ปอกเปลือกวิธีซื้อการ์ดกราฟิกให้โดนใจ

นับตั้งแต่โลกได้รู้จัก 3dfx Voodoo เมื่อประมาณ 20 ปีมาแล้ว การ์ดกราฟิกได้เข้ามาเป็นตัวแปรสำคัญของการเล่นเกมพีซีนับแต่นั้น ทว่าระยะเวลาไม่ได้ทำให้การเลือกการ์ดกราฟิกให้โดนใจมีความง่ายขึ้นมาเลยสักนิดเดียว ด้วยเหตุนี้ ผมจึงตัดสินใจเขียนบทความนี้ขึ้น ไม่ใช่เพื่อบอกไปตรงๆ ว่าการ์ดตัวไหนดีตัวไหนไม่ดี แต่เพื่อให้เพื่อนๆ ใช้เป็น “แนวทาง” ประกอบการเลือกซื้อการ์ดกราฟิกให้เหมาะสมกับความต้องการและภายใต้งบประมาณที่เหมาะสมครับ

กำหนดเป้าหมายและงบประมาณ

หลายคนอาจสงสัยเกี่ยวกับการกำหนดเป้าหมายว่า “อ้าว! ซื้อการ์ดจอก็ต้องเอามาเล่นเกมสิ” เพื่อนๆ คิดถูกแล้วครับ แต่ต้องไม่ลืมว่าเกมพีซีมีอยู่มากมายหลายประเภท ซึ่งแต่ละประเภทก็ต้องการกำลังของการ์ดกราฟิกมากน้อยแตกต่างกันไป เช่น เกมอย่าง Minecraft หรือ Civilization ซึ่งเป็นเกมแนววางแผนสร้างอาณาจักร มักไม่มีลูกเล่นกราฟิกที่หวือหวามาก จึงมีความต้องการทรัพยากรจากการ์ดกราฟิกน้อยกว่า ตรงข้ามกับเกมแนวเดินหน้ายิงที่ต้องการกำลังการ์ดกราฟิกระดับสุดยอด เพื่อรีดเอ็ฟเฟ็คสวยๆ งามๆ ออกมาได้อย่างลื่นไหล เป็นต้น

1
เป็นเรื่องปกติที่เกมเดินหน้ายิงอย่าง Doom จะกินกำลังการ์ดกราฟิกมากกว่าเกมประเภทอื่น

นอกจากประเภทเกมแล้ว สิ่งอื่นที่ต้องคำนึงถึงไม่แพ้กันก็คือ “ความต้องการ” ความสวยงามขณะเล่นเกมของตัวเราเอง เช่น หากเรามีความสุขดีกับการเล่นเกมภายใต้ความละเอียด 1080p และยังไม่มีแผนจะซื้อจอมอนิเตอร์ความละเอียดสูงกว่าในเร็วๆ นี้ ก็สามารถซื้อการ์ดกราฟิกที่มีประสิทธิภาพระดับกลางมาใช้ แต่หากเป็นขาฮาร์ดคอร์ที่อยากลองเทคโนโลยีเกมมิ่งล่าสุดอย่าง 4K หรือ VR แล้วล่ะก็ การ์ดกราฟิกราคาเรือนหมื่นเท่านั้นจึงจะสามารถรองรับได้

แต่ถ้าหากไม่อยากคิดให้ปวดหัว ผมก็ขอแนะนำกฎง่ายๆ โดยให้นึกถึงพีซีที่เราใช้เล่นเกมอยู่ประจำว่าเราใช้คุณปู่เครื่องนี้มานานกี่ปีแล้ว ซื้อการ์ดกราฟิกในเครื่องมาด้วยราคาเท่าไร และมีความพึงพอใจกับมันมากน้อยเพียงใด เพราะโดยปกติแล้ว ทั้ง AMD และ NVIDIA มักจะออกการ์ดซีรีส์ใหม่มาแทนของเก่าด้วยราคาขายเท่ากัน (หรือเกือบเท่ากัน) เสมอ และหากดูพฤติกรรมตัวเองแล้วพบว่าตัวเองมักซื้อการ์ดกราฟิกที่มีราคาชาย 10,000 บาท มาใช้โดยเปลี่ยนทุกๆ สามปีแล้วล่ะก็ เป็นไปได้สูงว่านี่แหละคือระดับราคาการ์ดกราฟิกที่ตรงกับความต้องการของเรา

