AMD Radeon R9 Nano: ยิ่งเล็กยิ่งดี!

ตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา AMD ได้เดินเกมรุกในสมรภูมิชิพกราฟิกระดับไฮเอนด์ด้วยชิพ Fiji ที่แรกเปิดตัวในการ์ด Radeon R9 Fury X ซึ่งเป็นรุ่นเรือธง โดยมาพร้อมกับสตรีมโปรเซสเซอร์มากถึง 4096 หน่วย รวมทั้งหน่วยความจำสายพันธ์ใหม่ high-bandwidth memory (HBM) ที่ได้รับการออกแบบให้คำนึงถึงการประหยัดพลังงานเป็นสำคัญ ประกอบกับการใช้พื้นที่บนแผงพีซีบีที่น้อยกว่า ทำให้ผู้ผลิตมีอิสระในการออกแบบการ์ดให้มีขนาดกะทัดรัดมากขึ้น ด้านประสิทธิภาพนั้นก็ได้รับการพิสูจน์จากหลายสำนักแล้วว่าพอฟัดพอเหวี่ยงกับ NVIDIA GeForce GTX 980 Ti ได้อย่างสบาย และเนื่องจาก Fury X มาพร้อมกับชุดระบายความร้อนด้วยของเหลว จึงทำให้มีอุณหภูมิขณะใช้งานน้อยกว่าอีกด้วย

เพียงเดือนเดียวหลังจากที่ Fury X เปิดตัว AMD ก็ได้เร่งเข็นการ์ดรุ่นรองออกมาภายใต้ชื่อ Fury การที่ตัด X ทิ้งไปก็หมายความถึงจำนวนสตรีมโปรเซสเซอร์และ texture units ที่น้อยลงร้อยละ 13 ส่วนชุดระบายความร้อนด้วยของเหลวก็ถูกตัดไปและถูกแทนที่ด้วยชุดระบายความร้อนฮีทไปป์ที่เราคุ้นเคยกันดี แต่แน่นอนว่าราคาถูกลงมาด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ดี ผลการทดสอบประสิทธิภาพหลายแห่งยืนยันว่า Fury มีประสิทธิภาพน้อยกว่ารุ่นพี่ของมันเพียงร้อยละ 5 เท่านั้น จึงทำให้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่กำลังมองหาการ์ดกราฟิกตัวใหม่

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจเลือกซื้อยังไม่ยุ่งยากเท่ากับการจะซื้อมันจากที่ไหน เพราะถึงแม้ Fury/Fury X จะได้รับการเปิดตัวมาระยะหนึ่งแล้ว การจะหาร้านที่วางจำหน่ายสักร้านยังเป็นเรื่องลำบากมาก เพราะว่ามีขายน้อยเหลือเกินแม้ในขณะที่ผมกำลังเขียนบทความนี้อยู่ โดยยี่ห้อที่คุ้นเคยกันดีก็มีเพียง ASUS และ Sapphire เท่านั้นที่ผลิตการ์ดรุ่นดังกล่าวออกมา ในทางตรงกันข้าม การ์ดที่ใช้ชิพ GeForce GTX 980/980Ti นั้นต่างมีวางจำหน่ายอย่างลานตาและมาจากหลายผู้ผลิต ทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกมากมาย

แม้ว่าจะยังมีซับพลายน้อยในตลาด แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ AMD ละเลิกผลักดันชิพ Fiji เข้าสู่สงครามชิพกราฟิกยุคหน้า เพราะในวันนี้ได้เปิดตัว Radeon R9 Nano ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็นชิพที่น่าสนใจที่สุดของค่ายแดงเลยก็ว่าได้ เนื่องจาก AMD กล่าวว่า Nano คือชิพเรือธงอีกตัวหนึ่งเทียบเคียงกับ R9 Fury X จึงทำให้มีราคาขายพอๆ กันที่ราว 650 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 24,000 บาท) มีปริมาณสตรีมโปรเซสเซอร์เท่ากันที่ 4096 หน่วย และใช้แรมชนิด HBM เช่นกัน เพียงแต่ว่ามีขนาดเล็กกว่าที่ความยาวเพียง 6 นิ้ว! และมีอัตราการใช้พลังงานน้อยกว่า Fury X ถึง 100 วัตต์ จึงเปิดโอกาสให้เกมเมอร์สามารถประกอบคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก มีประสิทธิภาพสูง และประหยัดพลังงาน พร้อมรองรับเกมใหม่ๆ ที่กำลังจะออกมาได้อย่างสบาย

มีอะไรใน Nano?

