รู้จัก The Boring Company องค์การน่าเบื่อแห่งยุค 4.0

เมื่อเอ่ยชื่อ Elon Musk หลายคนคงนึกถึงภาพเศรษฐีฝรั่งวัยกลางคน ผู้หลงรักการทวีตเป็นชีวิตจิตใจ (ซึ่งบางครั้งก็สร้างปัญหาให้ตัวเอง) เจ้าของไอเดียสุดบรรเจิดอย่างรถไฟฟ้าที่ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของได้ และการสร้างอาณานิคมบนดาวอังคาร และผู้ซึ่งความอัจฉริยะกับบุคลิกหนุ่มเจ้าสำราญนิดๆ ได้เป็นต้นแบบให้กับ Tony Stark หรือ Iron man จากค่ายการ์ตูน Marvel ที่ทุกคนคุ้นเคย

และแน่นอนว่าเขาเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทระดับพันล้านอย่าง Tesla และ SpaceX ที่มีวิสัยทัศน์ปฏิวัติการขนส่งมนุษย์ทั้งบนดินและอวกาศ แต่ทราบหรือไม่ครับว่าเขายังมีเป้าหมายพลิกโฉมการขนส่งใต้ดินด้วย!?

จุดกำเนิด The Boring Company

          ว่ากันว่า จุดกำเนิดของบริษัทขุดอุโมงค์ยุค 4.0 แห่งนี้ (bore สามารถใช้เป็นคำกริยา แปลว่า ขุด หรือ เจาะ ไม่ได้แปลว่าน่าเบื่อได้อย่างเดียวนะครับ) เริ่มต้นในปลายปี 2559 เมื่อ Musk กำลังนั่งหงุดหงิดในมหกรรมรถติดของเมืองลอสแอนเจอลิส สหรัฐอเมริกา จนทำให้เขาต้องระเบิดคำพูด 140 ตัวอักษรบนทวิตเตอร์ประมาณว่า “จะบ้าตายกับรถติดอยู่แล้ว อยากจะสร้างเครื่องขุดอุโมงค์ แล้วเริ่มเจาะเดี๋ยวนี้ล่ะ” ซึ่งในตอนนั้นก็ไม่มีใครสนใจคำพูดของ Musk มากนัก เพราะแฟนบอยที่ตามทวิตเตอร์เขาประจำมักชินว่า Musk ชอบบ่นแบบนี้เป็นเรื่องปกติ

แต่กลายเป็นว่า Musk ได้สร้างบริษัทขุดอุโมงค์ขึ้นมาจริง ๆ ด้วยการเปิดตัว The Boring Company ในเดือนมกราคมปีถัดมา และภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งเดือนบริษัทแห่งนี้ได้เปิดตัวผลงานชิ้นแรก นั่นคืออุโมงค์สำหรับทดสอบจรวด SpaceX ขนาด 9x15x4.5 เมตร (กว้างxยาวxลึก) โดยใช้เวลาขุดเพียง 48 ชั่วโมง! จากความสำเร็จดังกล่าว ทำให้ The Boring Company สามารถเจรจาขุดอุโมงค์ในเมืองใหญ่แดนลุงแซมอย่างชิคาโก ลอสแอนเจอลิส และฮอว์ธอร์น รัฐแคลิฟอร์เนีย ได้เป็นผลสำเร็จ โดยมีเป้าหมายช่วยลดปัญหาการจราจรติดขัดในเขตเมืองด้วยการย้ายลงใต้ดินเสียให้พ้นหูพ้นตา

The Boring Company ทำอะไร?

          ตามชื่อของบริษัท The Boring Company มีหน้าที่อย่างเดียวคือ ขุด ขุด และขุดอุโมงค์ใต้ดินเพื่อแก้ปัญหาการจราจร เพราะ Musk เชื่อว่ามีข้อจำกัดน้อยกว่าทางเลือกอื่น เช่น การสร้างรถบินได้ (ฮา!) ที่อาจก่อให้เกิดมลพิษทางเสียง การต้านทานสภาพอากาศ และความปลอดภัยของคนเดินถนน เมื่อเทียบกันแล้ว การขุดอุโมงค์มีความยืดหยุ่นกว่า สามารถสร้างให้มีหลายชั้นเพื่อรองรับจำนวนรถที่เพิ่มขึ้นได้ มีความทนทาน มีผลกระทบต่อผังเมืองบนดินน้อย และเมื่อสร้างเสร็จแล้วก็แทบไม่ปรากฎตึกหรือเสาให้เสียทัศนียภาพ ที่สำคัญ สามารถพัฒนาให้รองรับการขนส่งรูปแบบใหม่อย่าง Hyperloop อีกด้วย