ทว่าหากเราอยากลองสัมผัสประสบการณ์ใช้เทคโนโลยีเกมมิ่งรุ่นใหม่จริงๆ เช่น VR หรือ 4K แล้วล่ะก็ พึงระลึกไว้เสมอว่า ลูกเล่นเหล่านี้มักได้รับการออกแบบมาใช้งานกับการ์ดระดับราคาสูงเท่านั้น โดยสิ่งที่เทคโนโลยีเกมมิ่งชั้นนำในช่วงสิบปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น PhysX, 3D การเล่นเกมหลายจอมอนิเตอร์ ความละเอียด 4K หรือ VR ในตอนนี้ มีเหมือนกันก็คือ ความต้องการแรงม้าพีซีที่สูงมากเสียคนคงมีเพียงคนกลุ่มเล็กๆ ที่สามารถเสพเทคโนโลยีเหล่านี้ได้ก่อนใครในช่วงแรก

2
ดูเรียบหรูแบบนี้ แต่พีซีที่รองรับ VR ได้ยังมีราคาที่สูงมากในปัจจุบัน

เมื่อทราบความต้องการของเราแล้ว ก็ถึงเวลาหาข้อมูลประกอบการเลือกซื้อการ์ดกราฟิกให้เหมาะสมกับงบประมาณ โดยทั่วไปแล้ว การ์ดที่มีราคาขายราว 6,000 บาท ณ ปัจจุบัน ส่วนใหญ่จะรองรับการเล่นเกมที่ความละเอียด 1080p ได้อย่างไม่มีปัญหา ส่วนการ์ดที่มีราคาขายราว 10,000 บาท ก็รองรับความละเอียด 1440p ได้สบายเช่นกัน ทว่าตัวแปรที่สำคัญอีกชิ้นก็คือ “การตั้งค่ากราฟิก (graphic setting)” ที่เราใช้กับเกม เพราะหากเรารับได้กับการตั้งค่าระดับ “ปานกลาง (medium)” ให้กับเกมส่วนใหญ่ การ์ดที่มีราคาขาย 6,000 บาท ก็สามารถรองรับความละเอียด 1440p ได้ไหลลื่นเช่นกัน แต่ถ้าต้องการภาพสวยงามยิ่งกว่า ก็คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมองหาการ์ดที่มีราคาสูงขึ้น

ตรวจสอบสเปคของการ์ดกราฟิก

เมื่อได้ระดับงบประมาณมาแล้ว ขั้นตอนต่อมาคือการคัดเลือกการ์ดที่ควรค่าแก่การครอบครอง ซึ่งปัญหาก็มักเริ่มจากจุดนี้ เพราะเมื่อเราเข้าไปในเว็บเช็คราคาต่างๆ ก็จะพบว่ามีการ์ดกราฟิกหลายยี่ห้อมาก หนำซ้ำยี่ห้อเดียวกันยังมีหลายรุ่นหลายโมเดลที่มีราคาแตกต่างออกไปอีกด้วย เอายังไงดีล่ะที้นี้?

วิธีง่ายๆ ในการแยกแยะความแตกต่างระหว่างการ์ดสารพัดแบบก็คือ ให้ดูตัวเลขรุ่นเป็นหลัก และสามารถใช้หลักการนี้กับทั้งการ์ดของ AMD และ NVIDIA โดยการ์ดที่มีเลขรุ่นสูงกว่า ก็มักมีประสิทธิภาพกับราคาสูงกว่าเสมอ เช่น AMD R9 390X ย่อมมีราคากับความแรงมากกว่า R9 380X ส่วน NVIDIA GeForce GTX 980 ก็ย่อมแรงกว่า GTX 960 เช่นกัน ทั้งนี้ เพื่อเป็นการตีวงให้แคบยิ่งขึ้น ก็ขอให้นำปัจจัยด้านงบประมาณที่ตั้งไว้มาประกอบการเลือกด้วย

