10 สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับ Intel Broadwell-E

ในงาน Computex 2016 ที่ผ่านมา Intel ได้เปิดตัวโปรเซสเซอร์ Broadwell-E ซึ่งคนที่อยู่ในวงการฮาร์ดแวร์พีซีคงทราบดีว่าเจ้า E ห้อยท้ายนั้นหมายถึง Extreme หรือที่แปลว่า “สุดๆ ไปเลย” เพื่อต้องการสื่อให้ทราบว่าเจ้าชิพนี้มีความแรงราวกับเทพเจ้าประทานมาให้ และกับ Broadwell-E ล่าสุดก็เช่นกันที่คงมีคนบ้าพลังสุดๆ เท่านั้นที่กระหายอยากเป็นเจ้าของ ต่อไปนี้คือ 10 สิ่งที่ทุกท่านควรทราบเกี่ยวกับชิพนี้ครับ

1. มันมีแกนประมวลผล 10 แกน!

1
ปริมาณแกนประมวลผลที่มากขึ้น

ใช่แล้วครับพ่อแม่พี่น้อง จะขยี้ตาอีกกี่ทีก็เห็นเหมือนเดิมนั่นล่ะ ตัวท็อปสุดของ Broadwell-E ตอนนี้คือ Intel Core i7-6950X ที่มาพร้อมกับแกนประมวลผลถึง 10 แกน และเมื่อรวมคุณสมบัติ Hyper-Threading เข้าไปอีกก็ทำให้มันประมวลผลงานได้ถึง 20 งานพร้อมกัน! จึงกล่าวได้ว่านี่คือโปรเซสเซอร์สำหรับผู้บริโภคตัวแรกของโลกที่มีปริมาณแกนประมวลผลมากขนาดนี้ ไม่นับชิพ Xeons ที่มักพบในเครื่องเซิร์ฟเวอร์มากกว่าเกมมิ่งพีซีตามบ้าน

2. มันมีพี่น้องรวมทั้งหมด 4 ตน

2
ครอบครัวความแรง

นอกจาก Core i7-6950X ที่เป็นพี่ใหญ่สุดแล้ว Intel ยังได้เปิดตัวน้องรองอีกสามรุ่นในตระกูล Broadwell-E นั่นคือ Core i7-6900K ที่มาพร้อมกับแกนประมวลผล 8 แกน Core i7-6850K ที่มาพร้อมแกนประมวลผล 6 แกน และ Core i7-6800K ที่ถูกแปะป้ายว่าเป็นชิพ 6 แกนประมวลผล “รุ่นประหยัด” จึงมีราคาถูกกว่าใคร แต่ก็ถูกตัดจำนวนเลนของ PCIe จาก 40 สายเหลือเพียง 28 สายเท่านั้น

3. ใช้ร่วมกับเมนบอร์ดเดิมได้

3
ใช้ร่วมกับชิพเซ็ต X99

ชิพ Broadwell-E ทั้งสี่ตัวออกแบบให้ใช้งานร่วมกับเมนบอร์ดชิพเซ็ต X99 ซ็อกเก็ต LGA2011-V3 ที่ขายเกลื่อนตลาดอยู่ในตอนนี้ แต่อาจต้องอัปเดตไบออสให้เป็นเวอร์ชันปัจจุบันเสียก่อน อย่างไรก็ตาม แนะนำให้ตรวจสอบกับเว็บไซต์ของผู้ผลิตเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง เพราะเว็บไซต์บางแห่งรายงานว่ามีเมนบอร์ดบางรุ่นไม่รองรับเทคโนโลยีใหม่ที่มาพร้อมกับ Broadwell-E อาทิ Turbo Boost Max 3.0

