รู้จัก Stable Coin คำตอบสุดท้ายของเงินดิจิทัล!?

ปัจจุบันผู้อ่านทุกท่านคงได้ยินคริปโทเคอร์เรนซี เช่น บิทคอยน์ มาไม่มากก็น้อย ซึ่งประโยชน์ของสินทรัพย์ดิจิทัลดังกล่าวคือความโปร่งใสของการทำธุรกรรม ความปลอดภัยที่เกิดจากการเข้ารหัส และความเป็นอิสระจากการกำกับดูแลโดยตัวกลาง แต่ภายใต้ประโยชน์ดังกล่าวก็มี “ความผันผวนของราคา” (volatility) เป็นความท้าทายใหญ่ที่เป็นกำแพงขวางกั้นไม่ให้บุคคลทั่วไปเข้ามาสัมผัสเงินดิจิทัลเหล่านี้

Stable Coin คืออะไร?

Stable Coin คือคริปโทเคอร์เรนซีที่มีสินค้าอ้างอิง ทำให้ราคาไม่ผันผวนมากเมื่อเทียบกับเงินดิจิทัลอื่น

Stable Coin คือชื่อเล่นรวมของคริปโทเคอร์เรนซีที่มีสินทรัพย์อ้างอิง (underlying asset) เป็นตัวกำหนดมูลค่า คล้ายกับอนุพันธ์ (derivatives) ซึ่งเป็นสินค้าทางการเงินชนิดหนึ่งที่ไม่มีมูลค่าในตัวเอง แต่จะมีมูลค่าขึ้นอยู่กับสินค้าอื่นที่อนุพันธ์นั้นอ้างอิงอยู่ สาเหตุที่ถูกเรียกว่า Stable Coin ก็เพราะมูลค่าของคริปโทเคอร์เรนซีประเภทนี้มีแนวโน้มที่จะ “เสถียร” (stable) มากกว่าคริปโทเคอร์เรนซีอื่นไม่มีสินค้าอ้างอิง

สินค้า/สินทรัพย์ที่สามารถนำมาใช้อ้างอิงราคาของ Stable Coin มีหลายประเภท ทั้งสกุลเงินทั่วไป (fiat currency) หรือสินค้าโภคภัณฑ์ (commodities) อาทิ ทองคำ เงิน น้ำมัน และอสังหาริมทรัพย์ ฯลฯ ตามแต่ที่ผู้คิดค้นจะรังสรรค์ขึ้นมา ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ได้มีราคาผันผวนมากนัก เพื่อให้ Stable Coin ที่อ้างอิงอยู่นั้นสามารถรักษามูลค่าไม่ให้สวิงขึ้นลงไปตามอารมณ์ของตลาด

ปัจจุบันมี Stable Coin อยู่ 2 ประเภท 1) Stable Coin ที่ผู้สร้างเป็นเจ้าของสินทรัพย์อ้างอิงโดยตรง ซึ่งมีต้นทุนดำเนินการสูง เพราะต้องมีกลไกตามกฎหมายคอยตรวจสอบว่าผู้สร้างเป็นเจ้าของสินทรัพย์จริงหรือไม่ และหากเป็นสินทรัพย์ประเภทโลหะมีค่า ก็ต้องมีกระบวนการเก็บรักษาที่ปลอดภัย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ถือ Stable Coin ที่สินทรัพย์นั้นถูกใช้อ้างอิงราคา กับ 2) Stable Coin ที่ผู้สร้างไม่ได้เป็นเจ้าของสินทรัพย์อ้างอิงโดยตรง แต่อาศัยกลไกอันซับซ้อนในการรักษาระดับราคาให้อยู่ในระดับใกล้เคียงกัน ความท้าทายของผู้สร้าง Stable Coin ประเภทนี้คือ ทำอย่างไรที่จะทำให้ผู้ถือเกิดความเชื่อมั่นว่าราคาจะเสถียรจริง ๆ

ประโยชน์ของ Stable Coin

            ประโยชน์อันดับแรกของ Stable Coin คือ การทำให้คริปโทเคอร์เรนซีเป็นที่ยอมรับโดยสาธารณะมากขึ้น เพราะอย่างที่กล่าวไปตอนต้นว่าอุปสรรคสำคัญที่ทำให้สาธารณะชนยังกล้า ๆ กลัว ๆ กับเงินดิจิทัลอยู่ก็คือ ความผันผวนของราคา ที่สามารถขึ้น ๆ ลง ๆ เยอะมากในระยะเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง ซึ่ง Stable Coin สามารถถูกนำมาใช้เป็นสื่อกลางแลกเปลี่ยนที่ผนวกรวมข้อดีของเทคโนโลยีบล็อกเชนเข้ากับเสถียรภาพทางราคาของเงินทั่วไป

