการออกแบบมาให้ใช้กับทั้งโน้ตบุ๊กและขายแยกสำหรับประกอบคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ แต่กับเอพียูปี 2015 นี้ AMD ได้แบ่งสายการผลิตอย่างชัดเจน กล่าวคือ Carrizo จะเป็นหัวใจหลักของโน้ตบุ๊ก (อาจมีหลงเข้าในในเดสก์ท็อปออล-อิน-วัน บ้าง) แต่สำหรับเครื่องตั้งโต๊ะประกอบเองนั้น AMD เตรียมที่จะเปิดตัว Godavari ในปีนี้เพื่อมาแทนที่ Kavari ที่ออกมาเมื่อปีที่แล้ว

น่าเสียดายที่ขณะกำลังเขียนบทความนี้อยู่ AMD ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของชิพดังกล่าวมากนัก ทราบแต่เพียงว่าจะยังคงใช้กระบวนการผลิต 28 นาโนเมตร ส่วนแกนประมวลผลซีพียูก็ยังใช้สถาปัตยกรรม Steamroller เช่นเดียวกับ Kaveri โดยรองรับได้มากสุด 4 แกนประมวล รองรับแรม DDR3 ได้ที่ความเร็วสูงสุด 2133MHz สนับสนุนสถาปัตยกรรม HSA มาพร้อมกับแกนประมวลผลกราฟิก GCN และการประมวลผลเสียงด้วยเทคโนโลยี AMD TrueAudio แต่ข้อดีก็คือยังสามารถใช้งานร่วมกับซ็อกเก็ต FM2+ เช่นเดียวกับ Kaveri ทำให้ไม่ต้องเสียเงินซื้อเมนบอร์ดใหม่

มองไปในอนาคต

เป็นที่น่าสังเกตว่าขณะที่ Intel ได้ลดกระบวนการผลิตของชิพล่าสุดไปอยู่ที่ 14 นาโนเมตร เป็นที่เรียบร้อย แต่ AMD ยังคงที่ 28 นาโนเมตร แม้ AMD จะอ้างว่าได้พัฒนาสถาปัตยกรรมการผลิตให้มีประสิทธิภาพด้านการใช้พลังงานที่มากขึ้น (โดยไม่จำเป็นต้องลดกระบวนการผลิตลง) แต่มันจะเป็นเพียงการกล่าวอ้างเท่านั้นหรือไม่ก็คงต้องรอการทดสอบประสิทธิภาพกันจริงๆ

สรุปความสามารถของ Carrizo
สรุปความสามารถของ Carrizo

อย่างไรก็ตาม ช่วงที่ผ่านมาได้มีข้อมูลรั่วไหลออกมาว่า AMD กำลังซุ่มพัฒนาสถาปัตยกรรมโปรเซสเซอร์ใหม่ภายใต้ชื่อ “Zen” ที่มีกำหนดคลอดในปี 2016 โดยจุดเด่นของชิพดังกล่าวก็คือการลดขนาดกระบวนการผลิตให้เหลือเพียง 14 นาโนเมตร เช่นเดียวกับคู่แข่ง จึงเป็นที่น่าจับตาว่าเมื่อรวมขนาดกระบวนการผลิตใหม่เข้ากับเทคโนโลยีการประหยัดพลังงานที่ AMD เป็นเลิศอยู่แล้วนั้น ชิพรุ่นใหม่ๆ จะรับประทานไฟน้อยลงสักเพียงใด น่าเสียดายที่รายละเอียดจะคงมีอยู่น้อยมาก แต่หากมีข้อมูลเพิ่มเติมใดๆ ผมจะรีบนำมาเสนอให้ท่านผู้อ่านโดยเร็วที่สุด

สรุป

หากพูดในแง่ประสิทธิภาพแต่เพียงอย่างเดียวแล้วล่ะก็ โปรเซสเซอร์จาก AMD ดูจะเป็นรอง Intel อยู่บ้าง แต่หากนับรวมแนวคิดทางนวัตกรรมเข้าไปด้วยแล้วถือได้ว่า AMD มีของดีไม่แพ้คู่แข่ง โดยเฉพาะเอพียูที่เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคประกอบคอมพิวเตอร์สำหรับใช้งานทั่วไปได้ในราคาประหยัดกว่า เพราะไม่ต้องเสียเงินซื้อการ์ดกราฟิกประสิทธิภาพดีมาใช้ ส่วนซีพียู AMD FX ก็ยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ต้องการคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลประสิทธิภาพสูง แต่มีราคาไม่แพง

ทั้งหลายทั้งปวงจึงเป็นที่น่าติดตามว่าเอพียู Carrizo จะสามารถครองแชมป์ด้านการประหยัดพลังงานได้หรือไม่ ตลอดจนประสิทธิภาพที่จะเทียบกับคู่แข่งได้มากน้อยเพียงใด คำตอบของคำถามดังกล่าวคงมาถึงไม่นานเกินกลางปีนี้ ซึ่งเป็นกำหนดการวางตลาดของมันครับ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s