Blockchain & VR: ก้าวสู่โลกเสมือนจริงด้วยบล็อกเชน

ในบทความก่อนผมได้นำเสนอการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนไปประยุกต์ใช้กับการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (Artificial Intelligence) โดยเป็นการใช้ประโยชน์จากคุณลักษณะกระจายศูนย์ของบล็อกเชนเพื่อให้ผู้พัฒนารายต่าง ๆ สามารถเข้าถึงข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ที่อยู่บนเครือข่ายได้ มาในบทความนี้ ผมจะแนะนำว่าบล็อกเชนก็สามารถประยุกต์ใช้กับนวัตกรรมความจริงเสมือน หรือ VR (Virtual Reality) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่กำลังได้รับการจับตามองมากไม่แพ้กัน

รู้จัก VR กันก่อน

          สำหรับผู้อ่านที่ยังไม่คุ้นเคย เทคโนโลยี VR ทำงานโดยผู้ใช้ต้องสวมใส่อุปกรณ์ลักษณะคล้ายแว่นตาขนาดใหญ่ทำหน้าที่ฉายภาพกราฟิกความละเอียดสูง ซึ่งอุปกรณ์ดังกล่าวจะสามารถฉายภาพครอบคลุมองศาการมองของผู้ใส่ตลอดเวลา ทำให้ได้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในโลกแห่งจินตนาการ และสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับวัตถุสิ่งของผ่านอุปกรณ์ควบคุม (controller) ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ

ปัจจุบัน เทคโนโลยี VR ถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมบันเทิง เช่น เกมคอมพิวเตอร์ และภาพยนตร์ ช่วยสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้เสพอย่างไม่เคยมีมาก่อน นอกจากนี้ ยังมีโครงการอีกไม่น้อยทีนำเทคโนโลยี VR ไปใช้กับวงการการศึกษา การวิจัย รวมถึงการมีปฏิสัมพันธ์ในเครือข่ายสังคมออนไลน์ ดังเห็นได้จากเฟซบุ๊กได้เคยสาธิตการนำเทคโนโลยี VR มาใช้ในระบบของตน เป็นต้น

อย่างไรก็ดี เทคโนโลยี VR ยังต้องก้าวข้ามข้อจำกัดหลายประการ อาทิ ต้นทุนอุปกรณ์ใช้งานที่ค่อนข้างสูง โดยเฉพาะเกมคอมพิวเตอร์แบบ VR ที่ผู้เล่นต้องมีคอมพิวเตอร์ที่มีสเปคสูงมากจึงจะรันเกมได้อย่างราบรื่น คอนเทนต์ที่ยังมีให้เลือกอย่างจำกัด อาการเวียนศีรษะ และความ “รำคาญ” ที่อาจเกิดขึ้นเมื่อผู้เสพต้องสวมแว่นอยู่ตลอดเวลา

การนำบล็อกเชนมาใช้กับ VR

เทคโนโลยีบล็อกเชนมีคุณสมบัติที่น่าสนใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการกระจายศูนย์ ทำให้ข้อมูลไม่จุกอยู่ที่ตัวกลางใด ๆ การแก้ไขข้อมูลที่ทำได้ลำบากจนแทบเป็นไปไม่ได้ ช่วยป้องกันการปลอมแปลงข้อมูล รวมถึงระบบสัญญาอัจฉริยะ (Smart Contract) ที่ช่วยให้การบังคับใช้สัญญาในระบบเป็นไปอย่างรวดเร็ว เพราะฉะนั้น เมื่อพูดถึงการนำมาใช้กับอุตสาหกรรม VR ผมจึงมองเห็นความเป็นไปได้ 3 ประเด็นใหญ่ ดังนี้

ประเด็นแรก การเก็บข้อมูล ปัจจุบันคอนเทนท์ VR ส่วนใหญ่ถูกเก็บในสื่อบันทึกข้อมูลแบบเดิม อาทิ แผ่นดีวีดี บลู-เรย์ หรือในฮาร์ดดิสก์ ทำให้การแบ่งปันข้อมูลเป็นไปอย่างลำบาก เพราะต้องคัดลอกข้อมูลจากที่หนึ่งในยังอีกที่หนึ่ง และเสี่ยงต่อการสูญหายระหว่างทาง การนำบล็อกเชนมาใช้จะช่วยให้ข้อมูลกระจายไปยังเครือข่ายที่ง่ายต่อการเข้าถึง มีความปลอดภัยสูง และอาจทำให้ผู้ใช้งานทั่วไปมีความคุ้นเคยกับเทคโนโลยีบล็อกเชนมากขึ้น

