เทรนด์ไอทีน่าจับตาแห่งปี 2560

กระแสการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีสารสนเทศส่งผลอย่างใหญ่หลวงรอบด้าน ไม่เพียงแต่ในแง่ของการดำเนินชีวิตประจำวันที่เราต้องพึ่งพาเทคโนโลยีมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังมีผลต่อการวางนโยบายของรัฐบาลและการปรับตัวของภาคธุรกิจ เมื่อเร็ว ๆ นี้ บริษัท ไอดีซี ประเทศไทย เปิดเผยว่าการลงทุนด้านไอทีของประเทศในปีนี้มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2559 การลงทุนมีอัตราการเติบโตราวร้อยละ 3.9 หรือคิดมูลค่าราว 400,000 ล้านบาท ขณะที่ในปี 2560 จะมีการเติบโตอีกราวร้อยละ 3.7 คิดเป็นมูลค่าราว 415,000 ล้านบาท ทั้งนี้ เนื่องจากองค์กรมีแนวโน้มลงทุนด้านไอทีอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับตัวให้สอดรับกับนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลและไทยแลนด์ 4.0

สำหรับผู้ที่ไม่ได้ติดตามข่าวสารไอทีอย่างต่อเนื่องคงอาจสับสนหรือจับต้นชนปลายไม่ถูกว่าแนวโน้มไอทีในปีหน้าจะมุ่งไปในทางใด ผมจึงขออาสารวบรวมนวัตกรรมและแนวคิดที่น่าสนใจเกี่ยวกับด้านไอทีที่คาดว่าจะมีผลต่อการใช้ชีวิตของพวกเราไม่มากก็น้อยในบทความนี้

ยานยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ

1
รถบรรทุกอัตโนมัติจาก OTTO

รอบขวบปีที่ผ่านมามีแนวโน้มที่น่าสนใจในแวดวงรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติเป็นอย่างมาก บริษัท Tesla ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชื่อดัง ได้ประกาศเป้าหมายจะพัฒนารถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติให้สำเร็จภายในปี 2561 ส่วน Uber ก็ได้เริ่มต้นทดลองโครงการนำร่องที่ผู้โดยสารสามารถเรียกโดยสารรถขับเคลื่อนอัตโนมัติ (แต่ยังมีคนขับนั่งหลังพวงมาลัย เพื่อกำกับดูแลความปลอดภัย) ในเมืองพิตต์สเบิร์ก รัฐเพนซิลเวเนีย สหรัฐอเมริกา ขณะที่อีกหลายบริษัทก็ตั้งเป้าจะพัฒนารถยนต์อัตโนมัติให้สำเร็จภายในปี 2563

แม้ว่ารถยนต์อัตโนมัติคือความฝันของผู้คนทั่วโลก แต่สภาพการจราจรที่ซับซ้อนบนท้องถนนในเมืองได้สร้างความท้าทายให้กับบรรดาวิศวกรและนักวิทยาศาสตร์ในการพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็วเป็นอันมาก ดังนั้น ความน่าจะเป็นที่จะเกิดขึ้นก่อนในอุตสาหกรรมนี้ก็คือ การพัฒนา “รถบรรทุกขับเคลื่อนอัตโนมัติ” ที่สามารถวิ่งขนส่งสินค้าจากสถานที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งโดยใช้ทางด่วน เพราะมีอุปสรรคในการขับขี่น้อยกว่าในเมือง และทำให้คอมพิวเตอร์ในรถทำงานได้อย่างแม่นยำมากขึ้น