4. ติดเทอโบเครื่องด้วย Turbo Boost Max 3.0

หลายคนคงได้ยินชื่อเทคโนโลยี Turbo Boost ของ Intel กันมาบ้างแล้ว เพราะเป็นลูกเล่นที่ระบบจะโอเวอร์คล็อกโปรเซสเซอร์โดยอัตโนมัติให้สอดรับกับความต้องการ แต่มาในเวอร์ชันนี้ Intel ได้อัปเกรดให้มีความฉลาดมากขึ้น โดยเมื่อใดที่คอมพิวเตอร์มีการประมวลผลเพียงเธรดหรืองานเดียว ระบบจะผูกงานนั้นเข้ากับแกนประมวลผลที่เร็วที่สุดและเร่งความเร็วให้สูงขึ้นโดยไม่สิ้นเปลืองพลังงานมากไปกว่าเดิม สูงขนาดไหนก็ลองคิดดูว่า เมื่อปิดการใช้งาน Turbo Boost Max 3.0 ชิพ Core i7-6950X ที่รันบนแกนประมวลผลเดียวจะมีความเร็วสูงสุด 3.5GHz แต่หากเปิดใช้ลูกเล่นดังกล่าว ความเร็วที่ว่าจะพุ่งไปถึง 4GHz โดยอัตโนมัติ นอกจากนี้ ยังมีผู้วิเคราะห์ว่า เทคโนโลยีนี้อาจนำไปสู่การพัฒนาลูกเล่นที่อัจฉริยะมากขึ้นอีกด้วย อ้อ… เกือบลืมบอกไปว่า ปัจจุบันมีเพียง Broadwell-E เท่านั้นที่รองรับเทคโนโลยีนี้ แต่เชื่อเหลือเกินว่าโปรเซสเซอร์ของ Intel ในอนาคตจะต้องหยิบยืมไปใช้ด้วยแน่นอน

5. สามารถโอเวอร์คล็อกแบบระบุแกนได้

นอกจาก Turbo Boost Max 3.0 แล้ว Broadwell-E ยังมาพร้อมกับอีกหนึ่งลูกเล่นเอาใจฮาร์ดคอร์ นั่นคือการโอเวอร์คล็อกแบบระบุแกน โดยในชิพ Haswell-E ก่อนหน้านั้น เมื่อผู้ใช้สั่งให้โอเวอร์คล็อกโปรเซสเซอร์ ระบบจะไปเร่งความแกนประมวลผลใดๆ อะไรก็ไม่รู้ที่อาจไม่ได้กำลังถูกใช้งาน แต่กับ Broadwell-E นั้น จะสามารถระบุได้เลยว่าจะให้เร่งความเร็วแกน 1 แกน 5 หรืออะไรก็ว่าไป ตามแกนที่ถูกใช้งานจริง เพื่อประสิทธิผลการโอเวอร์คล็อกที่สูงที่สุด

6. ประสบการณ์โอเวอร์คล็อกที่สุดยอด

หัวข้อก่อนหน้าอาจอ่านแล้วงง หลายคนคงอยากทราบว่าจริงๆ แล้ว Broadwell-E มันโอเวอร์คล็อกได้เจ๋งจริงหรือไม่ และหลังจากที่ไปรวบรวมข้อมูลมาจากหลายแห่งก็พอจะสรุปได้ว่า โปรเซสเซอร์เทพตัวนี้สามารถโอเวอร์คล็อกได้อย่างยอดเยี่ยม โดย Core i7-6950X สามารถเร่งความเร็วทุกแกนไปได้สูงถึง 4GHz โดยไม่ต้องไปปรับค่าแรงดันไฟอะไรให้วุ่นวาย และสามารถเร่งไปได้ถึง 4.5GHz เมื่อใช้แกนประมวลผลแค่แกนเดียว แต่มีข้อควรระวังคือ เมนบอร์ดที่ใช้ต้องแกร่งพอที่จะรองรับการเร่งความเร็วแบบมหาศาลด้วยนะครับ เพราะมีรายงานว่าพบปัญหากับเมนบอร์ดรุ่นพอใช้ราคาประหยัดทั้งหลายนะ

7. รองรับอัปเดตใหม่ของ Windows 10

Microsoft จะปล่อยอัปเดต Redstone ของ Windows 10 ภายในปีนี้ ซึ่งจะรองรับคุณสมบัติการแบ่ง workload ให้กับแต่ละแกนประมวลผลเข้าไปด้วย ชิพ Broadwell-E ซึ่งรองรับลูกเล่นนี้อยู่แล้ว จึงได้รับอานิสงไปแบบเต็มๆ

8. มันเร็วมาก!