1
จุดเด่นโดยรวมของ R9 Nano

นอกจากรูปลักษณ์ภายนอกอันกะทัดรัดน่าสนใจแล้ว ภายใต้ฉากหน้าอันเล็กจิ๋วก็มีความโดดเด่นไม่แพ้กัน โดยแกนกลางของ R9 Nano นั้นประกอบไปด้วยปริมาณทรานซิสเตอร์มากถึง 8.9 พันล้านหน่วย แต่เนื่องจากยังใช้กระบวนการผลิต 28 นาโนเมตร ขนาดของ die จึงยังใหญ่มากถึง 596 ตารางมิลลิเมตร และเมื่อรวมแรม HBM ขนาด 4GB เข้าไปด้วยนั้น ก็จะขยายพื้นที่เป็น 1011 ตารางมิลลิเมตร เลยทีเดียว ในภาพรวมแล้ว Nano มีปริมาณทรานซิสเตอร์มากกว่า Radeon 390X ขณะที่ die ใหญ่กว่าราวร้อยละ 36

อย่างที่กล่าวไป R9 Nano มีปริมาณสตรีมโปรเซสเซอร์ 4096 หน่วย มากกว่า 390X อยู่ราวร้อยละ 45 ส่วนสัญญาณนาฬิกาของจีพียูนั้นก็สามารถพุ่งไปได้ไกลสุดถึง 1000MHz อย่างไรก็ตาม นั่นไม่ใช่ความเร็วสูงสุดที่จะรันอยู่ตลอดเวลา เพราะนั่นหมายถึงอัตราการใช้พลังงานที่จะสูงขึ้นอีก ผมจึงคิดว่าเอาเข้าจริงแล้วตัวชิพคงรันอยู่ที่ราว 900MHz เพื่อให้ได้อัตราการใช้พลังงานที่ราว 175 วัตต์ ตามที่ถูกกำหนดไว้

2
นวัตกรรมการประหยัดพลังงานของ R9 Nano

ส่วนประกอบหนึ่งของการ์ดที่โดดเด่นไม่แพ้ด้านอื่นก็คือแรม HBM ที่ถึงแม้จะมีความเร็วเพียง 500MHz ซึ่งน้อยกว่าแรม GDDR5 ที่ใช้ใน 390X แต่ต้องไม่ลืมว่าแรม HBM มีความกว้างบัสที่มากกว่า ซึ่งสามารถนำมาใช้ชดเชยความเร็วที่น้อยกว่าได้ อีกทั้งยังประหยัดพลังงานกว่าอีกด้วย

แต่ก็ไม่ใช่ว่าแรม HBM จะไม่มีข้อเสียเลยเสียทีเดียว เพราะขีดจำกัดหนึ่งของมันก็คือสามารถมีปริมาณได้สูงสุดเพียง 4GB เท่านั้น จึงทำให้อาจมีปัญหาเมื่อต้องการเล่นเกมความละเอียดสูงในระดับ 4K หรือต่อออกหลายจอมอนิเตอร์ อย่างไรก็ตาม หากเราพิเคราะห์ประสิทธิภาพของการ์ดกราฟิกที่กำลังวางขายในตลาดก็จะพบว่ามีชิพกราฟิกน้อยรุ่นที่สามารถเล่นความละเอียดดังกล่าวได้อย่างลื่นไหล และกว่าที่เทคโนโลยีชิพกราฟิกจะสามารถรองรับการเล่นเกมความละเอียด 4K หรือมากกว่าได้สบายๆ นั้น ข้อจำกัดดังกล่าวของแรม HBM ก็คงได้รับการแก้ไขเป็นที่เรียบร้อย

อย่างไรก็ดี นอกจากจุดเด่นในด้านการประหยัดพลังงานแล้ว เทคโนโลยี HBM ยังมีจุดเด่นในด้านการประหยัดพื้นที่เพราะว่า die ของแรมจะถูกวางเรียงซ้อนกันขึ้นไป เพื่อให้เห็นภาพ แรม GDDR5 ปริมาณ 1GB (ประกอบด้วยชิพ 256MB สี่หน่วย) จะต้องการพื้นที่ติดตั้งบนแผงวงจรกว้างถึง 672 ตารางมิลลิเมตร ขณะที่แรม HBM ในปริมาณเท่ากันต้องการพื้นที่เพียง 35 ตารางมิลลิเมตร เท่านั้น

และนั่นก็นำหมู่เฮามาสู่จุดเด่นของการ์ด Nano ที่โดดเด่นไม่แพ้แรม HBM นั่นก็คือ “ขนาด” ที่เล็กมาก เพราะที่ผ่านมาเราไม่เคยเห็นการ์ดระดับไฮเอนด์ที่ความยาวน้อยกว่า 10 นิ้ว สักเท่าใดนัก โดยการ์ด Fury X ที่มีความยาว 7.5 นิ้ว (ซึ่งว่าเล็กแล้ว) ก็ดูเบิ้มไปเลยเมื่อนำมาเทียบกับ Nano ที่มีความยาวเพียง 6 นิ้ว แล้วยังปราศจากหม้อน้ำระบายความร้อนกับพัดลมห้อยต่องแต่งให้รกหูรกตาอีกด้วย