ตัวอย่างในปีนี้คือ OTTO สตาร์ทอัพที่เพิ่งถูก Uber ซื้อกิจการไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ ประสบความสำเร็จในการวิ่งรถบรรทุกอัตโนมัติระหว่างฟอร์ตคอลลินส์ไปยังโคโลราโดสปริงส์ รัฐโคโลราโด สหรัฐอเมริกา (ทราบไหมครับว่าในรถบรรจุอะไร? เบียร์บัดไวเซอร์ 50,000 กระป๋อง!) ได้อย่างราบรื่นไร้อุบัติเหตุ โดยรถคันดังกล่าวได้รับการปรับแต่งให้ติดตั้งอุปกรณ์ไฮเทคทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นกล้อง เรดาร์ ไลดาร์ (LIDAR ย่อมาจาก Light Detection and Range เทคโนโลยีการสำรวจภูมิประเทศที่วัดระยะจากระยะเวลาในการเดินทางของลำแสงเลเซอร์ที่เดินทางจากเซ็นเซอร์ไปยังวัตถุเป้าหมาย และเดินทางกลับมายังเซ็นเซอร์อีกครั้งหนึ่ง) ในการช่วยเป็นหูเป็นตาและอำนวยความสะดวกในการขับเคลื่อน ซึ่งหากนวัตกรรมนี้การแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น และได้รับการพัฒนาในอีกระดับหนึ่ง ก็มีความเป็นไปได้ที่จะถูกนำมาใช้กับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลทั่วไป

PC is Dead, Long Live PC!

2
Surface Studio สุดยอดพีซีราคาหลักแสนจาก Microsoft

คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลหรือพีซี (ในที่นี้หมายถึงคอมพิวเตอร์เดสก์ท้อปและแล็บท้อป) เคยเป็นสุดยอดอุปกรณ์ไอทีราคาแพงที่ทุกคนทุกบ้านต้องหามาไว้ใช้งาน แต่ปัจจุบันเนื่องจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์พกพาอย่างสมาร์ทโฟนกับแท็บเล็ตมีประสิทธิภาพสูงมากขึ้นและมีราคาที่จับต้องได้ ทำให้ความจำเป็นที่จะต้องมีพีซีไว้ในครอบครองลดลง หรืออัปเกรดเปลี่ยนรุ่นไม่บ่อยนัก (หรือบางคนก็ไม่เปลี่ยนเลยด้วยซ้ำ และใช้ไปจนกว่าจะพัง) ส่งผลต่อยอดขายของผู้ผลิตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เห็นได้จากข่าวยอดขายพีซีตกลงอย่างต่อเนื่องทุกปี

แล้วเจ้าพ่อพีซีเก่าแก่อย่าง Apple กับ Microsoft จะทำอย่างไร? ก็เพิ่มราคาขายและผลกำไรต่อหน่วยไงล่ะ โดยจะเห็นได้ว่าพีซีที่เปิดตัวใหม่จากทั้งสองค่ายล้วนมีราคาแพงหูฉีกทั้งนั้น โดย Microsoft Surface Studio มีราคาขายเริ่มต้นถึงหลักแสน ส่วน MacBook Pro รุ่นใหม่ก็มีราคาเริ่มต้นไม่ต่ำกว่าห้าหมื่นบาทเรื่อยไปจนถึงหลักแสนเช่นกัน ยังไม่นับพีซีสำหรับการเล่นเกมจากบรรดาแบรนด์ดังอย่าง Razer และ Alienware ที่มีราคาขายสูงและเจาะตลาดเฉพาะกลุ่ม

แล้วผู้บริโภคจะได้อะไรจากพีซีระดับพรีเมียมเหล่านั้น? แน่นอนเลยคือคุณสมบัติเฉพาะหลายอย่างที่จะมาช่วยเสริมประสบการณ์ใช้งานให้สะดวกขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Touch Bar บน MacBook Pro ที่ผู้พัฒนาซอฟแวร์สามารถนำไปประยุกต์พัฒนาเป็นคีย์ลัดเพิ่มความง่ายในการใช้งาน ส่วน Microsoft Surface Studio ก็พัฒนาให้รองรับคุณสมบัติใหม่ของ Windows 10 แทบทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการวาดภาพบนหน้าจอ หรือการใช้งานระบบสัมผัส ทำให้บรรดาศิลปินสามารถสร้างสรรค์งานออกแบบได้อย่างไร้ขีดจำกัด และสำหรับพีซีเพื่อการเล่นเกมนั้นก็แน่นอนว่าเกมเมอร์จะได้รับประสบการณ์การเล่นเกมที่ไหลลื่น

Sharing Economy เศรษฐกิจเพื่อการแบ่งปัน

3
แชร์ริ่งอีโคโนมียังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก เพียงแต่กฎหมายต้องไปด้วยกัน