ตลาดการโอนเงินระหว่างประเทศ คือหนึ่งในภาคส่วนที่จะได้รับประโยชน์จาก Stable Coin

ภาคส่วนที่จะได้รับประโยชน์จาก Stable Coin อย่างเห็นได้ชัดคือ การโอนเงินระหว่างประเทศ (remittance) เช่น การโอนเงินของแรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานต่างประเทศกลับมาให้ครอบครัวในประเทศไทย หรือการโอนเงินจากพ่อแม่ในประเทศไทยไปให้บุตรที่ศึกษาในต่างประเทศ ปัจจุบันต้นทุนการดำเนินการเรื่องดังกล่าวค่อนข้างสูง ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนการติดต่อเดินเรื่องเอกสาร และค่าธรรมเนียมที่เกิดขึ้นระหว่างทาง ยังไม่นับเรื่องของเวลาที่อาจต้องใช้หลายวันกว่าเงินจะเดินทางไปถึงผู้รับ

แม้ว่าการเปลี่ยนมาใช้คริปโทเคอร์เรนซีอาจช่วยบรรเทาปัญหาดังกล่าวไปได้บ้าง โดยเฉพาะค่าธรรมเนียมที่ต่ำและระยะเวลาโอนเงินที่เสร็จสิ้นภายในแค่ไม่กี่นาที แต่เรื่องมูลค่าที่ไม่แน่นอนนั้นก็ยังเป็นปัจจัยขวางกั้นไม่ให้หลายคนใช้ประโยชน์ Stable Coin สามารถช่วยขจัดปัญหาดังกล่าวด้วยมูลค่าที่ผันผวนน้อยกว่าและสอดรับไปกับสินทรัพย์อ้างอิงที่ทุกคนรู้จักกันดีอย่างทองคำ และเงิน ฯลฯ นอกจากนี้ แม่ค้าร้านตลาดและประชาชนผู้ซื้อสินค้าทั่วไปก็สามารถได้รับประโยชน์จาก Stable Coin จากการจับจ่ายซื้อสินค้าโดยไม่ต้องกังวลว่ามูลค่าจะหล่นวูบในชั่วโมงถัดไป ทำให้สามารถคิดต้นทุนกำไรได้เช่นเดียวกับการแลกเปลี่ยนด้วยสกุลเงินทั่วไป

แน่นอนว่านักลงทุนและนักซื้อขาย (trader) คริปโทเคอร์เรนซีก็จะได้รับประโยชน์จาก Stable Coin ด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะในฐานะเป็นสถานที่ “พักเงิน” (safe haven) เมื่อตลาดอยู่ในช่วงขาลงโดยไม่ต้องเสียเวลาและค่าธรรมเนียมจากการเปลี่ยนมาถือสกุลเงินทั่วไป แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (exchange) ด้วยนะครับว่าอนุญาตให้ผู้ใช้ซื้อขาย Stable Coin ด้วยหรือไม่

Stable Coin ที่น่าสนใจในปัจจุบัน

          Stable Coin ที่น่าสนใจในปัจจุบันมีอยู่หลายสกุล สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ คือ Stable Coin ที่มีสินทรัพย์อ้างอิงเป็นสกุลเงินทั่วไป และที่ใช้สินทรัพย์อ้างอิงชนิดอื่น

  1. USD Tether (USDT)

USD Tether ได้รับการพัฒนาโดย Tether Limited และมีทีมบริหารจัดการเดียวกับ Bitfinex ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลรายใหญ่ของฮ่องกง เป็นคริปโทเคอร์เรนซีที่ใช้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นสินทรัพย์อ้างอิง ทำให้มีมูลค่าขึ้นลงไปตามสกุลเงินดังกล่าว ปัจจุบัน USDT มีมูลค่าตามราคาตลาด (market capitalization) ราว 2,700 ล้านเหรียญสหรัฐ และเป็น Stable Coin ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบันจากการจัดอันดับโดยเว็บไซต์ coinmarketcap

แม้ชื่อเสียงจะไม่ดีนัก แต่ USDT คือ Stable Coin ที่มีมูลค่าตลาดสูงที่สุดในโลก

อย่างไรก็ตาม ช่วงที่ผ่านมามีข่าวไม่ค่อยดีเกี่ยวกับเงินดิจิทัลดังกล่าวบ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการถูกกล่าวหาว่าผู้สร้างไม่ได้มีสินทรัพย์อ้างอิงตามมูลค่าตลาดจริง จนกระทั่งถูกหมายศาลจาก Commodity Futures Trading Commission (CFTC) ของสหรัฐอเมริกา และล่าสุดได้มีงานวิจัยอ้างว่าสาเหตุที่ราคาบิทคอยน์พุ่งขึ้นไปถึงกว่า 19,000 ดอลลาร์สหรัฐเมื่อปลายปีที่แล้ว เกิดจากการปั่นราคาโดยใช้ USDT ในการกว้านซื้อบิทคอยน์เพื่อสร้างอุปสงค์เทียมและดันราคาให้สูงขึ้น