3
การ์ดที่มีตัวเลขเยอะกว่าก็มักมีประสิทธิภาพกับราคามากตามไปด้วย

อย่างไรก็ตาม เมื่อเราเปรียบเทียบการ์ดที่ใช้ชิพเดียวกับหลายๆ ยี่ห้อก็มักพบราคาขายที่แตกต่างกันไป เช่น การ์ดที่ใช้ชิพ NVIDIA GeForce GTX 960 ของบริษัท A อาจมีราคาขายสูงหรือถูกกว่าของบริษัท B เป็นต้น เพราะฉะนั้น สิ่งที่เราจะหยิบมาวิเคราะห์ในลำดับถัดไปคือ “สเปค” ของการ์ดแต่ละตัว

วิธีง่ายๆ ในการตรวจสอบก็คือ ให้เข้าไปที่เว็บไซต์ของผู้ผลิตการ์ด โดยขอให้สังเกตความแตกต่างของความเร็วสัญญาณนาฬิกาของการ์ดที่หยิบมาเปรียบเทียบ เพราะการ์ดยี่ห้อหรือรุ่นที่แพงกว่าอาจโอเวอร์คล็อกมาแล้วจากโรงงาน และของแถม เช่น เกม เป็นต้น นอกจากนี้ “แรม” ที่มากกว่าก็อาจทำให้การ์ดมีราคาสูงกว่าเช่นกัน

เพราะฉะนั้น ย่อหน้านี้จะขอพูดถึงแรมของการ์ดกราฟิกสักนิด หลายคนเชื่อว่าการ์ดที่มีแรมมากว่าจะมีประสิทธิภาพมากกว่า ซึ่งก็จริงส่วนหนึ่ง แต่ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของชิพบนการ์ดด้วยว่าแรงมากพอที่จะใช้ทรัพยากรแรมได้อย่างคุ้มค่าด้วยหรือไม่ และตัวเกมมีความต้องการแรมบนตัวการ์ดกราฟิกมากน้อยเพียงใด ซึ่งสามารถตรวจสอบได้จากความต้องการขั้นต่ำของตัวเกม แต่โดยทั่วไปแล้ว การ์ดกราฟิกที่มีราคาขายต่ำกว่า 5,000 บาทนั้น มักไม่สามารถรีดประสิทธิภาพของแรมปริมาณมากๆ ได้อย่างเต็มที่ จึงป่วยการที่จะจ่ายเพิ่ม แต่ถ้าหากเป็นการ์ดที่มีราคาขายราว 7,000 – 8,000 บาท เป็นต้นไปแล้วล่ะก็ หยิบรุ่นที่มีแรม 4GB มาได้เลยครับ เพราะมีแนวโน้มสูงมากว่าการ์ดที่ใช้ชิพรุ่นใหม่ของทั้ง AMD และ NVIDIA ที่กำลังจะเปิดตัวเร็วๆ นี้ จะมาพร้อมกับแรม 4GB เป็นมาตรฐาน

สรุป

ที่กล่าวไปก็คือขั้นตอนคร่าวๆ ในการเลือกซื้อการ์ดกราฟิกให้ถูกใจและตรงกับงบประมาณในกระเป๋า แต่หากเพื่อนๆ ไม่รีบแล้วล่ะก็ แนะนำให้รอคอยอีกสักนิด เพราะข่าวล่าสุดระบุว่า ทั้ง AMD กับ NVIDIA วางแผนเปิดตัวชิพกราฟิกรุ่นใหม่ภายในปีนี้ ซึ่งพกเทคโนโลยีใหม่มาเต็มเปี่ยม ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการผลิตที่มีขนาดเล็กลง ส่งผลให้การ์ดกินไฟและปล่อยความร้อนน้อยกว่า แล้วยังมีประสิทธิภาพรองรับ 4K กับ VR ดีขึ้นอีกด้วย

4
เราคงได้พบเทพดาวเหนือจาก AMD ในปีนี้
Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s