แม้ว่าจะไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะหลายคนคงคุ้นเคยหรือได้ใช้บริการเรียกรถ Uber หรือเช่าห้องผ่าน Airbnb กันมาแล้ว แต่ตลาดแชร์ริ่งอีโคโนมีก็ยังมีแนวโน้มสดใสและสามารถเติบโตครอบคลุมไปได้หลายส่วน เพราะสามารถช่วยผู้บริโภคประหยัดเงินจากการไม่ต้องถือครองสินทรัพย์ แต่ได้รับความสะดวกสบายเท่าเดิม และสอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคอายุน้อยที่มักมีแนวโน้มเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคมากกว่ากลุ่มอื่น

อย่างไรก็ตาม แชร์ริ่งอีโคโนมีก็ยังมีข้อเสียอีกมาก เพราะเป็นการผลักดันให้เกิดพฤติกรรมการบริโภคแบบชั่วคราว และภาคธุรกิจไม่สามารถสร้างความสัมพันธ์ร่วมกับผู้บริโภคได้อย่างแนบแน่น นอกจากนี้ ยังส่งผลต่ออุตสาหกรรมการให้บริการแบบเดิมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น Airbnb สามารถมอบตัวเลือกที่พักให้กับผู้บริโภคมากมายมหาศาลยิ่งกว่าเครือโรงแรมอย่าง InterContinental หรือ Hilton จะทำได้ หรือบริการธุรกิจ Uber ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ให้บริการแท็กซี่และสร้างกระแสต่อต้านไปตามเมืองใหญ่ทั่วโลก

นอกจากนี้ ยังเป็นผลให้รัฐบาลกลางของหลายประเทศต้องทบทวนกฎหมายเดิมที่ถูกสร้างขึ้นภายใต้แนวคิดการถือครองสินทรัพย์ให้มีความครอบคลุมและสามารถใช้กำกับดูแลธุรกิจแชร์ริ่งอีโคโนมีได้ โดยเฉพาะด้านภาษี ยกตัวอย่าง เมื่อปีที่แล้วรัฐบาลฝรั่งเศสได้บังคับให้ Airbnb เริ่มคิดภาษีท่องเที่ยวกับห้องพักในเมืองปารีส ก่อนที่จะขยายขอบเขตการใช้ไปอีก 18 เมืองทั่วประเทศตั้งแต่เมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา เป็นต้น

สำหรับในเมืองไทยนั้น บริการอย่าง Grab และ Uber ได้เข้ามามีบทบาทกับชีวิตของคนในเมืองหลวงอย่างรวดเร็ว ส่วนห้องพักใน Airbnb ก็มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น และมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยกว่าร้อยละ 60 ต่อเดือน ประกอบกับอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและเครือข่าย 4G ที่มีราคาเข้าถึงได้ จึงทำให้แชร์ริ่งอีโคโนมีในไทยมีแนวโน้มจะเติบโตได้อีก อย่างไรก็ตาม รัฐบาลต้องเร่งแก้ไขกฎหมายกับระเบียบต่าง ๆ ให้ช่วยอำนวยความสะดวก มีความสอดคล้องกับการประกอบกิจการลักษณะนี้ และไม่เป็นอุปสรรคต่อการต่อยอดธุรกิจในอนาคต

Big Data ข้อมูลคืออำนาจ

4
ข้อมูลคือขุมทองของภาคธุรกิจในปัจจุบัน

การปฏิวัติอุตสาหกรรม 4.0 มีการกล่าวถึง Big Data ค่อนข้างมาก เพราะรอยเท้าดิจิทัลที่ผู้บริโภคทิ้งไว้บนโลกออนไลน์คือขุมทรัพย์มหาศาลที่องค์กรธุรกิจสามารถนำไปใช้ไปในการนำเสนอสินค้าและบริการที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้มากขึ้น อีกทั้ง ยังนำไปสู่การตลาดที่เจาะจงผู้รับเฉพาะกลุ่มในวงกว้างได้อย่างรวดเร็วผ่านสื่อออนไลน์