Image: Boring Company Tunnel in Hawthorne, California

หลายคนอาจตั้งคำถามว่า ทุกวันนี้การก่อสร้างขุดอุโมงค์ใต้ดินก็ทำกันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว สิ่งที่จะสร้างความแตกต่างให้กับ The Boring Company คืออะไร? คำตอบคือ “ประสิทธิภาพ” การก่อสร้างที่เพิ่มมากขึ้น เพราะปัจจุบันโครงการขุดอุโมงค์เพื่อการขนส่งมีราคาแพงมหาศาลและใช้เวลาก่อสร้างนานมาก (ดูโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินบ้านเราเป็นตัวอย่าง) โดย The Boring Company ตั้งเป้าว่าจะต้องลดต้นทุนให้ได้ 10 เท่า ด้วยกิจกรรม/โครงการต่าง ๆ เช่น

  1. การพัฒนาเครื่องขุดเจาะใหม่ – บริษัทอ้างว่าเครื่องจักรขุดอุโมงค์ในปัจจุบันทำงานช้ามาก ช้ากว่าหอยทากถึง 14 เท่า จึงได้ตั้งเป้าพัฒนาเครื่องขุดเจาะใหม่ที่ทำงานได้รวดเร็วกว่าอย่างน้อย 3 เท่า และใช้พลังงานไฟฟ้าแทนดีเซล ซึ่งจะช่วยลดเวลาการขุดเจาะในภาพรวมลงได้
  2. การพัฒนาระบบสนับสนุนการขุดเจาะใหม่ – การขุดเจาะอุโมงค์ใต้ดินปัจจุบันดำเนินการอย่างเชื่องช้า เพราะนอกจากเครื่องจักรจะต้องขุดเจาะอุโมงค์ไปข้างหน้าแล้ว ก็ยังต้องพัฒนาโครงสร้างเพื่อรองรับแนวอุโมงค์ที่ขุดไปแล้วข้างหลังด้วย The Boring Company จึงมีแนวคิดเพิ่มประสิทธิภาพระบบดังกล่าวให้สามารถขุดเจาะได้เร็วขึ้น
  3. การลดเส้นผ่าศูนย์กลางอุโมงค์ให้เหลือเท่าที่จำเป็น – ปัจจุบันมาตรฐานเส้นผ่าศูนย์กลางอุโมงค์สำหรับถนนหนึ่งเลนคือ 8.5 เมตร แต่เทคโนโลยีขุดอุโมงค์ใหม่ที่ The Boring Company พัฒนาขึ้นจะลดความกว้างดังกล่าวเหลือเพียงครึ่งเดียว ทำให้ใช้เวลาการขุดน้อยลง
  4. การวิจัยและพัฒนา – The Boring Company อ้างว่าเทคโนโลยีการขุดอุโมงค์ไม่ได้รับการพัฒนากว่าครึ่งศตวรรษแล้ว บริษัทจึงมีเป้าหมายเจียดงบประมาณส่วนหนึ่งไปกับการพัฒนาวิธีและอุปกรณ์ที่จะช่วยให้การขุดเจาะทำให้อย่างรวดเร็วมากขึ้น

พลิกโฉมการขนส่งใต้ดิน

เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2561 The Boring Company ได้เปิดตัวผลงานการขุดเจาะอุโมงค์ใต้ดินแห่งแรกในเมืองฮอว์ธอร์น รัฐแคลิฟอร์เนีย มีระยะทางประมาณ 1.83 กิโลเมตร ใช้งบประมาณก่อสร้าง 10 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 318 ล้านบาท) โดยบริษัทมีวัตถุประสงค์ใช้เส้นทางนี้เป็นสนามทดลองเทคโนโลยีการขนส่งใหม่อย่าง Loop ซึ่งเป็นระบบขนส่งใช้กับระยะทางสั้นๆ  กับ Hyperloop ซึ่งมีความเร็วมากกว่าและออกแบบสำหรับการขนส่งระยะทางยาวกว่า โดยบริษัทได้รับการคัดเลือกจาก Las Vegas Convention and Visitors Authority ให้เข้ามาร่วมเจรจาการออกแบบ ก่อสร้าง และบริหารจัดการระบบ Loop ภายในศูนย์การประชุมลาสเวกัส