3
ประสิทธิภาพเหนือระดับ

นอกจากนี้ สิ่งที่ไม่เหมือน Fury X อีกประการหนึ่งก็คือ AMD เปิดโอกาสให้ผู้ผลิตสามารถออกแบบการ์ดที่ใช้ชิพ Nano ได้ตามสบาย จึงทำให้เรามีโอกาสที่จะได้เห็นการ์ด Nano สารพัดแบบจากทั้ง HIS, ASUS, GIGABYTE ฯลฯ รวมทั้งรุ่นที่ได้รับการโอเวอร์คล็อกมาแล้ว ติดชุดระบายความร้อนสุดแนว หรือติดตั้งชุดระบายความร้อนด้วยของเหลวมาพร้อมใช้ ผู้บริโภคจึงมีทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้น

เมื่อกล่าวถึงการ์ด Fury X ก็อยากจะกล่าวถึงที่มาของชุดระบายความร้อนของมันสักเล็กน้อย เนื่องจากตัวการ์ดรับประทานไฟมากถึง 275 วัตต์ จึงทำให้ต้องมีชุดระบายความร้อนประสิทธิภาพสูงควบคู่กันไปด้วย แต่แทนที่จะติดตั้งชุดระบายความร้อนพัดลมธรรมดาขนาดใหญ่เหมือนกัน Fury รุ่นไม่มี X  AMD กลับเลือกที่จะติดตั้งชุดระบายความร้อนด้วยของเหลวชนิดออล-อิน-วัน คล้ายกับที่ใช้ใน R9 295X2 แต่ผลที่ได้รับก็คือตัวการ์ดในภาพรวมไม่ได้ให้ความรู้สึกกะทัดรัดอย่างที่การ์ดความยาวเพียง 7.5 นิ้ว ควรจะเป็น

ตรงกันข้าม ชิพ Nano มีอัตราการใช้พลังงานเพียง 175 วัตต์ จึงทำให้สามารถจัดการกับความร้อนที่เกิดขึ้นได้ง่ายกว่ามาก จึงทำให้ตัวการ์ดต้องการเพียงชุดระบายความร้อนทั่วไปที่มาพร้อมกับพัดลมตัวเดียว โดยครอบคลุมทั้งในส่วนของจีพียูและแรม ส่วนตัวควบคุมแรงดันไฟฟ้าบนแผงวงจรนั้นก็จะมีฮีทไปป์อีกชุดหนึ่งคอยจัดการความร้อนที่เกิดขึ้นให้

4
เล็ก แต่แรง นี่ล่ะ Nano

นอกจากนี้ ข้อดีอีกประการหนึ่งของการมีอัตราการใช้พลังงานที่น้อยกว่ากคือ การ์ด Nano ต้องการหัวจ่ายไฟชนิดแปดพินเพิ่มอีกเพียงหัวเดียวเท่านั้น ส่วนอุณหภูมิที่จะเกิดขึ้นขณะใช้งานนั้น AMD ก็ยืนยันว่าจะอยู่ที่ราว 75 องศาเซลเซียส ซึ่งน้อยกว่ารุ่นตัวท็อปในอดีตอย่าง 290X ถึง 20 องศา แต่หากสภาพแวดล้อมโดยรอบมีความร้อนสูงอยู่แล้ว ก็จะให้อุณหภูมิสูงขึ้นไปได้ที่ 85 องศา โดยที่จะไม่ไปลดความเร็วของจีพียูหรือเพิ่มความเร็วรอบพัดลมให้มีเสียงดังเป็นที่นำคาญแต่อย่างใด โดยความดังที่เกิดขึ้นนั้น AMD ยืนยันว่าจะอยู่ที่ราว 42 dBA ซึ่งเทียบเท่ากับความเงียบในห้องสมุด (library quiet) เท่านั้น

สรุป

จากข้อมูลทั้งหมดสามารถสรุปได้ว่า AMD Radeon R9 Nano เป็นการ์ดที่ดูดีและน่าสนใจมากตัวหนึ่งในตลาด โดยนอกจากจะมีขนาดเล็กแล้ว สเปคอย่างอื่นก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ารุ่นพี่อย่าง Fury X แต่อย่างใด หากมีการ์ดจากผู้ผลิตชั้นนำอย่าง ASUS และ GIGABYTE วางจำหน่ายอย่างแพร่หลายเมื่อใด ผมจะรีบนำมาทดสอบให้กับท่านผู้อ่านได้ทราบโดยพลันครับ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s