ตัวอย่างการใช้ประโยชน์จาก Bia Data ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดในยุคสมัยนี้คือการวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคผ่านบัตรเครดิตหรือบัตรสมาชิก โดยภาคธุรกิจสามารถนำข้อมูลเหล่านี้มาวิเคราะห์หารูปแบบการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคเป็นรายบุคคล หรือช่วงอายุ เพื่อนำไปประกอบการคิดแคมเปญโฆษณา นำเสนอส่วนลด หรือสิทธิประโยชน์อื่น เป็นต้น อุตสาหกรรมปลายน้ำอย่างร้านค้าปลีกรายใหญ่จึงเป็นฝ่ายที่จะได้รับประโยชน์สูงสุดเพราะอยู่ใกล้ชิดผู้บริโภค โดยในประเทศไทยนั้นเห็นได้ว่าผู้เล่นรายใหญ่อย่าง Big-C, Central และ Tops ต่างเข้ามาร่วมตักตวงส่วนแบ่งตลาดและลงทุนกับการพัฒนาร้านค้าออนไลน์เป็นอย่างมาก เพราะมีต้นทุนต่ำกว่าการเปิดร้านจริง และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ในวงกว้าง อีกทั้ง ในอนาคตเมื่อนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ อย่าง Augmented Reality (AR) มาช่วยเสริมประสบการณ์ในการจับจ่ายใช้สอยได้แล้ว ก็จะสามารถช่วยกระตุ้นยอดขาย หรืออย่างน้อยก็เพิ่มสีสันและส่งเสริมให้มีการนำนวัตกรรมมาใช้ในอุตสาหกรรมปลายน้ำนี้ได้ต่อไป

AI ปัญญาประดิษฐ์สุดล้ำ

5
ในอนาคตปัญญาประดิษฐ์จะเข้ามามีบทบาทกับพวกเราอย่างมาก

ทุกวันนี้เรามีระบบปัญญาประดิษฐ์เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกให้ทั้งที่เรารู้และไม่รู้ตัว โดยแฝงอยู่ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นพีซี สมาร์ทโฟน สมาร์ทโฮม รถยนต์ รวมทั้งบริการออนไลน์อย่างเฟซบุ๊ก หรือกระทั่งการวิเคราะห์ทางการแพทย์ ก็ล้วนมี AI เข้ามาเป็นส่วนประกอบไม่มากก็น้อย

ดังนั้น แนวโน้มการพัฒนา AI จึงเป็นที่น่าจับตา เมื่อเร็ว ๆ นี้ เฟซบุ๊กประกาศจะยกระดับความสามารถของปัญญาประดิษฐ์ในการคัดกรองข่าวลวงออกจากสารบบการนำเสนอต่อผู้ใช้ ส่วน Apple ก็ให้คำมั่นจะพัฒนา Siri ให้มีความฉลาดและสามารถวิเคราะห์ความต้องการและความสนใจของผู้ใช้ได้ดีขึ้น เช่นเดียวกับ Google ที่มุ่งเสริมความสามารถของ AI อันยอดเยี่ยมของตนให้มีความสามารถในการรับรู้สภาพแวดล้อมรอบตัวและรู้ทันความต้องการของผู้ใช้ได้อย่างชาญฉลาด

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ผู้บริโภคกังวลเกี่ยวกับบทบาทของ AI ในชีวิตประจำวันมากที่สุดก็คือ การละเมิดความเป็นส่วนตัว เพราะการที่ปัญญาประดิษฐ์จะสามารถรู้ความต้องการของผู้ใช้ได้นั้นจำเป็นต้องมีการเก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ออกมาเป็นรูปแบบ แล้วจึงตอบสนองต่อรูปแบบนั้น ซึ่งหากมองโลกในแง่ดีก็คือจะทำให้ระบบสามารถตอบโจทย์ความต้องการของเราได้อย่างตรงใจ แต่ในอีกมุมหนึ่งข้อมูลเหล่านั้นก็อาจไปอยู่ในมือผู้ไม่หวังดีได้ หากไม่มีการรักษาความปลอดภัยที่รัดกุม

สรุป

เทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดดทุกวัน บ้างก็เป็นนวัตกรรมที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน หรือบ้างก็เป็นเหล้าเก่าในขวดใหม่แต่มีดีกรีร้อนแรงขึ้น แม้อนาคตจะไม่แน่นอน ทว่าแนวโน้มไอทีที่ได้นำเสนอไปนี้จะต้องมีผลการดำรงชีวิตของเราแน่นอนครับ

Advertisements

2 thoughts on “เทรนด์ไอทีน่าจับตาแห่งปี 2560

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s