นอกจากโครงการดังกล่าว The Boring Company ยังได้เสนอโครงการในเมืองลอสแอนเจลิสที่จะสร้างระบบขนส่งเชื่อมโยงระหว่างด็อดเจอร์ สเตเดียม และบรรดาแฟนเบสบอลและผู้เข้าชมคอนเสิร์ตที่พักในแถบ Los Feliz, East Hollywood หรือ Rampart Village ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการขออนุญาตกับทางการ และโครงการ Chicago Express Loop เชื่อมโยงระหว่างท่าอากาศยานนานาชาติชิคาโกโอแฮร์ กับ Block 37 ในย่านดาวน์ทาวน์ของชิคาโก

2

อย่างไรก็ดี โครงการที่น่าสนใจและน่าจับตาที่สุดเห็นทีจะเป็นอุโมงค์เชื่อมโยงระหว่างเมืองบัลติมอร์ รัฐแมรีแลนด์ กับกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ระยะทางประมาณ 70 กิโลเมตร ซึ่งปกติหากเดินทางโดยรถยนต์จะใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง แต่หากเดินทางด้วยระบบ Loop ทางอุโมงค์ใต้ดินจะเหลือเพียง 15 นาที! และเป้าหมายระยะยาวคือ การสร้างอุโมงค์เชื่อมระหว่างกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. กับเมืองนิวยอร์ค ซึ่งจะใช้เวลาเดินทางเพียง 30 นาที จากเดิมที่ใช้เวลาโดยรถยนต์ถึงสี่ชั่วโมง

ความท้าทาย

          แม้ว่าแนวคิดการขุดเจาะอุโมงค์ใต้ดินเพื่อย่นเวลาในการเดินทางจะดูน่าสนใจเพียงใด แต่ The Boring Company ก็ยังต้องพบกับความท้าทายไม่น้อย เช่น

  1. แผ่นดินไหวและแรงสั่นสะเทือน – บริษัทเชื่อมั่นว่าอุโมงค์ที่ขุดจะอยู่ลึกมากจนผู้ที่อาศัยบนดินจะไม่รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนใด ๆ ขณะใช้งาน ส่วนแผ่นดินไหวนั้นจะส่งผลกระทบต่อโครงสร้างอุโมงค์น้อยมาก เพราะถูกออกแบบให้เคลื่อนตัวไปพร้อมชั้นดิน ซึ่งแตกต่างจากสิ่งปลูกสร้างบนพื้นดิน
  2. ฝุ่น – บริษัทได้พัฒนาเทคโนโลยีสำหรับรีไซเคิลฝุ่นที่เกิดจากการขุดด้วยการเปลี่ยนไปเป็นก้อนอิฐและวัสดุสำหรับปูหรือลาดแทน
  3. ขนาด – อย่างที่กล่าวไป มาตรฐานเส้นผ่าศูนย์กลางของอุโมงค์ในปัจจุบันคือ 8.5 เมตร แต่ The Boring Company ต้องการลดขนาดให้เหลือครึ่งหนึ่งเพื่อประหยัดเวลาและทรัพยากรในการขุด แต่ประเด็นที่ต้องคิดต่อมาคือ การพัฒนายานพาหนะหรือระบบการขนส่งอื่นที่สามารถได้ในอุโมงค์ขนาดเล็ก ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีให้เห็นเป็นรูปธรรมนัก
  4. การดูแลรักษา – แม้ว่าตัวอุโมงค์จะได้รับการก่อสร้างด้วยวัสดุที่ทนทาน แต่อุปกรณ์สาธารณูปโภค เช่น สายไฟ ท่อประปา อาจไม่มีความทนทานมากเท่า และต้องได้รับการซ่อมบำรุงหรือเปลี่ยนอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งทำได้ยากและใช้งบประมาณสูง

3

สรุป

          มนุษย์รู้จักการขุดอุโมงค์เพื่อการเดินทางมานานแล้ว แต่เทคโนโลยีการขุดในปัจจุบันยังสามารถทำได้ช้า The Boring Company ของ Elon Musk จึงต้องการเข้ามาปฏิวัติด้วยการนำเสนอนวัตกรรมที่ทำให้การขุดสามารถดำเนินไปอย่างรวดเร็วขึ้น และสามารถนำมาใช้แก้ปัญหาการจราจรติดขัดในเมืองใหญ่ แน่นอนว่าความท้าทายยังมีอยู่ ซึ่งก็คงต้องหาทางแก้ไขกันต่อไป

โฆษณา