ประเด็นที่สองคือ การป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ของข้อมูล โดยเป็นที่ทราบกันว่าข้อมูลดิจิทัลสามารถถูกคัดลอกและส่งต่อกันได้อย่างง่ายดาย ทำให้ศิลปินและผู้สร้างสรรค์ผลงานขาดรายได้ที่ควรจะได้รับ เทคโนโลยีบล็อกเขนจะช่วยแก้ปัญหาดังกล่าว โดยเฉพาะหากใช้งานร่วมกับสัญญาอัจฉริยะ

ยกตัวอย่าง ผู้สร้างภาพยนตร์ได้กำหนดเงื่อนไขในสัญญาอัจฉริยะ ว่าผู้เช่าในราคาที่กำหนดสามารถรับชมภาพยนตร์ได้เพียงครั้งเดียว เมื่อผู้เช่าจ่ายเงินค่าเช่ารับชมภาพยนตร์ และรับชมจนจบเรื่อง สัญญาอัจฉริยะก็จะเริ่มทำงานด้วยการป้องกันไม่ให้ผู้เช่าสามารถเข้าถึงภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวได้อีกจนกว่าจะจ่ายเงินเพิ่ม เป็นต้น หรือผู้สร้างตัดสินใจปล่อยภาพยนตร์บนบล็อกเชนเครือข่ายหนึ่ง โดยได้รับการอนุมัติจากผู้ใช้งานในเครือข่าย ทำให้สามารถระบุตัวตนของผู้ปล่อยได้ และเมื่อภาพยนตร์เข้ามาอยู่ในเครือข่ายแล้ว ผู้ที่อยากชมก็จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ผู้สร้างกำหนดไว้ เช่น ต้องจ่ายโทเคนดิจิทัลจำนวนเท่านั้นเท่านี้จึงจะสามารถรับชมได้ ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถทำงานตามระบบและเงื่อนไขโดยไม่ต้องผ่านตัวกลางสักขั้นตอนเดียว

ประเด็นที่สาม โครงการวิจัย เช่นเดียวกับการนำบล็อกเชนไปใช้กับการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ การนำบล็อกเชนไปใช้ในการพัฒนาคอนเทนท์ VR ที่มีลักษณะเป็นงานวิจัยร่วมระหว่างสถาบันและหน่วยงานต่าง ๆ ก็จะได้รับประโยชน์จากคุณสมบัติการกระจายศูนย์และความปลอดภัยของข้อมูลเช่นกัน โดยพัฒนาการที่เกิดขึ้นกับโครงการจะได้รับการบันทึกในบล็อกเชน ซึ่งผู้เล่นที่อยู่ในเครือข่ายสามารถเข้าถึงและรับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างเท่าเทียมกัน ที่สำคัญยังเป็นการป้องกันไม่ให้บุคคลภายนอกสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างชงัดอีกด้วย

บทสรุป

          เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเทคโนโลยีบล็อกเชนสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับหลายอุตสาหกรรม ไม่เว้นแม้แต่ VR ซึ่งหลัก ๆ แล้วเป็นเรื่องของการเก็บข้อมูลและการป้องกันการคัดลอกคอนเทนท์โดยไม่ได้รับอนุญาต รวมไปถึงการนำคุณสมบัติกระจายศูนย์ไปใช้ในการพัฒนาโครงการร่วมกันระหว่างหน่วยงานและสถาบันการศึกษา ที่บล็อกเชนสามารถใช้ในการป้องกันการเข้าถึงข้อมูลโดยบุคคลภายนอก ปัจจุบันมีโครงการน่าสนใจที่นำบล็อกเชนไปใช้กับอุตสาหกรรม VR เช่น Voxelus, VibeHub และ Decentraland ซึ่งล้วนแต่เป็นการใช้บล็อกเชนในการยืนยันความเป็นเจ้าของวัตถุต่าง ๆ และใช้โทเคนดิจิทัลในการซื้อขายไอเท็ม หรือเข้าร่วมกิจกรรมที่จัดขึ้นในโลกเสมือนเหล่านั้น

พูดถึงโลกเสมือนแล้ว ก็อดที่จะไม่พูดถึงเกมคอมพิวเตอร์ เพราะฉะนั้น บทความหน้าผมจะมาพูดถึงว่าบล็อกเชนจะสามารถถูกนำมาใช้กับอุตสาหกรรมเกมได้อย่างไรกันครับ

Advertisements