  1. Truecoin (TrueUSD)

TrueUSD คือ Stable Coin ที่ใช้เงินสกุลดอลลาร์สหรัฐเป็นสินทรัพย์อ้างอิงเช่นกัน แต่มีความโปร่งใสในการดำเนินการมากกว่า USDT เพราะได้มีการร่วมมือกับบรรดาสถาบันการเงินในการบริหารจัดการสินทรัพย์อ้างอิง มีกลไกคุ้มครองผู้ถือโทเคนดิจิทัลตามกฎหมาย ตลอดจนมีการตรวจสอบบัญชีทุกเดือนเพื่อสร้างความโปร่งใส

  1. Globcoin (GLX)

GLX มีสินทรัพย์อ้างอิงเป็น 15 สกุลเงินหลักทั่วโลก อาทิ ดอลลาร์สหรัฐ ยูโร หยวน และเยน รวมถึงทองคำ ทำให้เป็นหนึ่งใน Stable Coin ที่น่าสนใจและน่าจับตามองที่สุด และมีแนวโน้มสามารถนำมาใช้เป็นเครื่องมือการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนได้

  1. SwissRealCoin (SRC)

SwissRealCoin คือ Stable Coin ที่มีสินทรัพย์อ้างอิงเป็นอสังหาริมทรัพย์ในประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ซึ่งถือได้ว่าเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าเสถียรมากเพราะเป็นประเทศที่มีความมั่นคงทางการเมืองและเศรษฐกิจสูง มูลค่าของ SRC จึงผันแปรไปตามมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ที่ SRC อ้างอิง ที่น่าสนใจคือรายได้ที่เกิดการจากขาย SRC จะถูกนำใปใช้ซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อขยายพอร์ตโฟลิโอ และผู้ถือ SRC สามารถโหวตได้ว่าจะซื้ออสังหาริมทรัพย์ใด

SwissRealCoin คือโทเคนดิจิทัลที่มีสินทรัพย์อ้างอิงเป็นอสังหาริมทรัพย์ในสวิสเซอร์แลนด์
  1. Digix Gold Tokens

Digix Gold เป็น Stable Coin ที่มีสินทรัพย์อ้างอิงเป็นทองคำแท่ง ซึ่ง Digix Global ผู้สร้าง ได้ใช้กลไก Proof-of-Asset และบัตรสินทรัพย์ (asset cards) ในการยืนยันการมีอยู่ของสินทรัพย์อ้างอิงดังกล่าว ซึ่งประกอบด้วยขั้นตอนการลงลายเซ็นต์ (signatures) ของผู้ที่เกี่ยวข้อง 3 ฝ่าย ได้แก่ ผู้ขาย (vendor) ผู้รับฝากสินทรัพย์ (custodian) และผู้ตรวจสอบ (auditor)

สรุป

          แม้ว่าคริปโทเคอร์เรนซีจะมีประโยชน์หลายประการ แต่ก็มีอุปสรรคด้านความผันผวนของราคาที่ทำให้ประชาชนทั่วไปยังไม่กล้าที่จะเปลี่ยนมาใช้แทนเงินตราทั่วไป Stable Coin ได้รับการออกแบบมาเพื่อบรรเทาปัญหาดังกล่าวด้วยการปักหมุดมูลค่ากับสินทรัพย์อ้างอิงที่รู้จักกันดี เช่น สกุลเงินทั่วไป ทองคำ และอสังหาริมทรัพย์ เพื่อให้มูลค่ามีความผันแปรไปกับสินทรัพย์ดังกล่าวซึ่งมักไม่ขยับไปตามอารมณ์ตลาดมากนัก ความน่าจะเป็นที่คาดว่าจะเกิดขึ้นคือ สาธารณชนน่าจะมีความเชื่อมั่นในคริปโทเคอร์เรนซีมากขึ้น เปิดโอกาสให้มีการนำไปใช้ในชีวิตประจำวันโดยไม่ต้องกังวลกับความผันผวนของราคา และที่น่าสนใจคือ การเปิดโอกาสให้เราสามารถเป็นเจ้าของสินทรัพย์ที่เราไม่เคยเป็นเจ้าของมาก่อน ซึ่งนับได้ว่าเป็นการกระจายความเสี่ยงให้กับพอร์ตโฟลิโอของเราเข่นกัน

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s