ตามปกติแล้ว โปรเซสเซอร์ที่มีแกนประมวลผลน้อยกว่ามักมีความเร็วสัญญาณนาฬิกาที่สูงกว่าเสมอ เพราะฉะนั้น เป้าหมายหนึ่งของการพัฒนา Broadwell-E ก็คือการทำให้โปรเซสเซอร์ที่จำนวนแกนประมวลผลเยอะมีความเร็วใกล้เคียงกับตัวที่มีแกนประมวลผลน้อยกว่า ขณะที่ยังคงข้อได้เปรียบด้านการมีหลายแกนประมวลผลของตัวเองไว้ ซึ่งผลการทดสอบหลายแห่งก็ชี้ไปในทางเดียวกันว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี และยิ่งทดสอบกับโปรแกรมที่สนับสนุนการทำงานร่วมกับโปรเซสเซอร์หลายแกนประมวลผลแล้วล่ะก็ Broadwell-E ก็สามารถฉายแสงสุกสกาวระเบิดความแรงได้อย่างสมศักดิ์ศรี โดยเอาชนะชิพอื่นไปไม่เห็นฝุ่น

9. ไม่ใช่ทุกคนที่ต้องการประสิทธิภาพระดับนี้

แม้ว่าจะไม่มีใครสามารถปฏิเสธความแรงของ Broadwell-E แต่ความจริงก็คือ ไม่ใช่ทุกคนที่ต้องการความแรงโปรเซสเซอร์ถึงขนาดนี้ อย่างที่กล่าวไปว่า การที่จะดึงศักยภาพของชิพออกมาให้มากที่สุดก็คือต้องใช้งานร่วมกับโปรแกรมที่รองรับการทำงานร่วมกับหลายแกนประมวลผลได้ หรือเปิดการใช้งานหลายโปรแกรมพร้อมกัน เช่น รัน Premiere Pro พร้อมกับเรนเดอร์ภาพสามมิติ และเข้ารหัสไฟล์ภาพยนตร์ความละเอียดสูงไปด้วย เป็นต้น

10. มันแพงมากกกก!

ขอลากเสียงยาวๆ ให้กับหัวข้อนี้ เพราะราคาค่าตัวของ Broadwell-E นั้นสูงมากตามประสิทธิภาพของมัน โดย Core i7-6950X ซึ่งเป็นรุ่นท็อป มีราคาขายถึง 64,000 บาท ส่วน i7-6900K ขายที่ 41,000 บาท i7-6850K ขายที่ 24,000 บาท และ i7-6800K ขายที่ 17,000 บาท ใครที่รวยอยู่แล้วคงไม่มีปัญหา แต่ประชาชนอย่างผมคงต้องคิดหนักหากอยากไขว่คว้ามาชื่นชม

สรุป

4
Broadwell-E บทรุปของความแรง

ที่กล่าวไปทั้งสิบข้อก็เป็นประเด็นสำคัญที่ควรรู้ของชิพ Broadwell-E ซึ่งสามารถกล่าวรวบรัดได้ว่ามันคือสุดยอดโปรเซสเซอร์ที่ผู้ใช้ทั่วไปสามารถกำเงินไปซื้อได้ สิ่งที่ได้รับกลับมาคือประสิทธิภาพอันสุดยอด แต่ก็ต้องพิจารณาด้วยว่าจะได้คุ้มเสียหรือไม่ เพราะชิพนี้จะสามารถสำแดงพลานุภาพได้เต็มที่ก็เมื่อใช้งานกับหลายโปรแกรมพร้อมกับแบบ megatasking แต่ถ้าเราไม่ใช่ผู้ใช้กลุ่มนั้น ชิพ Skylake ทั่วไปก็พอแล้วครับ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s